Facebook


ร่างพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับที่..) พ.ศ. ...

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 4728 เวลา ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

เรื่องเสริมที่ ๒๐๒/๒๕๔๘

ประกอบร่างพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับที่..) พ.ศ. ...

               สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือ ที่ นร ๐๕๐๓ /๑๕๘๘๓ ลงวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๔๖ ถีงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ความว่า คณะรัฐมนตรีไดัมีมติเมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๔๖ อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับที่..) พ.ศ... ที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา ต่อมาสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือ ที่ นร ๐๕๐๓/๘๗๓๕ ลงวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๔๗ ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แจ้งเพิ่มเติมถึงมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๔๗ ที่อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับที่..) พ.ศ..... ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอเพิ่มเติม และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาไปพร้อมกับร่างพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับที่..) พ.ศ..... ข้างต้นที่อยู่ระหว่างการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แล้วส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป 
               ในการตรวจพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้เสนอคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๕) ตรวจพิจารณา โดยมีผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม (สำนักงานปลัดกระทรวง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสร็จการลงทุน สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย) กระทรวงการคลัง (กรมศุลกากรและกรมธนารักษ์) กระทรวงการต่างประเทศ(กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย) กระทรวงพาณิชย์(กรมการค้าต่างประเทศและกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ) กระทรวงมหาดไทย (กรมที่ดิน) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และหอการค้าไทย เป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริง และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นสมควรจัดทำบันทึกประกอบร่างฯ ดังต่อไปนี้ 
               ๑. สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ 
                    ๑.๑ ปรับเขตออุตสาหกรรมส่งออก เป็นเขตประกอบการเสรี ซี่งไม่กำหนดเงื่อนไขการส่งออก เพื่อให้สอดคล้องกับพันธกรณีว่าด้วยความตกลงขององค์การการค้าโลก ในเรื่องความตกลงว่าด้วยการอุดหนุนและมาตรการตอบโต้ ในส่วนที่เข้าข่ายเป็นการอุดหนุนที่ต้องห้าม 
                    ๑.๒ ให้การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม ประเภทเขตประกอบการเสรีไม่ต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา โดยออกเป็นประกาศแทน เพื่อความคล่องตัวในเชิงเศรษฐกิจและพาณิชย์ ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเช่นเดียวกับเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร 
                    ๑.๓ กาหนดใหัการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการการกำหนดแทนการกำหนดไว้ในกฎกระทรวง 
                    ๑.๔ ยกเลิกมาตรา ๓๙ ทวิ เพื่อให้การจัดสรรที่ดินในเขตนิคมอุตสาหกรรม ไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดิน 
                    ๑.๕ ลดขั้นตอนการดำเนินการต่าง ๆ ในเขตประกอบการเสริมโดยเพิ่มเติมบทบัญญัติยกเว้นการขอหรือมีใบอนุญาตนำเข้าและการควบคุมคุณภาพหรือมาตรฐานตามกฎหมายอื่น ตลอดจนการประทับตราหรือเครื่องหมายใด ๆ สำหรับของที่นำเข้ามาใช้ในการผลิต ผสม ประกอบ บรรจุ หรือดำเนินการอื่นใดในเขตประกอบการเสริมโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางเดียวกับเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร
ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกัน เพื่อความพร้อมในการแข่งขัน

               ๒. สาระสำคัญของร่างฯ ที่ผ่านการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
                   

  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือ ที่ นร ๐๕๐๓ /๑๕๘๘๓ ลงวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๔๖ ถีงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ความว่า คณะรัฐมนตรีไดัมีมติเมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๔๖ อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับที่..) พ.ศ... ที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา ต่อมาสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือ ที่ นร ๐๕๐๓/๘๗๓๕ ลงวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๔๗ ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แจ้งเพิ่มเติมถึงมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๔๗ ที่อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับที่..) พ.ศ..... ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอเพิ่มเติม และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาไปพร้อมกับร่างพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับที่..) พ.ศ..... ข้างต้นที่อยู่ระหว่างการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แล้วส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป
    ในการตรวจพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้เสนอคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๕) ตรวจพิจารณา โดยมีผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม (สำนักงานปลัดกระทรวง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสร็จการลงทุน สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย) กระทรวงการคลัง (กรมศุลกากรและกรมธนารักษ์) กระทรวงการต่างประเทศ(กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย) กระทรวงพาณิชย์(กรมการค้าต่างประเทศและกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ) กระทรวงมหาดไทย (กรมที่ดิน) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และหอการค้าไทย เป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริง และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นสมควรจัดทำบันทึกประกอบร่างฯ ดังต่อไปนี้

    ไม่มีโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้อง
ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีรายละเอียดของร่างที่เกี่ยวข้อง
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail