ความเป็นมา

ด้วยในคราวประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2548 นายกรัฐมนตรีเสนอว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีได้ดำเนินการบริหารราชการแผ่นดินเพื่อแก้ไขปัญหาด้านต่าง ๆในลักษณะบูรณาการ เช่นการบูรณาการด้านแผน และการบูรณาการด้านงบประมาณ เป็นต้น แต่สิ่งสำคัญประการหนึ่งที่ยังมิได้ดำเนินการอย่างจริงจัง คือ การบูรณาการด้านกฎหมายซึ่งเป็นเรื่องที่สมควรต้องดำเนินการด้วย โดยรวบรวมกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในเรื่องเดียวกัน แต่อยู่ในกฎหมายหลายฉบับให้เป็นหมวดหมู่ หรืออยู่ในกฎหมายฉบับเดียวกัน ซึ่งอาจมีลักษณะประมวลกฎหมายหรือไม่ก็ได้ โดยยึดสาระสำคัญของเรื่องเป็นหลัก เพื่อประโยชน์ในการใช้บังคับ อ้างอิง ศึกษา และปฏิบัติราชการ จึงสมควรให้ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวในส่วนที่เกี่ยวกับกฎหมาย หรือภารกิจที่อยู่ในความรับผิดชอบ ทั้งนี้ ให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ    สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ร่วมกันพิจารณาหาแนวทางที่เหมาะสมต่อไป ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้ว ลงมติเห็นชอบตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอนอกจากนี้ การออกกฎหมายใหม่หรือการปรับปรุงกฎหมายที่มีผลบังคับใช้อยู่แล้ว ควรต้องฟังความคิดเห็นจากประชาชนด้วย

ต่อมานายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารรับเป็นเจ้าภาพในการพัฒนาเว็บไซต์เพื่อรับฟังความคิดเห็นทางด้านกฎหมายไทย ภายใต้ชื่อว่า www.lawamendment.go.th ทั้งนี้เพื่อความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมในการพัฒนากฎหมายต่างๆ ตลอดจนกฎหมายรัฐธรรมนูญที่คาดว่าจะมีการพัฒนาและแก้ไข ในโอกาสต่อไป

ด้วยเหตุนี้ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารร่วมกับ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  จึงได้จัดทำเว็บไซต์เพื่อรวบรวมกฎหมายปัจจุบัน และให้สามารถนำเสนอร่างกฎหมายใหม่เพื่อขอรับฟังความคิดเห็นแบบออนไลน์ขึ้น

การรวบรวมกฎหมายที่บังคับใช้ในปัจจุบัน นอกจากจะทำให้เกิดฐานข้อมูลหลักทางด้านกฎหมายไทยแล้ว ยังก่อให้เกิดเสมือนเป็นห้องสมุดกฎหมายดำเนินการผ่านระบบอินเตอร์เน็ตให้แก่นักวิชาการ  นักศึกษาทางด้านกฎหมายและประชาชนทั่วไปได้เข้ามาสืบค้นข้อมูลรายละเอียดของกฎหมายในส่วนที่ต้องการได้อีกด้วย

สำหรับการเสนอกฎหมายใหม่หรือร่างกฎหมายนั้น ผู้เสนอกฎหมายหรือเจ้าของเรื่องสามารถนำร่างกฎหมายใหม่ขึ้นบนเว็บไซต์ และกำหนดตารางเวลาของการรับฟังความคิดเห็นให้ชัดเจน  ทั้งนี้สามารถรับฟังความคิดเห็นได้หลายขั้นตอน เช่นกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ ส่วนราชการก็สามารถนำขึ้นเว็บไซต์ เพื่อเป็นช่องทางขอรับฟังความคิดเห็นจากวงกว้างมาประกอบการจัดทำร่างนอกเหนือจากการจัดสัมมนา เสวนา หรือการประชุมเชิงปฏิบัติการในวงแคบที่ได้กระทำกันอยู่ทั่วไปแล้วได้  จากนั้นก็เสนอร่างที่ประมวลความคิดเห็นแล้วเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีผ่านทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี  เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการและส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก็อาจขอรับฟังความคิดเห็นทางเว็บไซต์นี้อีกครั้งหนึ่ง ก่อนส่งให้คณะรัฐมนตรีและเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแล้วก็จะมีมติให้ส่งสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป ซึ่งขั้นตอนนี้สภาผู้แทนราษฎร ก็ยังสามารถรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่องได้

การรับฟังความคิดเห็น สามารถกระทำได้ทุกขณะตามแต่ดุลยพินิจของแต่ละหน่วยงาน และ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสอย่างเต็มที่ระบบจึงถูกออกแบบให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องสามารถส่ง e-mail  ผ่านทางเว็บไซต์ไปยังหน่วยงาน กลุ่มงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ ทั้งนี้หน่วยงานเจ้าของเรื่องสามารถจัดเก็บบัญชีรายชื่อหน่วยงาน กลุ่มงาน หรือบุคคลดังกล่าว (กลุ่ม stake holder) ไว้เป็นการล่วงหน้าได้ ซึ่งความคิดเห็นทั้งหมดที่ได้รับจะถูกนำมาวิเคราะห์ และจัดกลุ่มของความคิดเห็น เพื่อแสดงจุดอ่อน จุดแข็ง และความเหมาะสมเพื่อให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องนำไปประกอบการพิจารณา

นอกจากนี้เว็บไซต์ยังจัดให้มี Web board ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถให้ข้อเสนอแนะ หรือให้ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศได้ และเพื่อมิให้ข้อเสนอแนะหรือความคิดเห็นที่ได้รับไปก่อให้เกิดผลในทางลบแก่ผู้ใด คณะทำงานจึงกำหนดให้มีการกลั่นกรองข้อความก่อนที่จะให้ปรากฏขึ้นสู่สาธารณะ

คณะทำงานได้เปิดตัวเว็บไซต์เป็นการภายในเพื่อรองรับข้อมูลจาก 20 กระทรวง และ 7 หน่วยงานอิสระ เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2549 นับถึงวันนี้มีกฎหมายทั้งสิ้น 740 ฉบับ แยกเป็นกฎหมายที่บังคับอยู่ก่อนแล้ว 681 ฉบับ และเป็นร่างกฎหมายใหม่ 59 ฉบับ มีผู้เข้าเยี่ยมชม 4 แสนกว่าหน้าจาก 3 หมื่นกว่า IP ภายใต้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า http://www.lawamendment.go.th/ ซึ่งแปลว่าการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย แต่ด้วยเหตุที่ชื่อดังกล่าวอาจจะไม่เป็นที่คุ้นเคยแก่ประชาชนทั่วไป จึงได้กำหนดให้สามารถเข้าถึง website นี้ ภายใต้ชื่อว่า http://www.law.go.th/ อีกทางหนึ่ง

คณะทำงาน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเว็บไซต์รับฟังความคิดเห็นทางด้านกฎหมายไทยนี้จะเป็นประโยชน์สูงสุดทั้งแก่ภาครัฐและภาคประชาชนเพื่อการทำงานอย่างโปร่งใสให้คนไทยทุกคนมีส่วนร่วมในการออกกฎหมาย และถือเป็นการบริการแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-service) อีกบริการหนึ่งที่ภาครัฐได้จัดทำขึ้น

สารจากนายก

Facebook