Facebook


ร่างพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ (ฉบับที่..) พ.ศ. ....

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 6943 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

โดยที่หนังสือพิมพ์ถือเป็นแหล่งข่าวสารที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน แต่ในขณะนี้ได้ปรากฏข้อเท็จจริงว่าเมื่อผู้ยื่นจดแจ้งการพิมพ์หนังสือพิมพ์ไม่ดำเนินการออกหนังสือพิมพ์ภายในระยะเวลาและมีผลต่อการกำหนดเลขมาตรฐานสากลประจำวารสาร ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวสมควรกำหนดบทบัญญัติในเรื่องดังกล่าวเพื่อเป็นการเปิดโอกาสและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในการได้รับบริโภค

  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

    หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ดังต่อไปนี้ (๑) กำหนดให้สิ่งพิมพ์ที่เป็นหนังสือที่ไม่ใช่หนังสือพิมพ์และพิมพ์ในราชอาณาจักร ต้องแสดงข้อความประเภทของสิ่งพิมพ์ โดยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการกำหนดประเภทสิ่งพิมพ์ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๘) &#61472&#61472 (๒) กำหนดให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจออกคำสั่งห้ามพิมพ์ เผยแพร่ สั่งเข้าหรือนำเข้าเพื่อเผยแพร่ในราชอาณาจักรซึ่งสิ่งพิมพ์หรือหนังสือพิมพ์ที่กระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๐ และเพิ่มมาตรา ๑๘/๑) (๓) กำหนดให้ผู้ยื่นจดแจ้งการพิมพ์หนังสือพิมพ์ต้องดำเนินการออกหนังสือพิมพ์ภายในหกสิบวันเมื่อได้รับหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งการพิมพ์แล้ว และกำหนดอายุของหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งการพิมพ์หนังสือพิมพ์ (เพิ่มมาตรา ๑๑/๑ และเพิ่มมาตรา ๑๑/๒) (๔) กำหนดให้หนังสือพิมพ์ต้องแสดงข้อความประเภทของหนังสือพิมพ์และเลขมาตรฐานสากลประจำวารสารที่หอสมุดแห่งชาติออกให้และกำหนดให้ผู้พิมพ์ต้องส่งหนังสือพิมพ์จำนวนสองฉบับให้หอสมุดแห่งชาติ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๒ และเพิ่มมาตรา ๑๒/๑) (๕) กำหนดลักษณะของชื่อหนังสือพิมพ์จะต้องไม่พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายกับชื่อของหน่วยงานของรัฐ หรือเป็นตัวย่อ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๓) (๖) กำหนดโทษทางปกครองแก่ผู้พิมพ์ที่ไม่ส่งหนังสือพิมพ์ให้หอสมุดแห่งชาติภายในระยะเวลา ที่กฎหมายกำหนด (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๙) (๗) กำหนดโทษทางอาญาแก่ผู้ฝ่าฝืนคำสั่งของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่สั่งห้ามพิมพ์ เผยแพร่ สั่งเข้าหรือนำเข้าเพื่อเผยแพร่ในราชอาณาจักรซึ่งสิ่งพิมพ์หรือหนังสือพิมพ์ที่กระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๗) เหตุผล โดยที่หนังสือพิมพ์ถือเป็นแหล่งข่าวสารที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน แต่ในขณะนี้ได้ปรากฏข้อเท็จจริงว่าเมื่อผู้ยื่นจดแจ้งการพิมพ์หนังสือพิมพ์ไม่ดำเนินการออกหนังสือพิมพ์ภายในระยะเวลาและมีผลต่อการกำหนดเลขมาตรฐานสากลประจำวารสาร ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวสมควรกำหนดบทบัญญัติในเรื่องดังกล่าวเพื่อเป็นการเปิดโอกาสและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในการได้รับบริโภคข่าวสารที่เหมาะสมยิ่งขึ้น นอกจากนี้ สมควรกำหนดให้มีมาตรการบังคับในการควบคุมสิ่งพิมพ์หรือหนังสือพิมพ์ที่มีผลกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน รวมทั้งในปัจจุบันยังพบว่าเนื้อหา ข้อความ หรือภาพ รวมทั้งวัสดุหรือเอกสารที่แทรกในสิ่งพิมพ์และหนังสือพิมพ์ที่เป็นนิตยสารและวารสารมีความไม่เหมาะสมกับผู้บริโภคซึ่งเป็นเด็กและเยาวชน เช่น มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับความรุนแรงโหดร้าย หรือภาพที่ไม่ควรให้เด็กและเยาวชนได้พบเห็น อันเป็นการสร้างทัศนคติที่ไม่ถูกต้อง ทำให้เด็กและเยาวชนกระทำการเลียนแบบและก่อให้เกิดปัญหาสังคม จึงสมควรกำหนดประเภทของสิ่งพิมพ์ และหนังสือพิมพ์ที่เป็นนิตยสารและวารสารเพื่อเด็กและเยาวชนได้บริโภคอย่างเหมาะสมเพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีงามในสังคม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้



    เพ่ิมเติมการแสดงข้อความของสิ่งพิมพ์ที่ไม่ใช่หนังสือพิมพ์และพิมพ์ในราชอาณาจักร รวมทั้งหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการกำหนดประเภทสิ่งพิมพ์ (มาตรา ๓- มาตรา ๔)



    • แก้ไขเพิ่มเติมการแสดงข้อความของหนังสือที่ไม่ใช่หนังสือพิมพ์ รวมทั้งการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการกำหนดประเภทสิ่งพิมพ์ (มาตรา 3-มาตรา 4)
    • กำหนดให้สิ่งพิมพ์ซึ่งเป็นหนังสือที่ไม่ใช่หนังสือพิมพ์และพิมพ์ขึ้นในราชอาณาจักร ให้แสดงข้อความประเภทของสิ่งพิมพ์ โดยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการกำหนดประเภทสิ่งพิมพ์ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
    • แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจากเดิมที่มีเพียงอำนาจออกคำสั่งโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาห้ามสั่งเข้าหรือนำเข้าเพื่อเผยแพร่ในราชอาณาจักร ซึ่งสิ่งพิมพ์ใด ๆ ที่มีเนื้อหาในลักษณะกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน (มาตรา 5)
    • แก้ไขเพิ่มเติมให้ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจออกคำสั่งห้ามพิมพ์ เผยแพร่ สั่งเข้าหรือนำเข้าเพื่อเผยแพร่ในราชอาณาจักรซึ่งสิ่งพิมพ์ใด ๆ ที่เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หรือกระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน โดยจะกำหนดเวลาห้ามไว้ในคำสั่งดังกล่าวด้วยก็ได้ ทั้งนี้สิ่งพิมพ์ที่ออกโดยฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรานี้ ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจริบและทำลาย
    • เพิ่มเติมการให้ผู้ยื่นจดแจ้งการพิมพ์หนังสือพิมพ์ที่ได้รับหนังสือแสดงการจดแจ้งการพิมพ์แล้วต้องดำเนินการภายในกำหนด และการกำหนดอายุของหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งการพิมพ์หนังสือพิมพ์ (มาตรา 6)
    • กำหนดให้ผู้ยื่นจดแจ้งการพิมพ์หนังสือพิมพ์ที่ได้รับหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งการพิมพ์หนังสือพิมพ์แล้ว ต้องดำเนินการออกหนังสือพิมพ์ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งการพิมพ์ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการได้รับข่าวสารของประชาชน และหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งการพิมพ์ให้มีอายุใช้ได้ 5 ปี เมื่อหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งการพิมพ์ส้ินอายุลงให้ยื่นคำขอประกอบกิจการใหม่ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
    • แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแสดงข้อความของหนังสือพิมพ์ รวมทั้งหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการกำหนดประเภทของหนังสือพิมพ์เฉพาะนิตยสารและวารสาร (มาตรา 7-มาตรา 8)
    • กำหนดให้หนังสือพิมพ์ต้องแสดงเลขมาตรฐานสากลประจำวารสารที่หอสมุดแห่งชาติได้ออกให้ และหนังสือพิมพ์เฉพาะนิตยสารและวารสารจะต้องระบุประเภทของหนังสือพิมพ์ด้วย โดยการหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการกำหนดประเภทของหนังสือพิมพ์เฉพาะนิตยสารและวารสารให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
    • เพิ่มเติมเกี่ยวกับการให้ผู้พิมพ์ต้องส่งหนังสือพิมพ์ให้หอสมุดแห่งชาติ (มาตร 9)
    • กำหนดให้ผู้พิมพ์ต้องส่งหนังสือพิมพ์จำนวน 2 ฉบับ ภายในสามสิบวันนับแต่วันเผยแพร่
    • เพิ่มเติมลักษณะต้องห้ามของชื่อหนังสือพิมพ์ (มาตรา 11-มาตรา 12)
    • กำหนดเพิ่มเติมให้ชื่อหนังสือพิมพ์จะต้องไม่ซ้ำกับชื่อหน่วยงานของรัฐ หรือเป็นตัวย่อ และจะต้องไม่ซ้ำกับชื่อหนังสือพิมพ์ที่ได้รับจดแจ้งไว้แล้ว หรือชื่อหนังสือพิมพ์ที่จัดพิมพ์ในต่างประเทศ
    • เพิ่มเติมอำนาจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอำนาจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้ออกคำสั่งห้ามพิมพ์ เผยแพร่ สั่งเข้า หรือนำเข้าเพื่เผยแพร่ในราชอาณาจักรซึ่งหนังสือพิมพ์ที่มีลักษณะเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หรือกระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน (มาตรา 12)
    • กำหนดเพิ่มเติมอำนาจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้ออกคำสั่งห้ามพิมพ์ เผยแพร่ สั่งเข้า หรือนำเข้าเพื่เผยแพร่ในราชอาณาจักรซึ่งหนังสือพิมพ์ที่มีลักษณะเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หรือกระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี ของประชาชน และให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจริบและทำลายสิ่งพิมพ์ที่ฝ่าฝืนความในมาตรานี้ได้ด้วย
    • เพิ่มเติมโทษทางปกครองในกรณีผู้พิมพ์หรือผู้โฆษณาฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมาย (มาตรา 13)
    • กำหนดให้ผู้พิมพ์หรือผู้โฆษณาที่ไม่แสดงข้อความเกี่ยวกับสิ่งพิมพ์ตามที่กฎหมายกำหนด หรือไม่ส่งสิ่งพิมพ์จำนวนสองฉบับ ให้หอสมุดแห่งชาติภายในสามสิบวันนับแต่วันเผยแพร่ หรือไม่ส่งหนังสือพิมพ์จำนวนสองฉบับ ให้หอสมุดแห่งชาติภายในสามสิบวันนับแต่วันเผยแพร่ ต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
    • กำหนดโทษทางอาญาแก่ผู้ฝ่าฝืนคำสั่งของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (มาตรา 14)
    • กำหนดให้ผู้ที่ฝ่าฝืนคำสั่งของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่สั่งห้ามพิมพ์ เผยแพร่ สั่งเข้าหรือนำเข้าเพื่อเผยแพร่ในราชอาณาจักรซึ่งสิ่งพิมพ์ที่ไม่ใช่หนังสือพิมพ์ หรือหนังสือพิมพ์ที่กระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง
    • มาตรา 1
    • พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ (ฉบับที่..) พ.ศ. ....
    • มาตรา 2
    • พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
    • มาตรา 3
    • ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๔) ของวรรคหนึ่งของมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๕๐
      (๔) ประเภทของสิ่งพิมพ์
    • มาตรา 4
    • ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสี่ของมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๕๐
      หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการกำหนดประเภทสิ่งพิมพ์ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
    • มาตรา 5
    • ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
      มาตรา ๑๐ ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจออกคำสั่งห้ามพิมพ์ เผยแพร่ สั่งเข้าหรือนำเข้าเพื่อเผยแพร่ในราชอาณาจักรซึ่งสิ่งพิมพ์ใด ๆ ที่เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หรือกระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน โดยจะกำหนดเวลาห้ามไว้ในคำสั่งดังกล่าวด้วยก็ได้
      การออกคำสั่งตามวรรคหนึ่ง ห้ามมิให้นำข้อความที่มีลักษณะที่เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทหรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หรือข้อความที่กระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนมาแสดงไว้ด้วย
      สิ่งพิมพ์ที่เป็นการฝ่าฝืนวรรคหนึ่ง ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจริบและทำลาย
    • มาตรา 6
    • ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๑/๑ และมาตรา ๑๑/๒ แห่งพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๕๐
      มาตรา ๑๑/๑ เพื่อประโยชน์ในการได้รับข่าวสารจากหนังสือพิมพ์ของประชาชน เมื่อผู้ยื่น จดแจ้งการพิมพ์หนังสือพิมพ์ได้รับหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งการพิมพ์ตามมาตรา ๑๑ แล้ว ให้ผู้ยื่นจดแจ้งการพิมพ์นั้นดำเนินการออกหนังสือพิมพ์ภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งการพิมพ์
      เพื่อประโยชน์ในการกำหนดเลขมาตรฐานสากลประจำวารสาร ในกรณีที่ผู้ยื่นจดแจ้งการพิมพ์หนังสือพิมพ์ไม่ดำเนินการออกหนังสือพิมพ์ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง และไม่มีหนังสือชี้แจงเหตุผลภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนดดังกล่าวโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ให้ถือว่าหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งการพิมพ์ที่ได้รับตามมาตรา ๑๑ เป็นอันยกเลิก แต่ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิผู้ยื่นจดแจ้งการพิมพ์หนังสือพิมพ์ในการที่จะยื่นจดแจ้งการพิมพ์หนังสือพิมพ์นั้นอีกได้
      มาตรา ๑๑/๒ หนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งการพิมพ์ตามมาตรา ๑๑ ให้มีอายุห้าปีนับแต่วันที่ออกหนังสือ
      ถ้าผู้ยื่นคำขอประสงค์จะขอต่ออายุหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งการพิมพ์ ให้ยื่นคำขอต่ออายุหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งการพิมพ์ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งการพิมพ์สิ้นอายุไม่น้อยกว่าสามสิบวัน เมื่อได้ยื่นคำขอแล้วให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งไม่ต่ออายุหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งการพิมพ์
      หลักเกณฑ์และวิธีการต่ออายุหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งการพิมพ์ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
    • มาตรา 7
    • ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๕) และ (๖) ของมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๕๐
      (๕) เลขมาตรฐานสากลประจำวารสารที่หอสมุดแห่งชาติได้ออกให้
      (๖) ประเภทหนังสือพิมพ์เฉพาะนิตยสารและวารสาร
    • มาตรา 8
    • ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสามของมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติ จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๕๐
      หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการกำหนดประเภทของหนังสือพิมพ์เฉพาะนิตยสารและวารสารให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
    • มาตรา 9
    • ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๒/๑ แห่งพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๕๐
      มาตรา ๑๒/๑ ให้ผู้พิมพ์ส่งหนังสือพิมพ์ตามมาตรา ๑๑ จำนวนสองฉบับให้หอสมุดแห่งชาติภายในสามสิบวันนับแต่วันเผยแพร่
    • มาตรา 10
    • ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๒/๑) ของมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๕๐
      (๒/๑) ไม่ซ้ำกับชื่อของหน่วยงานของรัฐ หรือเป็นตัวย่อ
    • มาตรา 11
    • ให้ยกเลิกความใน (๓) ของมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
      (๓) ไม่ซ้ำกับชื่อหนังสือพิมพ์ที่ได้รับจดแจ้งไว้แล้ว หรือชื่อหนังสือพิมพ์ที่จัดพิมพ์ในต่างประเทศ
    • มาตรา 12
    • ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๘/๑ แห่งพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๕๐
      มาตรา ๑๘/๑ ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจออกคำสั่งห้ามพิมพ์ เผยแพร่ สั่งเข้าหรือนำเข้าเพื่อเผยแพร่ในราชอาณาจักร ซึ่งหนังสือพิมพ์ใด ๆ ที่เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาต มาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หรือกระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน โดยจะกำหนดเวลาห้ามไว้ในคำสั่งดังกล่าวด้วยก็ได้
      การออกคำสั่งตามวรรคหนึ่ง ห้ามมิให้นำข้อความที่มีลักษณะที่เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทหรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หรือข้อความที่กระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนมาแสดงไว้ด้วย
      หนังสือพิมพ์ที่เป็นการฝ่าฝืนวรรคหนึ่ง ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจริบและทำลาย
    • มาตรา 13
    • ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
      มาตรา ๑๙ ผู้พิมพ์หรือผู้โฆษณาผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๘ มาตรา ๙ หรือมาตรา ๑๒/๑ ต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
    • มาตรา 14
    • ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
      มาตรา ๒๗ ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตามมาตรา ๑๐ หรือมาตรา ๑๘/๑ มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    • มาตรา 15
    • หนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งการพิมพ์หนังสือพิมพ์ซึ่งมีการออกให้โดยพนักงานเจ้าหน้าที่จดแจ้งการพิมพ์ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งการพิมพ์ตามพระราชบัญญัตินี้
    • มาตรา 16
    • ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail