Facebook


ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากรพ.ศ. ๒๕๓๐ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....(ว่าด้วยการอนุวัติการให้เป็นไปตามอนุสัญญาเกียวโต(ฉบับแก้ไข) ฯลฯ)

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 4199 เวลา ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

บันทึกหลักการและเหตุผล

 

ประกอบร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร

 

พ.ศ. ๒๕๓๐  (ฉบับที่ ..)  พ.ศ. ....

 

(ว่าด้วยการอนุวัติการให้เป็นไปตามอนุสัญญาเกียวโต(ฉบับแก้ไข) ฯลฯ)

 

 

 


หลักการ

 

 

          แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร ดังต่อไปนี้

 

๑.  เพิ่มเติมความเป็นมาตรา ๓/๑ แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐  เพื่อให้อธิบดีกรมศุลกากร หมายความรวมถึงผู้ซึ่งอธิบดีกรมศุลกากรมอบหมายด้วย

  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    บันทึกหลักการและเหตุผล
    ประกอบร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร
    พ.ศ. ๒๕๓๐ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
    (ว่าด้วยการอนุวัติการให้เป็นไปตามอนุสัญญาเกียวโต(ฉบับแก้ไข) ฯลฯ)


    หลักการ

    แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร ดังต่อไปนี้
    ๑. เพิ่มเติมความเป็นมาตรา ๓/๑ แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ เพื่อให้อธิบดีกรมศุลกากร หมายความรวมถึงผู้ซึ่งอธิบดีกรมศุลกากรมอบหมายด้วย
    ๒. เพิ่มเติมความเป็นมาตรา ๑๔/๑ แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ เพื่อให้ผลผูกพันและวิธีดำเนินการ เกี่ยวกับการวินิจฉัยล่วงหน้าในเรื่องของถิ่นกำเนิดหรือกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดของของนำเข้ามีความชัดเจนขึ้น
    ๓. เพิ่มเติมความเป็นมาตรา ๑๕/๑ แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ และใช้ความใหม่แทนเพื่อให้ผลผูกพันและวิธีดำเนินการ เกี่ยวกับการวินิจฉัยพิกัดศุลกากรล่วงหน้าก่อนการนำเข้ามีความชัดเจนขึ้น
    ๔. เพิ่มความเป็นมาตรา ๑๕/๒ แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ เพื่อให้การเก็บค่าธรรมเนียมในการออกคำวินิจฉัยล่วงหน้าสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยศุลกากร และมีความชัดเจนขึ้น
    ๕. ยกเลิกความในช่องรายการประเภท ๒ ภาค ๔ ของที่ได้รับยกเว้นอากร แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ แล้วให้ใช้ความใหม่แทน เพื่อให้ของที่ส่งออกไปซ่อม หรือของที่ส่งออกไปเพื่อผลิต ผสม ประกอบ บรรจุ หรือดำเนินการอื่นใด นอกราชอาณาจักรหากนำกลับเข้ามาอีกครั้งหนึ่งได้รับยกเว้นอากร เฉพาะเท่าราคาหรือปริมาณแห่งของเดิมที่ส่งออกไป
    ๖. ยกเลิกความในช่องรายการประเภท ๑๐ ภาค ๔ ของที่ได้รับยกเว้นอากร แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ แล้วใช้ความใหม่แทน เพื่อให้ของที่ได้รับยกเว้นอากรตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวครอบคลุมไปถึงการได้รับยกเว้นอากรตาม ข้อผูกพันที่ประเทศไทยมีต่อองค์กรระหว่างประเทศทั้งในระดับรัฐบาล และที่มิใช่ระดับรัฐบาลด้วย
    ๗. ยกเลิกความในช่องรายการประเภท ๑๒ ภาค ๔ ของที่ได้รับยกเว้นอากร แห่ง พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๕ แล้วใช้ความใหม่แทน เพื่อให้ของนำเข้าที่มีมูลค่าเล็กน้อยไม่คุ้มค่ากับการจัดเก็บภาษี ได้รับการยกเว้นอากรขาเข้า ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
    ๘. เพิ่มเติมความเป็นช่องรายการของประเภท ๑๙ ในภาค ๔ ของที่ได้รับยกเว้นอากรแห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ เพื่อให้ของที่ใช้เป็นภาชนะบรรจุหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องชนิดที่ใช้หมุนเวียนได้เป็นของที่ได้รับยกเว้นอากร

    เหตุผล

    เนื่องจากคำว่า “อธิบดี” ได้มีการกำหนดคำนิยามศัพท์ไว้ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ว่าหมายความรวมถึง ผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายด้วย แต่มิได้มีการกำหนดคำนิยามศัพท์ดังกล่าวไว้ใน พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ แต่อย่างใด ทำให้เกิดความลักลั่นและเกิดปัญหา ด้านการตีความ ซึ่งเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ได้มีการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยศุลกากรเพื่อการนำระบบราคาตามความตกลงทั่วไปว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรและการค้า ๑๙๙๔ มาใช้ไปแล้ว แต่ยังไม่มีการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรให้สอดคล้องกัน ตลอดจนการนำของออกไปผลิต ผสม ประกอบ บรรจุ หรือดำเนินการอื่นใด ณ ต่างประเทศ เพื่อลดต้นทุนด้านค่าจ้างแรงงาน ยังไม่มีบทกฎหมายรองรับให้ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเมื่อนำของที่ผ่านกรรมวิธีดังกล่าวกลับเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง อีกทั้งในปัจจุบันนี้ การยกเว้นอากรขาเข้าให้แก่ของนำเข้าที่มีมูลค่าเล็กน้อยไม่คุ้มกับการจัดเก็บภาษีจะยกเว้นให้เฉพาะกรณีนำของเข้ามาทางไปรษณีย์ หรือทางสนามบินศุลกากรเท่านั้น ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมตามหลักการจัดเก็บภาษีแล้ว มูลค่าของของที่จะได้รับยกเว้นอากรยังไม่มีความยืดหยุ่น เพราะจำกัดอยู่ที่ไม่เกินหีบห่อละหนึ่งพันบาทหรือรายละไม่เกินหนึ่งพันบาทเท่านั้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับค่าของเงินที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา และการแก้ไขมูลค่าของของกระทำได้ยาก เพราะจะดำเนินการได้โดยการแก้ไขกฎหมายระดับพระราชบัญญัติเท่านั้น นอกจากนี้ ในการวินิจฉัยถิ่นกำเนิดตลอดจนกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดของสินค้ายังไม่มีความชัดเจนว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวจะมีผลผูกพันอย่างไร อีกทั้งในการวินิจฉัยพิกัดศุลกากรล่วงหน้าก่อนการนำเข้ายังไม่มีกฎหมายรองรับและยังไม่มีความชัดเจนว่าคำวินิจฉัยดังกล่าว จะมีผลผูกพันฝ่ายใดบ้าง อย่างไรและจะสิ้นผลลงเมื่อใดบ้าง ซึ่งอาจทำให้ผู้ประกอบการเสียประโยชน์ทางการค้าและปรับตัวไม่ทันเนื่องจากไม่อาจคาดหมายได้ นอกจากนี้ในปัจจุบันนี้ ได้มีการนำบรรจุภัณฑ์หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องที่สามารถใช้หมุนเวียนได้หลายครั้งมาใช้ เพื่อลดต้นทุนการผลิต แต่บรรจุภัณฑ์หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องดังกล่าวยังไม่มีกฎหมายยกเว้นอากรให้เมื่อได้นำเข้ามาและจะใช้บรรจุของส่งกลับออกไป
    ดังนั้น เพื่อให้ความหมายของคำว่า “อธิบดี” หรือ “อธิบดีกรมศุลกากร” มีความชัดเจนขึ้น อีกทั้ง เพื่อให้การกำหนดราคาของขาออกเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรซึ่งได้แก้ไขไปแล้ว ตลอดจนเพื่อให้มีบทกฎหมายรองรับกรณีนำของออกไปผลิต ผสม ประกอบ บรรจุ หรือดำเนินการอื่นใด ณ ต่างประเทศ โดยได้รับการยกเว้นอากรเมื่อนำกลับเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง อันจะเป็นการส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศได้ทางหนึ่ง นอกจากนี้เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มของการพัฒนากฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มจะยอมรับองค์กรทั้งในระดับรัฐบาลและในระดับไม่ใช่รัฐบาล ว่าเป็น “บุคคล” ตามกฎหมายระหว่างประเทศด้วย ตลอดจนขจัดปัญหาการตีความหมายของคำว่า “สัญญากับนานาประเทศ” ว่าหมายความรวมถึงสัญญากับองค์กรระหว่างประเทศด้วยหรือไม่ ให้หมดไป จึงควรแก้ไขกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรให้ชัดเจนเพื่อให้สิทธิยกเว้นอากรตามข้อผูกพันหรือตามสัญญา รวมถึงข้อผูกพันหรือสัญญาที่รัฐมีต่อองค์กรระหว่างประเทศด้วย อีกทั้ง เพื่อให้ของที่มีมูลค่าเล็กน้อยในทางการค้าและไม่คุ้มค่ากับการจัดเก็บ ได้รับยกเว้นอากร ตลอดจนเพื่อให้มูลค่าของของที่จะได้รับยกเว้นอากรมีความเป็นธรรมและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยฝ่ายบริหารสามารถออกกฎหมายลำดับรองในการกำหนดมูลค่าของของให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินโดยไม่ต้องมีการแก้ไขกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ ตลอดจนเพื่อให้มีกฎหมายรองรับการมีผลผูกพันของการตีความวินิจฉัยพิกัดอัตราศุลกากร ตลอดจนการออกคำวินิจฉัยกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดของสินค้าหรือถิ่นกำเนิดของสินค้า มีความชัดเจนขึ้นและสอดคล้องกับหลักสากลตามที่บัญญัติไว้ในอนุสัญญาเกียวโต (ฉบับแก้ไข) อีกทั้งเพื่อให้บรรจุภัณฑ์หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องที่สามารถใช้หมุนเวียนได้หลายครั้ง ได้รับยกเว้นอากร จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้


    โครงสร้างของร่างพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่..) พ.ศ. ….
    (ว่าด้วยการอนุวัติการให้เป็นไปตามอนุสัญญาเกียวโต (ฉบับแก้ไข) ฯลฯ)

    1. เพิ่มเติมความเป็นมาตรา 3/1 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530
    2. เพิ่มเติมความเป็นมาตรา 14/1 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530
    3. เพิ่มเติมความเป็นมาตรา 15/1 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2530
    4. เพิ่มเติมความเป็นมาตรา 15/2 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2530
    5. แก้ไขเพิ่มเติมความในช่องรายการประเภท 2 ภาค 4 ของที่ได้รับยกเว้นอากร แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530
    6. แก้ไขเพิ่มเติมความในช่องรายการประเภท 10 ภาค 4 ของที่ได้รับยกเว้นอากร แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530
    7. แก้ไขเพิ่มเติมความในช่องรายการประเภท 12 ภาค 4 ของที่ได้รับยกเว้นอากร แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2545
    8. แก้ไขเพิ่มเติมความเป็นช่องรายการของประเภท 19 ในภาค 4 ของที่ได้รับยกเว้นอากรแห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530






    ไม่มีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้อง
  • 1. การกำหนดคำนิยามศัพท์ของคำว่า “อธิบดี”
  • ปัญหา - กฎหมายพิกัดอัตราศุลกากรที่ใช้อยู่ในปัจจุบันไม่มีคำนิยามศัพท์ของคำว่า“อธิบดี” คงมีแต่การกำหนดคำนิยามศัพท์ไว้ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ทำให้เกิดความลักลั่นและเกิดปัญหาด้านการตีความ ซึ่งเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติงาน
    แนวทางที่ขอแก้ไข - กำหนดบทนิยามของคำว่า “อธิบดี” ไว้ในกฎหมายพิกัดอัตราศุลกากร
    เหตุผล - เพื่อให้ความหมายของคำว่า “อธิบดี” หรือ “อธิบดีกรมศุลกากร” มีความชัดเจนขึ้น ไม่ให้เกิดความลักลั่นและเกิดปัญหาด้านการตีความ
    มาตราในร่างพระราชบัญญัติ - ร่างมาตรา 3/1
  • 2. การวินิจฉัยล่วงหน้าในเรื่องของถิ่นกำเนิดหรือกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดของของนำเข้า
  • ปัญหา - กฎหมายพิกัดอัตราศุลกากรฉบับปัจจุบันยังไม่มีบทบัญญัติในเรื่องการวินิจฉัยถิ่นกำเนิด ตลอดจนกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดของสินค้ายังไม่มีความชัดเจนว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวจะมีผลผูกพันอย่างไร
    แนวทางที่ขอแก้ไข - แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเพื่อให้มีกฎหมายรองรับการมีผลผูกพันและวิธีดำเนินการ เกี่ยวกับการวินิจฉัยพิกัดอัตราศุลกากรล่วงหน้าในเรื่องของถิ่นกำเนิดหรือกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดของของนำเข้ามีความชัดเจนขึ้น
    เหตุผล - เพื่อให้การออกคำวินิจฉัยกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าหรือถิ่นกำเนิดสินค้าของสินค้ามีความชัดเจนขึ้นและสอดคล้องตามหลักเกณฑ์ต่างๆที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาเกียวโต (ฉบับแก้ไข) อันถือเป็นพิธีการศุลกากรตามมาตรฐานโลก ซึ่งประเทศไทยกำลังจะเข้าเป็นภาคีแห่งอนุสัญญาดังกล่าว
    มาตราในร่างพระราชบัญญัติ - ร่างมาตรา 14/1
  • 3. การวินิจฉัยพิกัดศุลกากรล่วงหน้าก่อนการนำเข้า
  • ปัญหา - กฎหมายศุลกากรที่ใช้อยู่ในปัจจุบันไม่มีบทบัญญัติรองรับในเรื่องการวินิจฉัยพิกัดศุลกากรล่วงหน้าก่อนการนำเข้า และขาดความชัดเจนว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวจะมีผลผูกพันฝ่ายใดบ้าง อย่างไรและจะสิ้นผลลงเมื่อใดบ้าง ซึ่งอาจทำให้ผู้ประกอบการเสียประโยชน์ทางการค้าและปรับตัวไม่ทันเนื่องจากไม่อาจคาดหมายได้
    แนวทางที่ขอแก้ไข - แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเพื่อให้มีกฎหมายรองรับในเรื่องการวินิจฉัยพิกัดศุลกากรล่วงหน้าก่อนการนำเข้ามีความชัดเจนมากขึ้น
    เหตุผล - เพื่อให้การออกคำวินิจฉัยพิกัดศุลกากรล่วงหน้าก่อนการนำเข้า มีความชัดเจนขึ้นและสอดคล้องตามหลักเกณฑ์ต่างๆที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาเกียวโต (ฉบับแก้ไข) อันถือเป็นพิธีการศุลกากรตามมาตรฐานโลก ซึ่งประเทศไทยกำลังจะเข้าเป็นภาคีแห่งอนุสัญญาดังกล่าว
    มาตราในร่างพระราชบัญญัติ - ร่างมาตรา 15/1
  • 4. การเก็บค่าธรรมเนียมในการออกคำวินิจฉัยล่วงหน้า
  • ปัญหา - กฎหมายศุลกากรที่ใช้อยู่ในปัจจุบันไม่มีบทบัญญัติรองรับในเรื่องการเก็บค่าธรรมเนียมในการออกคำวินิจฉัยล่วงหน้าก่อนการนำเข้า และขาดความชัดเจนว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวจะมีผลผูกพันฝ่ายใดบ้าง อย่างไรและจะสิ้นผลลงเมื่อใดบ้าง ซึ่งอาจทำให้ผู้ประกอบการเสียประโยชน์ทางการค้าและปรับตัวไม่ทันเนื่องจากไม่อาจคาดหมายได้
    แนวทางที่ขอแก้ไข - แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติในเรื่องการเก็บค่าธรรมเนียมในการออกคำวินิจฉัยล่วงหน้าก่อนการนำเข้า
    เหตุผล - เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและมีความชัดเจนขึ้น
    มาตราในร่างพระราชบัญญัติ - ร่างมาตรา 15/2
  • 5. การได้รับยกเว้นอากรของของที่ส่งออกไปซ่อมหรือของที่ส่งออกไปซ่อมหรือของที่ส่งออกไปเพื่อ ผลิต ผสม ประกอบ บรรจุ หรือดำเนินการอื่นใด นอกราชอาณาจักรหากนำกลับเข้ามาอีกครั้ง
  • ปัญหา - กฎหมายพิกัดอัตราศุลกากรฉบับปัจจุบันยังไม่มีบทกฎหมายรองรับให้ของที่ส่งออกไปซ่อมหรือของที่ส่งออกไปซ่อมหรือของที่ส่งออกไปเพื่อ ผลิต ผสม ประกอบ บรรจุ หรือดำเนินการอื่นใด ณ ต่างประเทศให้ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเมื่อนำของที่ผ่านกรรมวิธีดังกล่าวกลับเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง
    แนวทางที่ขอแก้ไข - กำหนดบทบัญญัติให้ของที่ส่งออกไปซ่อมหรือของที่ส่งออกไปซ่อมหรือของที่ส่งออกไปเพื่อ ผลิต ผสม ประกอบ บรรจุ หรือดำเนินการอื่นใด นอกราชอาณาจักรหากนำกลับเข้ามาอีกครั้งให้ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเฉพาะเท่าราคาหรือปริมาณแห่งของเดิมที่ส่งออกไป โดยยกเลิกความในช่องรายการประเภท 2 ภาค 4 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร และให้ใช้ความใหม่แทน
    เหตุผล - เพื่อเป็นการลดต้นทุนค่าจ้างแรงงาน และเป็นการส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ อันเป็นการสอดคล้องกับหลักปฏิบัติสากล ตามที่บัญญัติไว้ในอนุสัญญาเกียวโต (ฉบับแก้ไข)
    มาตราในร่างพระราชบัญญัติ - บัญชีแนบท้ายร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2530 (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ในช่องรายการประเภท 2 ภาค 4 ของที่ได้รับยกเว้นอากร แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2530
  • 6. การได้รับยกเว้นอากรตามข้อผูกพันที่ประเทศไทยมีต่อองค์กรระหว่างประเทศทั้งในระดับรัฐบาล และที่มิใช่ระดับรัฐบาล
  • ปัญหา - กฎหมายพิกัดอัตราศุลกากรฉบับปัจจุบันยังไม่มีบทกฎหมายรองรับให้สิทธิยกเว้นอากรตามข้อผูกพันหรือตามสัญญา รวมถึงข้อผูกพันหรือสัญญาที่รัฐมีต่อองค์กรระหว่างประเทศ
    แนวทางที่ขอแก้ไข - แก้ไขกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรให้ชัดเจนเพื่อให้สิทธิยกเว้นอากรครอบคลุมไปถึงการได้รับยกเว้นอากรตามข้อผูกพันหรือตามสัญญา รวมถึงข้อผูกพันหรือสัญญาที่รัฐมีต่อองค์กรระหว่างประเทศทั้งในระดับรัฐบาล และที่มิใช่ระดับรัฐบาลด้วย โดยยกเลิกความในช่องรายการประเภท 10 ภาค 4 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร และให้ใช้ความใหม่แทน
    เหตุผล - เพื่อเป็นการลดต้นทุนค่าจ้างแรงงาน และเป็นการส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มของการพัฒนากฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มจะยอมรับองค์กรทั้งในรัฐบาลและในระดับไม่ใช่รัฐบาล ว่าเป็น “บุคคล” ตามกฎหมายระหว่างประเทศด้วย ตลอดจนขจัดปัญหาการตีความหมายของคำว่า “สัญญากับนานาประเทศ” ว่าหมายความรวมถึงสัญญากับองค์กรระหว่างประเทศด้วยหรือไม่ให้หมดไป
    มาตราในร่างพระราชบัญญัติ - บัญชีแนบท้ายร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2530 (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ในช่องรายการประเภท 10 ภาค 4 ของที่ได้รับยกเว้นอากร แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2530
  • 7. การได้รับยกเว้นอากรของของที่มีมูลค่าเล็กน้อยไม่คุ้มค่ากับการจัดเก็บภาษี
  • ปัญหา - กฎหมายพิกัดอัตราศุลกากรฉบับปัจจุบันยังไม่มีบทกฎหมายรองรับให้ของที่มีมูลค่าเล็กน้อยไม่คุ้มค่ากับการจัดเก็บภาษี ให้ได้รับยกเว้นอากรขาเข้า จะยกเว้นให้เฉพาะกรณีนำของเข้ามาทางไปรษณีย์ หรือทางสนามบินศุลกากรเท่านั้น ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมตามหลักการจัดเก็บภาษี และมูลค่าของของที่จะได้รับยกเว้นอากรยังไม่มีความยืดหยุ่น เพราะจำกัดอยู่ที่ไม่เกินหีบห่อละหนึ่งพันบาทหรือรายละไม่เกินหนึ่งพันบาทเท่านั้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับค่าของเงินที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา และการแก้ไขมูลค่าของของกระทำได้ยาก เพราะจะดำเนินการได้โดยการแก้ไขกฎหมายระดับพระราชบัญญัติเท่านั้น
    แนวทางที่ขอแก้ไข - กำหนดบทบัญญัติให้ของที่มีมูลค่าเล็กน้อยไม่คุ้มค่ากับการจัดเก็บภาษีให้ได้รับยกเว้นอากรขาเข้า โดยยกเลิกความในช่องรายการประเภท 12 ภาค 4 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร และให้ใช้ความใหม่แทน
    เหตุผล - เพื่อให้ของที่มีมูลค่าเล็กน้อยในทางการค้าและไม่คุ้มค่ากับการจัดเก็บได้รับยกเว้นอากร ตลอดจนเพื่อให้มูลค่าของของที่จะได้รับยกเว้นอากรมีความเป็นธรรมและมีความยืดหยุ่นมากขึ้นเป็นไปตามหลักสากล ดังที่บัญญัติไว้ในอนุสัญญาเกียวโต (ฉบับแก้ไข)โดยฝ่ายบริหารสามารถออกกฎหมายลำดับรองในการกำหนดมูลค่าของของให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินโดยไม่ต้องมีการแก้ไขกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ
    มาตราในร่างพระราชบัญญัติ - บัญชีแนบท้ายร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2530 (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ในช่องรายการประเภท 12 ภาค 4 ของที่ได้รับยกเว้นอากร แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2530
  • 8. การได้รับยกเว้นอากรของของที่ใช้เป็นภาชนะบรรจุหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องชนิดที่ใช้หมุนเวียนได้
  • ปัญหา - กฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่มีกฎหมายยกเว้นอากรให้บรรจุภัณฑ์หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องสามารถใช้หมุนเวียนได้หลายครั้งเมื่อได้นำเข้ามาและจะใช้บรรจุของส่งกลับออกไป
    แนวทางที่ขอแก้ไข - แก้ไขเพิ่มเติมให้ของที่ใช้เป็นภาชนะบรรจุหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องชนิดที่ใช้หมุนเวียนได้เป็นของที่ได้รับยกเว้นอากร
    เหตุผล - เพื่อลดต้นทุนการผลิต และเป็นการส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ
    มาตราในร่างพระราชบัญญัติ - บัญชีแนบท้ายร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2530 (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ในช่องรายการประเภท 19 ภาค 4 ของที่ได้รับยกเว้นอากร แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2530
    • มาตรา ๑
    • พระราชบัญญัตินี้ เรียกว่า พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ (ฉบับที่..) พ.ศ. .
    • มาตรา ๒
    • พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
    • มาตรา ๓
    • ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๓/๑ แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐
      มาตรา ๓/๑ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๔/๑ และมาตรา ๑๕/๑ วรรคแรก คำว่า อธิบดีกรมศุลกากร หรือ อธิบดี หมายความว่า อธิบดีกรมศุลกากรหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมศุลกากรมอบหมาย
    • มาตรา ๔
    • ให้เพิ่มความต่อไปนี้ เป็นมาตรา ๑๔/๑ แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐
      มาตรา ๑๔/๑ อธิบดีมีอำนาจวินิจฉัยกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดหรือถิ่นกำเนิดของของนำเข้า หรืออาจมอบหมายให้รองอธิบดีกรมศุลกากร เป็นผู้วินิจฉัยก็ได้
      ในกรณีที่มีคำร้องขอให้วินิจฉัยกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดหรือถิ่นกำเนิดของของนำเข้าล่วงหน้าก่อนการนำเข้า ให้คำวินิจฉัยดังกล่าวมีผลผูกพันกรมศุลกากรตามระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด เว้นแต่ข้อเท็จจริงใด ๆ ซึ่งใช้ในการวินิจฉัยนั้นเปลี่ยนแปลงไป หรือเมื่อมีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว
      การขอให้วินิจฉัยกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิด หรือถิ่นกำเนิดของของนำเข้าล่วงหน้า ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาตามที่อธิบดีกำหนด
    • มาตรา ๕
    • ให้เพิ่มความต่อไปนี้ เป็นมาตรา ๑๕/๑ แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๑๕/๑ ในกรณีที่มีคำร้องขอให้จำแนกประเภทพิกัดอัตราศุลกากรล่วงหน้าก่อนการนำเข้า การจำแนกประเภทพิกัดอัตราศุลกากรดังกล่าวให้มีผลผูกพันกรมศุลกากรนับตั้งแต่วันที่ออกหนังสือแจ้งผลการจำแนกประเภทพิกัดอัตราศุลกากรล่วงหน้าเป็นต้นไปจนกว่าจะมีการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลง หรือจนกว่าจะครบระยะเวลาตามที่อธิบดีกำหนด เว้นแต่ข้อเท็จจริงใดๆ ซึ่งใช้เพื่อการจำแนกนั้นเปลี่ยนแปลงไปหรือมีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว
      การร้องขอให้จำแนกประเภทพิกัดอัตราศุลกากรล่วงหน้า ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาตามที่อธิบดีกำหนด
      ในกรณีที่คำอธิบายพิกัดอัตราศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ของคณะมนตรีความร่วมมือทางศุลกากร ซึ่งอธิบดีได้ใช้เพื่อการตีความจำแนกประเภทพิกัดอัตราศุลกากรล่วงหน้าก่อนการนำเข้าได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว หรือความเห็นในการตีความของอธิบดีได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ให้การจำแนกนั้นยังคงมีผลผูกพันกรมศุลกากรต่อไปอีกระยะเวลาหนึ่งตามที่อธิบดีกำหนดแต่ไม่เกินหกเดือน นับตั้งแต่วันที่การจำแนกดังกล่าวสิ้นผลผูกพัน หากผู้ร้องขอให้มีการจำแนกพิกัดอัตราศุลกากรนั้นพิสูจน์ให้เป็นที่พอใจอธิบดีได้ว่า ตนเสียหายหรืออาจเกิดความเสียหาย อันเป็นผลมาจากการสิ้นผลผูกพันของการจำแนกดังกล่าว
      เมื่ออธิบดีได้วินิจฉัยแล้วว่าผู้ร้องขอไม่เกิดความเสียหาย หรือเกิดความเสียหายหรืออาจเกิดความเสียหายตามวรรค ๖ ให้คำวินิจฉัยนั้นเป็นที่สุด เว้นแต่ในกรณีที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดมีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงคำวินิจฉัยดังกล่าว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดำเนินการตามคำพิพากษาเฉพาะบุคลที่เป็นคู่ความในคดีนั้น
    • มาตรา ๖
    • ให้เพิ่มความต่อไปนี้ เป็นมาตรา ๑๕/๒ แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐
      มาตรา ๑๕/๒ ให้ผู้ร้องขอให้มีคำวินิจฉัยกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิด หรือถิ่นกำเนิดของนำเข้าล่วงหน้า หรือขอให้จำแนกประเภทพิกัดอัตราศุลกากรของของนำเข้าล่วงหน้า เสียค่าธรรมเนียมขณะยื่นคำร้องและขอให้คืนค่าธรรมเนียมดังกล่าวได้ หากกรมศุลกากรยกคำร้องดังกล่าวด้วยเหตุผลว่า ผู้ร้องหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องไม่มาให้ถ้อยคำ หรือไม่ส่งบัญชี เอกสาร หลักฐาน หรือข้อมูล ไม่ว่าในรูปแบบใดๆ หรือสิ่งของอย่างอื่นที่เกี่ยวข้องกับของดังกล่าวในเวลาไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง
    • มาตรา ๗
    • ให้ยกเลิกความในช่องรายการของประเภท ๒ ในภาค ๔ ของที่ได้รับยกเว้นอากร แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ และให้ใช้ความตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้แทน
    • มาตรา ๘
    • ให้ยกเลิกความในช่องรายการของประเภท ๑๐ ในภาค ๔ ของที่ได้รับยกเว้นอากร แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ และให้ใช้ความตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้แทน
    • มาตรา ๙
    • ให้ยกเลิกความในช่องรายการของประเภท ๑๒ ในภาค ๔ ของที่ได้รับยกเว้นอากร แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๕ และให้ใช้ความตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้แทน
    • มาตรา ๑๐
    • ให้เพิ่มความตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้ เป็นช่องรายการของประเภท ๑๙ ในภาค ๔ ของที่ได้รับยกเว้นอากร แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐
    • มาตรา ๑๑
    • ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

      ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

      ..........................................
      นายกรัฐมนตรี
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail