Facebook


ร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุข พ.ศ......

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 9338 เวลา ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

บันทึกหลักการและเหตุผล

 

 

 

 

 

 

หลักการ

 

 

 

ให้มีกฎหมาย  เพื่อ  ส่งเสริม  สนับสนุน     สร้างขวัญกำลังใจ   และคุ้มครองอาสาสมัครสาธารณสุข

 

 

 

 

 

 

เหตุผล

 

 

 

เนื่องจากอาสาสมัครสาธารณสุขคือประชาชนผู้เสียสละมีจิตอาสาเข้ามามีส่วนร่วมใน

 

 

 

การดูแลสุขภาพภายใต้การพึ่งตนเองด้านสุขภาพของชุมชนตามหลักการสาธารณสุขมูลฐานในด้านการส่งเสริมสุขภาพ  การควบคุมและป้องกันโรค  การรักษาพยาบาลในเบื้องต้น  การฟื้นฟูสุขภาพ และทำหน้าที่สื่อสารด้านสุขภาพในชุมชน  ประกอบกับมีการถ่ายโอนภารกิจด้านสุขภาพอนามัยสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  อาสาสมัครสาธารณสุขจึงสมควรที่จะได้รับรองสถานภาพและพัฒนาให้มีมาตรฐานในระบบเดียวกัน  จึงสมควรที่จะออกกฎหมายว่าด้วยอาสาสมัครสาธารณสุขขึ้น   เพื่อการส่งเสริม  สนับสนุน         คุ้มครอง    และดูแลสิทธิประโยชน์และเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้อาสาสมัครสาธารณสุขอย่างเป็นระบบ ตลอดจนให้การคุ้มครองประชาชนจากการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีมาตรฐานของอา

  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    หลักการ
    ให้มีกฎหมาย เพื่อ ส่งเสริม สนับสนุน สร้างขวัญกำลังใจ และคุ้มครองอาสาสมัครสาธารณสุข

    เหตุผล
    เนื่องจากอาสาสมัครสาธารณสุขคือประชาชนผู้เสียสละมีจิตอาสาเข้ามามีส่วนร่วมใน
    การดูแลสุขภาพภายใต้การพึ่งตนเองด้านสุขภาพของชุมชนตามหลักการสาธารณสุขมูลฐานในด้านการส่งเสริมสุขภาพ การควบคุมและป้องกันโรค การรักษาพยาบาลในเบื้องต้น การฟื้นฟูสุขภาพ และทำหน้าที่สื่อสารด้านสุขภาพในชุมชน ประกอบกับมีการถ่ายโอนภารกิจด้านสุขภาพอนามัยสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครสาธารณสุขจึงสมควรที่จะได้รับรองสถานภาพและพัฒนาให้มีมาตรฐานในระบบเดียวกัน จึงสมควรที่จะออกกฎหมายว่าด้วยอาสาสมัครสาธารณสุขขึ้น เพื่อการส่งเสริม สนับสนุน คุ้มครอง และดูแลสิทธิประโยชน์และเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้อาสาสมัครสาธารณสุขอย่างเป็นระบบ ตลอดจนให้การคุ้มครองประชาชนจากการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีมาตรฐานของอาสาสมัครสาธารณสุข จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้


    ไม่มีโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้อง
ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง
    • มาตรา ๑
    • พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุข พ.ศ. ....
    • มาตรา ๒
    • พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
    • มาตรา ๓
    • ในพระราชบัญญัตินี้
      อาสาสมัครสาธารณสุข หมายความว่า บุคคลที่ได้รับการคัดเลือกจากชุมชนให้เข้ารับการอบรมตามหลักสูตรฝึกอบรมมาตรฐานอาสาสมัครสาธารณสุขตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด
      และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอาสาสมัครสาธารณสุข
      องค์กรอาสาสมัครสาธารณสุข หมายความว่า การรวมกลุ่มของอาสาสมัครสาธารณสุขในรูปแบบต่างๆ เช่น ชมรม สมาคม หรือมูลนิธิ
      คณะกรรมการ หมายความว่า ส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุขกลาง
      คณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำจังหวัด หรือคณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี
      สถาบันฝึกอบรมและพัฒนาอาสาสมัครสาธารณสุข หมายความว่า หน่วยงานของ
      รัฐซึ่งทำหน้าที่ดำเนินการฝึกอบรมและพัฒนาโดยทีมวิทยากรซึ่งผ่านการฝึกอบรมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ที่คณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำจังหวัด คณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี มอบหมายให้ดำเนินการฝึกอบรมและพัฒนาอาสาสมัครสาธารณสุข หรือองค์กรภาคเอกชนที่เป็นนิติบุคคลโดยทีมวิทยากรที่ผ่านการฝึกอบรมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดที่คณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำจังหวัด หรือคณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุข กรุงเทพมหานครรับรองให้ดำเนินการฝึกอบรมและพัฒนาอาสาสมัคร
      รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
    • มาตรา ๔
    • อาสาสมัครสาธารณสุขตามพระราชบัญญัตินี้ หมายถึง
      (๑) อาสาสมัครสาธารณสุข ประจำหมู่บ้าน โดยใช้ชื่อย่อว่า อสม. มีชื่อเรียก
      ภาษาอังกฤษว่า Village Health Volunteer และใช้ชื่อย่อภาษาอังกฤษว่า VHV
      (๒) อาสาสมัครสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร โดยใช้ชื่อย่อว่า อสม. กทม.
      (๓) อาสาสมัครสาธารณสุข การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โดยใช้ชื่อย่อว่า
      อสม. กฟผ.
      (๔) อาสาสมัครสาธารณสุข เรือนจำ โดยใช้ชื่อย่อว่า อสม. รจ.
      (๕) อาสาสมัครสาธารณสุขอื่นๆ ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
    • มาตรา ๕
    • เครื่องแบบอาสาสมัครสาธารณสุข และเครื่องหมาย หรือตราสัญลักษณ์ของ
      อาสาสมัครสาธารณสุข ให้เป็นไปตามแบบที่คณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุขกลางประกาศกำหนด
    • มาตรา ๖
    • ให้อาสาสมัครสาธารณสุขมีหน้าที่และความรับผิดชอบเกี่ยวกับการสาธารณสุขมูลฐาน ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด เพื่อทำหน้าที่เบื้องต้นในการให้บริการสาธารณสุขที่จำเป็นแก่ประชาชน และเป็นแกนนำในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางสุขภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน โดยการสร้างมีส่วนร่วมของชุมชน และประสานแผนในส่วนที่ต้องการการสนับสนุนจากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และแหล่งอื่นๆ
    • มาตรา ๗
    • ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
      และออกระเบียบ ประกาศ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
      ระเบียบ และประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
    • หมวด ๑
    • คณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุข
    • มาตรา ๘
    • ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า คณะกรรมการส่งเสริมสนับสนุน
      อาสาสมัครสาธารณสุขกลาง จำนวน ๒๓ คน ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานกรรมการ และกรรมการอื่นๆดังต่อไปนี้
      (๑) กรรมการซึ่งเป็น ผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนกระทรวงการพัฒนาสังคมและ
      ความมั่นคงของมนุษย์ ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ผู้แทนกรมราชทัณฑ์ ผู้แทนกรมส่งเสริมสหกรณ์ ผู้แทนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ผู้แทนสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย ผู้แทนสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ผู้แทนสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ผู้แทนกรุงเทพมหานคร ผู้แทนองค์กรอาสาสมัครสาธารณสุขระดับประเทศ ผู้แทนองค์กรอาสาสมัครสาธารณสุขภาคเหนือ ผู้แทนองค์กรอาสาสมัครสาธารณสุข ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้แทนองค์กรอาสาสมัครสาธารณสุขภาคกลาง และผู้แทนองค์กรอาสาสมัครสาธารณสุขภาคใต้ แห่งละหนึ่งคน และ
      (๒) กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสามคน ให้อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นกรรมการและเลขานุการ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ผู้อำนวยการกองสนับสนุนสุขภาพภาคประชาชน เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
    • มาตรา ๙
    • ให้คณะกรรมการตามมาตรา ๘ มีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้
      (๑) เสนอนโยบายการส่งเสริมศักยภาพและสนับสนุนสวัสดิการให้แก่อาสาสมัคร
      สาธารณสุขต่อรัฐมนตรี
      (๒) ให้คำแนะนำแก่รัฐมนตรีในการออก ระเบียบ ประกาศต่างๆ
      (๓) กำหนดหลักสูตรฝึกอบรมมาตรฐานอาสาสมัครสาธารณสุข และรับรอง
      หลักสูตรฝึกอบรมความรู้ความชำนาญเฉพาะทางของอาสาสมัครสาธารณสุข
      (๔) กำหนดหลักสูตรฝึกอบรมมาตรฐานครูฝึกอบรมอาสาสมัครสาธารณสุข
      และกำหนดสถาบันฝึกอบรมและพัฒนาครูฝึกอบรมอาสาสมัครสาธารณสุข
      (๕) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการรับรองสถาบันฝึกอบรมและพัฒนาอาสาสมัคร
      สาธารณสุข
      (๖) ให้คำแนะนำแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาความรู้อาสาสมัคร
      สาธารณสุขประจำหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนหลักเกณฑ์และวิธีการตามพระราชบัญญัตินี้
      (๗) ส่งเสริม พัฒนา และสนับสนุนกิจกรรม และกำหนดมาตรฐานสมรรถนะของอาสาสมัครสาธารณสุข
      (๘) ส่งเสริม พัฒนาและสนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุขรวมกลุ่มในการทำงานเป็นเครือข่ายองค์กร หรือชมรม
      (๙) แต่งตั้งอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
      (๑๐) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่ระเบียบนี้หรือกฎหมายอื่นกำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ
      (๑๑) พิจารณาหรือดำเนินการในเรื่องอื่นตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย
    • มาตรา ๑๐
    • ให้มีคณะกรรมการแต่ละจังหวัดเรียกว่า คณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำจังหวัด จำนวน ๒๑ คน ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกรรมการ และกรรมการอื่นๆดังต่อไปนี้
      (๑) กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนโรงพยาบาลศูนย์หรือโรงพยาบาลทั่วไป ผู้แทน
      โรงพยาบาลชุมชน ผู้แทนสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ผู้แทนสถานีอนามัย ผู้แทนสำนักการศึกษานอกโรงเรียนจังหวัด ผู้แทนสำนักงานสหกรณ์จังหวัด ผู้แทนสำนักงานท้องถิ่นจังหวัด ผู้แทนองค์การบริหารส่วนจังหวัด ผู้แทนเทศบาล ผู้แทนองค์การบริหารส่วนตำบลในจังหวัด แห่งละหนึ่งคน ผู้แทนองค์กรอาสาสมัครสาธารณสุข ประจำหมู่บ้าน จำนวนสามคน และ
      (๒) กรรมการซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสามคน ให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เป็นกรรมการและเลขานุการ และให้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานอาสาสมัครสาธารณสุขของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และผู้แทนจากท้องถิ่นจังหวัดที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
    • มาตรา ๑๑
    • ให้มีคณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร จำนวน ๑๘ คน ประกอบด้วย ปลัดกรุงเทพมหานครเป็นประธานกรรมการ และกรรมการอื่นๆ ดังต่อไปนี้
      (๑) กรรมการซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ผู้แทนการ
      ฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ผู้แทนกรมราชทัณฑ์ ผู้แทนสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ผู้แทนสำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร แห่งละหนึ่งคน ผู้แทนศูนย์บริการสาธารณสุข จำนวนหนึ่งคน และผู้แทนองค์กรอาสาสมัครสาธารณสุข จำนวนเจ็ดคน
      (๒) กรรมการซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสามคน
      ให้ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร เป็นกรรมการและเลขานุการ
    • มาตรา ๑๒
    • ให้คณะกรรมการตามมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ มีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) ให้มีอำนาจและหน้าที่เฉพาะในเขตจังหวัด หรือในเขตกรุงเทพมหานคร
      (๒) รับรองสถาบันที่จัดการฝึกอบรมและพัฒนาอาสาสมัครสาธารณสุขตามหลักเกณฑ์
      ที่คณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุขกลางกำหนด
      (๓) รับขึ้นทะเบียนอาสาสมัครสาธารณสุขในเขตจังหวัด หรือในเขตกรุงเทพมหานคร
      (๔) ดำเนินการตามนโยบายการส่งเสริมศักยภาพและสนับสนุนสวัสดิการแก่อาสาสมัครสาธารณสุข
      (๕) เพิกถอนการเป็นอาสาสมัครสาธารณสุข กรณีขาดคุณสมบัติ
      (๖) พิจารณาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับอาสาสมัครสาธารณสุข
      (๗) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
      (๘) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่ระเบียบนี้หรือกฎหมายอื่นกำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่
      ของคณะกรรมการ
      (๙) พิจารณาหรือดำเนินการในเรื่องอื่นๆ ตามที่รัฐมนตรีหรือคณะกรรมการส่งเสริม
      และสนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุขกลางมอบหมาย
    • มาตรา ๑๓
    • กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๘(๒) มาตรา ๑๐(๒) และมาตรา ๑๑(๒) มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปีและอาจได้รับการแต่งตั้งอีก
      กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๘(๒) มาตรา ๑๐(๒) และมาตรา ๑๑(๒) พ้นจาก
      กรรมการเมื่อ
      (๑) ตาย
      (๒) ลาออก
      (๓) รัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครให้ออกแล้วแต่กรณี
    • หมวด ๒
    • การดำเนินการของคณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุข
    • มาตรา ๑๔
    • การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง
      ของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
      มติของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงชี้ขาด
    • มาตรา ๑๕
    • ในการประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองประธานกรรมการทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ถ้ารองประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม
    • มาตรา ๑๖
    • การประชุมของคณะอนุกรรมการ ให้นำความในมาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
    • มาตรา ๑๗
    • ให้คณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุขมีอำนาจเรียกบุคคลใดๆมาให้ถ้อยคำ หรือแจ้งให้บุคคลใดๆส่งเอกสารหรือวัตถุที่จำเป็นแก่การดำเนินการตามอำนาจและหน้าที่
    • หมวด ๓
    • อาสาสมัครสาธารณสุข
    • มาตรา ๑๘
    • ผู้ที่เป็นอาสาสมัครสาธารณสุข ต้องมีคุณสมบัติ และเงื่อนไข ดังนี้
      (๑) อายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์
      (๒) เป็นบุคคลที่สมัครใจและเสียสละ เพื่อช่วยเหลือการดำเนินงานสาธารณสุข
      (๓) เป็นบุคคลที่มีภูมิลำเนาในหมู่บ้านหรือชุมชน
      (๔) มีความรู้สามารถอ่านออกเขียนได้ หรือตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการส่งเสริมและ
      สนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุขกลางกำหนด
      (๕) เป็นบุคคลที่มีความประพฤติอยู่ในกรอบศีลธรรมอันดี ได้รับความไว้วางใจและ
      ยกย่องจากประชาชน
      (๖) มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง
    • มาตรา ๑๙
    • การกำหนดจำนวนอาสาสมัครสาธารณสุข ประจำหมู่บ้าน อย่างน้อยหนึ่ง
      คนต่อบ้าน ๑๐ - ๑๕ หลังคาเรือน หรือตามที่คณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำจังหวัด หรือคณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุข กรุงเทพมหานครกำหนด
      วิธีการคัดเลือกอาสาสมัครสาธารณสุข ให้ผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๘
      แสดงเจตนาเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขโดยมีหัวหน้าครอบครัวหรือผู้แทนไม่น้อยกว่า ๑๐ หลังคาเรือนในละแวกบ้านให้การรับรอง
      เมื่อชุมชนได้รายชื่อผู้ที่แสดงเจตนาเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขแล้วให้เสนอต่อ
      นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เพื่อลงทะเบียนเข้ารับการฝึกอบรมตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด
      กรณีการคัดเลือกอาสาสมัครสาธารณสุขตามมาตรา ๔(๒) (๓) (๔) และ(๕)
      ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวีธีการที่คณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุขกลางประกาศกำหนด
    • มาตรา ๒๐
    • เมื่อทราบผลการคัดเลือกตามมาตรา ๑๘ แล้วให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดการให้ผู้ได้รับการคัดเลือกเข้ารับการฝึกอบรมในสถาบันฝึกอบรมและพัฒนาอาสาสมัครสาธารณสุขตามระยะเวลาที่กำหนด
    • มาตรา ๒๑
    • เมื่อมีผู้ผ่านการอบรมและผ่านการประเมินความรู้ตามหลักสูตรที่กำหนดแล้ว ให้ดำเนินการออกใบประกาศนียบัตรรับรองความรู้ และขึ้นทะเบียนเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านการขึ้นทะเบียน และการออกบัตรประจำตัวอาสาสมัครสาธารณสุข ให้เป็นไปตาม
      หลักเกณฑ์ และวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนด
    • มาตรา ๒๒
    • อาสาสมัครสาธารณสุขจะต้องรักษาจรรยาบรรณตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด
    • มาตรา ๒๓
    • การพ้นจากการเป็นอาสาสมัครสาธารณสุข เมื่อ
      (๑ ) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๑๘
      (๒) ตาย
      (๓) ลาออก
      (๔) เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
      (๕) ถูกเพิกถอนการเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขตามหลักเกณฑ์ และวีธีที่กระทรวง
      สาธารณสุขประกาศกำหนด
    • มาตรา ๒๔
    • ให้อาสาสมัครสาธารณสุขได้รับค่าตอบแทนที่จำเป็นแก่การปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
    • มาตรา ๒๕
    • การเบิกจ่ายเงินแก่อาสาสมัครสาธารณสุขให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
    • มาตรา ๒๖
    • อาสาสมัครสาธารณสุข มีสิทธิที่จะได้รับสิทธิประโยชน์อื่นๆ ตามที่กระทรวงสาธารณสุข หรือหน่วยงานอื่นๆ ประกาศกำหนด
    • หมวด ๔
    • กองทุนส่งเสริมและพัฒนาอาสาสมัครสาธารณสุข
    • มาตรา ๒๗
    • ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นหนึ่งกองทุน เรียกว่า กองทุนส่งเสริมและพัฒนาอาสาสมัครสาธารณสุขกลาง ในกรมสนับสนุนบริการสุขภาพกระทรวงสาธารณสุขโดยกองทุนมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
      (๑) ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาระบบมาตรสมรรถนะอาสาสมัครสาธารณสุข
      (๒) ส่งเสริมสนับสนุนระบบการสร้างขวัญกำลังใจ และการเชิดชูเกียรติให้กับ
      อาสาสมัครสาธารณสุขในระดับนโยบาย
      (๓) ส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุข
      (๔) พัฒนาระบบข้อมูล ข่าวสาร อาสาสมัครสาธารณสุขและเครือข่าย
    • มาตรา ๒๘
    • ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นจังหวัดละหนึ่งกองทุน เรียกว่า กองทุนส่งเสริมและพัฒนาอาสาสมัครสาธารณสุขประจำจังหวัด ในสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด
      โดยกองทุนมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
      (๑) ส่งเสริมและสนับสนุนการฝึกอบรมและพัฒนาอาสาสมัครสาธารณสุข
      (๒) พัฒนาอบรมฟื้นฟูความรู้ด้านการสาธารณสุขมูลฐานและการดูแลสุขภาพ
      ชุมชนของอาสาสมัครสาธารณสุข
      (๓) ส่งเสริมและสนับสนุนการรวมกลุ่มของอาสาสมัครสาธารณสุขเป็นเครือข่าย
      (๔) ส่งเสริมสนับสนุนการสร้างขวัญกำลังใจและการเชิดชูเกียรติให้กับอาสาสมัครสาธารณสุขในระดับปฏิบัติ
    • มาตรา ๒๙
    • กองทุนตามมาตรา ๒๗ และมาตรา ๒๘ ประกอบด้วยเงินและทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้
      (๑) เงินอุดหนุนจากเงินงบประมาณประจำปี
      (๒) เงินอุดหนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
      (๓) เงินอุดหนุนจากสำนักงานสร้างเสริมสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานหลักประกัน
      สุขภาพแห่งชาติ
      (๔) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้มาโดยไม่มีภาระผูกพัน
      (๕) กิจกรรมหารายได้
      (๖) เงินหรือทรัพย์สินจากการบริจาค
      (๗) ดอกผลที่เกิดจากเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน
      (๘) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับตามกฎหมายหรือโดยนิติกรรมอื่น
      ให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัดเก็บรักษาเงิน
      และทรัพย์สินของกองทุน และดำเนินการเบิกจ่ายเงินกองทุนตามพระราชบัญญัตินี้
      การบริหาร การจัดหาผลประโยชน์ และการใช้จ่ายเงินกองทุนให้เป็นไปตาม
      หลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุขกลางประกาศโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
    • มาตรา ๓๐
    • รายได้ของกองทุนตามมาตรา ๒๗ และมาตรา ๒๘ ไม่เป็นรายได้ที่ต้อง
      นำส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง และกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ
      กำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
    • หมวด ๕
    • กองทุนจัดการสุขภาพชุมชน
    • มาตรา ๓๑
    • ให้มีการจัดตั้งกองทุนขึ้นในทุกหมู่บ้านและทุกชุมชน เรียกว่า กองทุนจัดการสุขภาพชุมชน โดยกองทุนมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
      (๑) ส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานตามศักยภาพและความสามารถของ
      อาสาสมัครสาธารณสุขให้สามารถขับเคลื่อนชุมชนและสังคมไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพที่ดีกว่า อย่างมีจิตสำนึก เต็มใจและมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบของอาสาสมัครสาธารณสุขด้วยกลวิธีการสาธารณสุขมูลฐาน
      (๒) เสริมสร้างบทบาทอาสาสมัครสาธารณสุขในการเป็นผู้นำในงานส่งเสริม
      สุขภาพและป้องกันโรคให้สามารถบริหารจัดการ ปัญหาสุขภาพของหมู่บ้าน ชุมชนและสนับสนุนหมู่บ้านชุมชน ในการจัดการสุขภาพได้
      (๓) สนับสนุนค่าใช้จ่ายและเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของอาสาสมัคร
      สาธารณสุขในการจัดกิจกรรมเฝ้าระวัง ส่งเสริมสุขภาพ ควบคุมป้องกันโรคในเขตพื้นที่หมู่บ้านและชุมชน รวมทั้งรณรงค์ขับเคลื่อนชุมชนและ สังคม ให้ตื่นตัวและรับผิดชอบต่อตนเอง ชุมชน และสภาวะแวดล้อมของสังคม ตลอดจนเตรียมและริเริ่มมาตรการทางสังคมใหม่ ๆ ที่จะมีผลต่อการขจัดหรือลดปัญหาทางสุขภาพ
      กองทุนประกอบด้วยเงินและทรัพย์สินดังต่อไปนี้
      (๑) เงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้
      (๒) เงินอุดหนุนจากรัฐบาล
      (๓) เงินอุดหนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
      (๔) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้จากการบริจาค
      (๕) ดอกผลและผลประโยชน์ที่เกิดจากกองทุน
      (๖) รายได้อื่นที่เกิดจากการดำเนินงานของกองทุน
    • มาตรา ๓๒
    • รายได้ของกองทุนไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง และกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณการบริหาร การจัดหาผลประโยชน์ และการใช้จ่ายเงินกองทุนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการตามระเบียบที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
    • บทเฉพาะกาล
    • มาตรา ๓๓
    • หลักสูตรฝึกอบรมมาตรฐานอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) พุทธศักราช ๒๕๕๐ ถือว่าเป็นหลักสูตรฝึกอบรมมาตรฐานอาสาสมัครสาธารณสุขตามพระราชบัญญัตินี้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้ง
    • มาตรา ๓๔
    • อาสาสมัครสาธารณสุข ประจำหมู่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร อาสาสมัครสาธารณสุข การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขก่อนพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ถือว่าเป็นอาสาสมัครสาธารณสุข ตาม พระราชบัญญัตินี้
      ให้อาสาสมัครสาธารณสุข เรือนจำที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์รับรองถือว่าเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขตามพระราชบัญญัตินี้
    • มาตรา ๓๕
    • บุคคลที่ได้ผ่านการอบรมตามหลักสูตรฝึกอบรมมาตรฐานอาสาสมัครสาธารณสุขที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดและ และได้รับประกาศนียบัตรรับรองความรู้แล้ว ให้ยื่นขอขึ้นทะเบียนภายในหนึ่งปีต่อคณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำจังหวัดหรือคณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณีจึงจะถือว่าเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขตามพระราชบัญญัตินี้
    • มาตรา ๓๖
    • อาสาสมัครสาธารณสุข การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยที่พ้นสภาพการเป็น อาสาสมัครสาธารณสุข โดยเกษียณอายุหรือเกษียณก่อนอายุ ภายในห้าปีก่อนพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้คณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำจังหวัด หรือคณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณีรับขึ้นทะเบียนเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขตามภูมิลำเนา เมื่อมีการยื่นคำขอ ภายในหนึ่งปีนับแต่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ
    • มาตรา ๓๗
    • บัตรประจำตัวอาสาสมัครสาธารณสุขซึ่งออกก่อนพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ใช้ได้จนกว่าจะมีการออกบัตรประจำตัวอาสาสมัครสาธารณสุขมาทดแทน
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail