Facebook


ร่างพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 4130 เวลา ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

บันทึกหลักการและเหตุผล

ประกอบร่างพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ (ฉบับที่  ..) 

พ.ศ. ....

                                       

 หลักการ

 

 

 

 

                    แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ.๒๕๔๒ ดังต่อไปนี้

                   (๑)  แก้ไขนิยามคำว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้มีความหมายครอบคลุมเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภทตามที่กำหนดไว้แล้ว  รวมทั้งเจ้าหน้าที่ในส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐอื่นที่เกิดขึ้นใหม่ที่ยังไม่มีบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ  และหรือมีเหตุผลความจำเป็นต้องมีบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อประกอบการปฏิบัติหน้าที่  (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔)

  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    บันทึกหลักการและเหตุผล
    ประกอบร่างพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....



    หลักการ

    แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ.๒๕๔๒ ดังต่อไปนี้
    (๑) แก้ไขนิยามคำว่า “เจ้าหน้าที่ของรัฐ” ให้มีความหมายครอบคลุมเจ้าหน้าที่ ของรัฐทุกประเภทตามที่กำหนดไว้แล้ว รวมทั้งเจ้าหน้าที่ในส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐอื่นที่เกิดขึ้นใหม่ ที่ยังไม่มีบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ และหรือมีเหตุผลความจำเป็นต้องมี บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อประกอบการปฏิบัติหน้าที่ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔)
    (๒) กำหนดข้อยกเว้นให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีกฎหมายกำหนดให้ออกบัตรประจำตัวให้เจ้าหน้าที่ของรัฐดังกล่าวไว้เป็นการเฉพาะแล้ว ไม่ต้องมีบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐตามพระราชบัญญัตินี้ แต่ข้อยกเว้นดังกล่าวไม่รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และเพิ่มเติมมาตรา ๕ วรรคสี่)
    (๓) แก้ไขผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐให้สอดคล้องกับการแก้ไขนิยามคำว่า “ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ” รวมทั้งการกำหนดให้ผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ อาจมอบหมายให้บุคคลอื่นออกบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐสำหรับบางตำแหน่งแทนได้ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๖ และเพิ่มเติมมาตรา ๖/๑)
    (๔) ยกเลิกมาตรา ๗ เนื่องจากการแก้ไขนิยามคำว่า “เจ้าหน้าที่ของรัฐ” ใหม่ ตามพระราชบัญญัตินี้กำหนดให้มีความหมายครอบคลุมเจ้าหน้าที่ของรัฐไปในคราวเดียวกันแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องมีการออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐเพิ่มเติมต่อไปอีก


    เหตุผล

    เนื่องจากมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้กำหนดนิยามคำว่า “เจ้าหน้าที่ของรัฐ” ไว้ทั้งหมด ๑๕ ประเภท คือมาตรา ๔ (๑) – (๑๕) โดยมาตรา ๔ (๑๖) กำหนดให้สามารถกำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐเพิ่มเติมได้โดยการตราพระราชกฤษฎีกาซึ่งปรากฏว่ามีการตราพระราชกฤษีกามาแล้ว ๑๐ ฉบับ และฉบับที่ใช้บังคับในปัจจุบัน คือ ฉบับที่ ๗ ถึงฉบับที่ ๑๐ จากคำนิยามเจ้าหน้าที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่กำหนดเพิ่มเติมตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมทั้งสิ้น ๓๕ ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทจะมีความหมายเฉพาะเจาะจงจนเป็นเหตุให้ต้องมีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่เกิดขึ้นใหม่ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเพิ่มเติม ทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ละประเภทกระจัดกระจายอยู่ในกฎหมายหลายฉบับ ยากต่อการปฏิบัติงานและการตรวจสอบหรือศึกษาอ้างอิง นอกจากนี้ยังปรากฏว่า กฎหมายที่เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ของรัฐบางประเภทดังกล่าวได้มีการปรับปรุงแก้ไขหรือยกเลิก ทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐประเภทนั้นๆ ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงตามสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป สมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อให้ครอบคลุมเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภทตามที่กำหนดไว้แล้ว และเจ้าหน้าที่ในส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐอื่นที่เกิดขึ้นใหม่ที่ยังไม่มีบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ และหรือมีเหตุผลความจำเป็นต้องมีบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อประกอบการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติในส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องให้มีความสมบูรณ์ ทันสมัย และเหมาะสมกับสภาวการณ์ในปัจจุบันไปพร้อมกันด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้











    โครงสร้างของร่างกฎหมาย

    (๑) กำหนดนิยามคำว่า “ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ”
    (๒) เพิ่มบทนิยามคำว่า “ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ”
    (๓) กำหนดข้อยกเว้นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะกำหนดให้ออกบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐอยู่แล้วไม่ต้องมีบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐตามร่างกฎหมายฉบับนี้แต่ไม่รวมถึงบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย
    (๔) กำหนดผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐใหม่ให้สอดคล้องกับการแก้ไขนิยามคำว่า “เจ้าหน้าที่ของรัฐ ”
    (๕) กำหนดให้ผู้มีอำนาจออกบัตร มอบหมายให้บุคคลอื่นออกบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐแทนได้
    (๖) ให้ยกเลิกมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒




    • สาระสำคัญของร่างกฎหมาย
    • สาระสำคัญของร่างกฎหมาย

      มาตรา ๑ ชื่อพระราชบัญญัติ
      มาตรา ๒ วันบังคับใช้กฎหมาย
      มาตรา ๓ ยกเลิกนิยามคำว่า “ เจ้าหน้าที่ของรัฐ” ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติบัตร-ประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความใหม่แทน
      มาตรา ๔ ให้เพิ่มบทนิยามคำว่า “ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ” ต่อจากวรรคสามของมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒
      มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความใหม่แทน
      มาตรา ๖ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสี่ของมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒
      มาตรา ๗ ยกเลิกความเกี่ยวกับผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐตามความในมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความใหม่แทน
      มาตรา ๘ ให้เพิ่มความเกี่ยวกับผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐตามมาตรา ๖ อาจมอบหมายให้บุคคลอื่นออกบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐสำหรับบางตำแหน่งแทนได้ เป็นมาตรา ๖/๑ แห่งพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒
      มาตรา ๙ ยกเลิกความเกี่ยวกับการออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ให้กำหนดผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวด้วยตามความในมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒

  • ประเด็น การกำหนดนิยามคำว่า "เจ้าหน้าที่ของรัฐ"
  • มาตรา ๓ การกำหนดนิยามคำว่า "เจ้าหน้าที่ของรัฐ"
  • ประเด็น การกำหนดผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ
  • มาตรา ๗ การกำหนดผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ
    • มาตรา ๑
    • มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
    • มาตรา ๒
    • มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
    • มาตรา ๓
    • มาตรา ๓ ให้ยกเลิกบทนิยามคำว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐ ในมาตรา ๔ แห่งพระราช บัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
      เจ้าหน้าที่ของรัฐ หมายความว่า
      (๑) ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ เจ้าหน้าที่หรือพนักงานที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งหรือการจ้างให้ปฏิบัติงานที่มีลักษณะประจำและต่อเนื่องซึ่งมีวาระการทำงานหรือการจ้างไม่น้อยกว่าหนึ่งปีในส่วนราชการ หน่วยบริการรูปแบบพิเศษ หน่วยงานหรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ และให้หมายความรวมถึงบุคคลหรือคณะบุคคลของหน่วยงานหรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ
      (๒) เจ้าหน้าที่หรือพนักงานที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งหรือการจ้างให้ปฏิบัติงานที่มีลักษณะประจำและต่อเนื่องซึ่งมีวาระการทำงานหรือการจ้างไม่น้อยกว่าหนึ่งปีในรัฐวิสาหกิจ องค์การของรัฐ หรือองค์การมหาชนที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา หรือหน่วยงานของรัฐที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติ ยกเว้น หน่วยงานที่ทำหน้าที่ควบคุมการประกอบวิชาชีพ
      (๓) ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
      (๔) กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน
    • มาตรา ๔
    • มาตรา ๔ ให้เพิ่มบทนิยามคำว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ต่อจากวรรคสามของมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ ดังต่อไปนี้
      ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หมายความว่า ข้าราชการการเมือง ผู้ช่วยรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง ผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น และเลขานุการ ผู้ช่วยเลขานุการ ประธานที่ปรึกษา หรือที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
    • มาตรา ๕
    • มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
      ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐมีบัตรประจำตัวสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีกฎหมายกำหนดให้ออกบัตรประจำตัวให้เจ้าหน้าที่ของรัฐดังกล่าวไว้เป็นการเฉพาะแล้ว

    • มาตรา ๖
    • มาตรา ๖ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสี่ของมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒
      ในกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามวรรคหนึ่ง ไม่รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย
    • มาตรา ๗
    • มาตรา ๗ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
      มาตรา ๖ ให้บุคคลดังต่อไปนี้ เป็นผู้ออกบัตรประจำตัวสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ
      (๑) นายกรัฐมนตรี สำหรับตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ทุกตำแหน่งนอกจากที่ระบุให้บุคคลอื่นเป็นผู้ออกบัตร รวมทั้งตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีหัวหน้าส่วนราชการของส่วนราชการที่อยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี หรือหัวหน้าส่วนราชการของส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรมซึ่งไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวง แต่อยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี
      (๒) รัฐมนตรีเจ้าสังกัด สำหรับตำแหน่งปลัดกระทรวง ปลัดทบวง หรือหัวหน้า ส่วนราชการซึ่งดำรงตำแหน่งเทียบเท่า ที่ปรึกษารัฐมนตรี เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการทบวง ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการทบวง และผู้ช่วยรัฐมนตรีที่อยู่ในสังกัด รวมทั้งตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรมซึ่งไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวง แต่อยู่ในบังคับบัญชาของรัฐมนตรี
      (๓) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สำหรับตำแหน่งข้าราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
      (๔) ปลัดกระทรวง ปลัดทบวง หรือหัวหน้าส่วนราชการซึ่งดำรงตำแหน่งเทียบเท่าสำหรับตำแหน่งอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการของส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรมในกระทรวงหรือทบวง ตำแหน่งอื่นทุกตำแหน่งในสำนักงานปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดทบวงหรือสำนักงานรัฐมนตรีในกระทรวงหรือทบวง ตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่เป็นส่วนราชการ ผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ องค์การของรัฐหรือองค์การมหาชนที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา และผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานของรัฐที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติในสังกัดหรือในความควบคุม กำกับหรือดูแลของกระทรวงหรือทบวงนั้น แล้วแต่กรณี
      ในกรณีหน่วยงานของรัฐที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติ ไม่อยู่ในสังกัดหรือในความควบคุม กำกับหรือดูแลของกระทรวงหรือทบวง ให้ผู้รักษาการตามกฎหมายที่จัดตั้งหน่วยงานนั้น สำหรับตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานดังกล่าว
      (๕) อธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการของส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะ เป็นกรมซึ่งสังกัดหรือไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวง ผู้บริหารสูงสุดของมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่เป็นส่วนราชการ ผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ องค์การของรัฐหรือองค์การมหาชนที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา หรือผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานของรัฐที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติ สำหรับตำแหน่งอื่นทุกตำแหน่งใน ส่วนราชการหรือหน่วยงานนั้น แล้วแต่กรณี
      (๖) ประธานรัฐสภา สำหรับตำแหน่งประธานรัฐสภา รองประธานรัฐสภา และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองในรัฐสภา รวมทั้งตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นสังกัดรัฐสภา และตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานของรัฐที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติในสังกัดรัฐสภาหรือในกำกับดูแลของประธานรัฐสภา
      (๗) ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือประธานวุฒิสภา สำหรับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา รวมทั้งตำแหน่งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรหรือเลขาธิการวุฒิสภา แล้วแต่กรณี
      (๘) เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เลขาธิการวุฒิสภา หัวหน้าส่วนราชการของ ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นสังกัดรัฐสภา หรือผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานของรัฐที่มีฐานะเป็น นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติในสังกัดรัฐสภาหรือในกำกับดูแลของประธานรัฐสภา สำหรับตำแหน่งอื่นทุกตำแหน่งในสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นสังกัดรัฐสภา หรือหน่วยงานของรัฐนั้น แล้วแต่กรณี
      (๙) ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานคณะกรรมการหรือตำแหน่งอื่นที่มีลักษณะเดียวกันในหน่วยงานหรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ สำหรับตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ข้าราชการตุลาการหรือดะโต๊ะยุติธรรม ตุลาการศาลปกครอง เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง และเลขาธิการหรือหัวหน้าของหน่วยงานหรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ แล้วแต่กรณี
      (๑๐) เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง และเลขาธิการหรือหัวหน้าของหน่วยงานหรือองค์กรตามรัฐ
    • มาตรา ๘
    • มาตรา ๘ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๖/๑ แห่งพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒
      มาตรา ๖/๑ ผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐตามมาตรา ๖ อาจมอบหมายให้บุคคลอื่นออกบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐสำหรับบางตำแหน่งแทนได้

    • มาตรา ๙
    • มาตรา ๙ ให้ยกเลิกมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒

         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail