Facebook


ร่างพระราชบัญญัติหอสมุดแห่งชาติ พ.ศ. ....

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 5095 เวลา ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

- ร่าง -

 

 

 

พระราชบัญญัติ

 

 

 

หอสมุดแห่งชาติ

 

 

 

พ.ศ. ....

 

 

 

 

 

 

 

 

 


..................................

 

 

 

  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    หลักการ
    ให้มีกฎหมายว่าด้วยหอสมุดแห่งชาติ
    เหตุผล
    โดยที่หอสมุดแห่งชาติเป็นองค์กรหลักของชาติในการเก็บรวบรวม จัดหา และอนุรักษ์หนังสือ วารสาร หนังสือพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และสื่อโสตทัศนวัสดุทุกรูปแบบที่ผลิตภายในประเทศและต่างประเทศที่เกี่ยวกับประเทศไทย รวมทั้งเอกสารโบราณ เพื่อให้เป้นแหล่งเก็บรวบรวมและสงวนรักษามรดกภูมิปัญญาของชาติให้คงอยู่และเป็นสาธารณสมบัติของชาติ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่รับรองเอกสารใดๆ เพื่อใช้อ้างอิงตามกฎหมาย ตลอดจนการออกเลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือหรือวารสารเพื่อจัดทำเป็นบรรณานุกรมแห่งชาติ แต่การดำเนินการดังกล่าวของหอสมุดแห่งชาติที่จะให้เกิดผลสัมฤทธิ์ได้นั้น ยังขาดกระบวนการทางกฎหมายที่จะมารองรับ ดังนั้นการกำหนดให้มีกฎหมายว่าด้วยหอสมุดแห่งชาติจะเป็นประโยชน์แก่ประชาชนทั่วไปที่จะได้เข้าถึงแหล่งความรู้หรือได้รับการเพิ่มพูนสติปัญญาเพื่อพัฒนาคุณภาพของประชาชนยิ่งขึ้น ตลอดจนเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนผู้พิมพ์ หรือสำนักพิมพ์ในธุรกิจ หรือการดำเนินงานเกี่ยวกับหนังสือภายในประเทศให้แพร่หลายและมีระบบเพื่อการค้นหาข้อมูลและเชื่อมโยงกันระหว่างประเทศได้อย่างทั่วถึง จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

    บทนิยาม (มาตรา ๓)
    รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ (มาตรา ๔)
    หมวด ๑ หอสมุดแห่งชาติและอำนาจหน้าที่ (มาตรา ๕ - มาตรา ๗)
    หมวด ๒ คณะกรรมการหอสมุดแห่งชาติ (มาตรา ๘ - มาตรา ๑๓)
    หมวด ๓ การบริหารจัดการหอสมุดแห่งชาติและการให้บริการ (มาตรา ๑๔ - มาตรา ๑๙)
    หมวด ๔ กองทุนหอสมุดแห่งชาติ (มาตรา ๒๐ - มาตรา๒๖)
    หมวด ๕ บทกำหนดโทษ (มาตรา ๒๗ - มาตรา ๒๘)

    • กำหนดบทนิยามที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของหอสมุดแห่งชาติ (มาตรา ๓)
    • กำหนดบทนิยามของคำว่า "หอสมุดแห่งชาติ" "หอสมุด" "ทรัพยากรสารสนเทศ" "เอกสารโบราณ" "คลังพิสูจน์" "คณะกรรมการ" "คณะกรรมการกองทุน" "กองทุน" "อธิบดี" และ "รัฐมนตรี"
    • กำหนดผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ (มาตรา ๔)
    • กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
    • อำนาจหน้าที่ของหอสมุดแห่งชาติ (มาตรา ๕ - มาตรา ๗)
    • กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อจัดตั้งหอสมุดแห่งชาติ รวมทั้งยุบเลิกหอสมุดแห่งชาติ และได้กำหนดให้หอสมุดแห่งชาติเป็นแหล่งเรียนรู้ของสังคม คลังพิสจูน์ และเป็นแหล่งเก็บรวบรวม เก็บรักษา อนุรักษ์ ทรัพยากรทางปัญญา หรือภูมิปัญญาของชาติ เอกสารโบราณ ทรัพยากรสารสนเทศ และสิ่งพิมพ์ที่ได้รับมาตามพระราชบัญญัตินี้และกฎหมายอื่น รวมทั้งจัดทำบรรณานุกรมแห่งชาติ ให้บริการการอ่าน ศึกษา ค้นคว้า บริการจัดทำสำเนา ทรัพยากรสารสนเทศที่เป็นมรดกทางภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของชาติ รวมทั้งบริหารจัดการ รวมทั้งกำหนดอำนาจหน้าที่ของหอสมุดแห่งชาติ
      (๑) จัดหา รวบรวม จัดเก็บ สงวนรักษา อนุรักษ์ ทรัพยากรสารสนเทศ ที่จัดทำและพิมพ์ในประเทศและต่างประเทศ ที่แสดงถึงมรดกทางภูมิปัญญา วรรณกรรม และวัฒนธรรมของชาติ
      (๒) ดำเนินการจัดหาทรัพยากรสารสนเทศ ที่เกี่ยวกับประเทศไทยที่ได้จัดพิมพ์ หรือผลิต หรือมีอยู่ในต่างประเทศ
      (๓) ให้เป็นคลังเพื่อเก็บรักษาและสงวนรักษาทรัพยากรสารสนเทศ
      (๔) เป็นศูนย์กลางในการจัดทำและรวบรวมบรรณานุกรมแห่งชาติและสำรวจแหล่งข้อมูลเอกสารโบราณ
      (๕) วิเคราะห์ จัดหมวดหมู่ ทำรายการ และฐานข้อมูล เพื่อให้ผู้ใช้บริการเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศ และเชื่อมโยงกับเครือข่ายหอสมุดในประเทศและต่างประเทศ
      (๖) ให้บริการแก่ประชาชนและสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลได้อย่างทั่วถึง
      (๗) ทำหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานระบบสารนิเทศทางวิชาการแห่งชาติ
      (๘) ทำหน้าที่รับรองทรัพยากรสารสนเทศที่อยู่ในคลังพิสูจน์ เพื่อใช้เป็นเอกสารอ้างอิงตามกฎหมาย
      (๙) จัดฝึกอบรม ให้คำปรึกษาแนะนำวิชาบรรณารักษศาสตร์ และสารสนเทศศาสตร์ให้แก่บุคลากรหอสมุดอื่นๆ และผู้สนใจ
      (๑๐) เป็นสถานที่ให้บริการ เชื่อมโยงข้อมูลแก่หอสมุดที่เข้ามาเป็นเครือข่ายกับหอสมุดแห่งชาติ
    • คณะกรรมการหอสมุดแห่งชาติ (มาตรา ๘ - มาตรา ๑๓)
    • กำหนดให้มีคณะกรรมการหอสมุดแห่งชาติ ประกอบด้วย
      - ประธานกรรมการ ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
      - รองประธานกรรมการได้แก่ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
      - กรรมการโดยตำแหน่ง ประกอบด้วย
      (๑) ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
      (๒) ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
      (๓) ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
      (๔) ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
      (๕) ปลัดกรุงเทพมหานคร
      (๖) ปลัดกระทรวงมหาดไทย
      - กรรมการที่เลือกจากบุคคล/หน่วยงานดังต่อไปนี้ จำนวนไม่เกิน ๕ คน
      (๑) นายกสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพ
      รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
      (๒) นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย
      (๓) นายกสมาคมการพิมพ์ไทย
      (๔) ผู้แทนหอสมุดจากสถาบันอุดมศึกษาของรัฐหรือเอกชน
      - กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐและเอกชนซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
      วัฒนธรรมแต่งตั้ง จำนวนไม่เกิน ๕ คน
      - กรรมการและเลขานุการ ได้แก่ อธิบดีกรมศิลปากร
      - กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ได้แก่ ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดแห่งชาติ
      นอกจากนี้ยังได้กำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการที่มาจากการคัดเลือกและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ การพ้นจากตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ รวมทั้งการประชุมกรรมการและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ
    • การบริหารจัดการหอสมุดแห่งชาติและการให้บริการ (มาตรา ๑๔ - มาตรา ๑๙)
    • ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้กำหนด
      (๑) ให้ผู้พิมพ์และผู้โฆษณาตามกฎหมายว่าด้วยการพิมพ์ต้องส่งสิ่งพิมพ์ที่พิมพ์ขึ้นในราชอาณาจักรจำนวนไม่น้อยกว่าสองเล่มหรือสองฉบับแล้วแต่กรณี ให้แก่สำนักหอสมุดแห่งชาติภายในกำหนดสามสิบวัน นับแต่วันที่พิมพ์เสร็จ หรือวันที่ออกโฆษณาโดยไม่คิดราคาและค่าส่ง
      (๒) ให้ผู้ผลิตวีดิทัศน์ ซีดีรอม สื่ออิเล้กทรอนิกส์ วัสดุบันทึกเสียง ฟิล์มบันทึกภาพ ไมโครฟิล์ม หรือสิ่งอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ที่ผลิตขึ้นในราชอาณาจักร ต้องส่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแต่ละรายการจำนวนไม่น้อยกว่าสองหน่วย ให้แก่สำนักหอสมุดแห่งชาติภายในกำหนดสามสิบวัน นับแต่วันที่ผลิตเสร็จหรือวันที่ออกโฆษณา โดยไม่คิดราคาและค่าส่ง
      (๓) ให้สำนักหอสมุดแห่งชาติเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ในการออกเลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ (ISBN : International Standard Book Number และเลขมาตรฐานสากลประจำวารสาร (ISSN : International Standard Serial Number) รวมทั้งจัดทำบรรณานุกรมแห่งชาติ
      (๔) ผู้ที่ขอเข้าใช้บริการหรือขอใช้สถานที่ในหอสมุดแห่งชาติ การทำสำเนาทรัพยกรสารสนเทศ และหนังสือหายาก ที่เก็บรักษาไว้ในหอสมุดแห่งชาติ ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด และผู้ขอใช้ต้องชำระค่าบริการตามที่อธิบดีกรมศิลปากรกำหนด
      (๕) ให้อธิบดีกรมศิลปากรมีอำนาจจัดซื้อทรัพยากรสารสนเทศ เอกสารโบราณ และหนังสือหายาก
      (๖) ให้หอสมุดแห่งชาติเก็บรักษาทรัพยากรสารสนเทศที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกว่ามีความสำคัญระดับชาติ
    • กองทุนหอสมุดแห่งชาติ (มาตรา ๒๐ - มาตรา ๒๑)
    • ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กำหนดให้มีการจัดตั้งกองทุนหอสมุดแห่งชาติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินกิจการหอสมุด โดยที่มาของกองทุนหอสมุดแห่งชาติจะได้จาก
      (๑) เงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้
      (๒) เงินอุดหนุนจากรัฐบาล
      (๓) เงินที่ได้รับจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี
      (๔) เงินค่าบริการ เงินค่าใช้จ่าย หรือเงินที่ได้มาตามพระราชบัญญัตินี้
      (๕) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคหรือมอบให้
      (๖) เงินดอกเบี้ย หรือผลประโยชน์อื่นใดที่เกิดจากกองทุน หรือที่กองทุนได้รับตามกฎหมายหรือโดยนิติกรรมอื่น
      (๗) เงินและทรัพย์สินอื่นที่ตกเป็นของกองทุน
      (๘) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับจากภาคเอกชนทั้งภายในและภายนอกประเทศ รัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์กรต่างประเทศ
      นอกจากนี้ยังได้กำหนดให้มีคณะกรรมการกองทุนหอสมุดแห่งชาติขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่บริหารกองทุนหอสมุดแห่งชาติ อีกทั้งยังได้กำหนดให้ผู้ที่บริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่กองทุนหอสมุดแห่งชาติมีสิทธินำไปลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ หรือได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาค โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในประมวลรัษฎากร
    • บทกำหนดโทษ (มาตรา ๒๗ - มาตรา ๒๘)
    • ตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้กำหนดโทษสำหรับการกระทำดังต่อไปนี้
      (๑) ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา หรือผู้ผลิต ที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ ได้แก่ ไม่ส่งสิ่งพิมพ์หรือสิ่งผลิตให้สำนักหอสมุดแห่งชาติ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
      (๒) บุคคลใดซ่อนเร้น ครอบครอง จำหน่าย เอาไปเสีย หรือรับซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้ด้วยประการใดๆ ซึ่งทรัพยากรสารสนเทศตามมาตรา ๑๙ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากการกระทำดังกล่าวกระทำไปเพื่อการค้า ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินเจ็ดแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง
    • มาตรา ๑
    • พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติหอสมุดแห่งชาติ พ.ศ. ...."
    • มาตรา ๒
    • พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วัดถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
    • มาตรา ๓
    • ในพระราชบัญญัตินี้
      หอสมุดแห่งชาติ หมายความว่า หอสมุดที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้
      หอสมุด หมายความว่า ห้องสมุดหรือสถานที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันแต่เรียกชื่ออย่างอื่น ซึ่งมิได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้
      ทรัพยากรสารสนเทศ หมายความว่า สิ่งพิมพ์ซึ่งเป็นวัสดุที่มีการบันทึกข้อมูลข่าวสารความรู้ ความคิด ประสบการณ์ โดยใช้ภาษา สัญลักษณ์ รูปภาพ เสียง รหัส หรือวิธีการอื่นใด ทั้งนี้ให้หมายความรวมถึงเอกสารโบราณ ภาพยนตร์ วีดีทัศน์ แถบเสียง แผ่นเสียง วัสดุย่อย ซีดีรอม สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสิ่งอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
      เอกสารโบราณ หมายความว่า กระดาษ ใบลาน ผ้า แผ่นหนัง หรือวัตถุอื่นใด ที่มีรูปอักษรเขียนหรือจารึกไว้บนวัตถุด้วยอักษรและภาษาโบราณ
      คลังพิสูจน์ หมายความว่า สถานที่เก็บทรัพยากรสารสนเทศที่ได้รับมาตามพระราชบัญญัตินี้ หรือตามกฎหมายอื่นและหอสมุดแห่งชาติได้แยกเก็บหนังสือส่วนนี้ไว้บริการเพื่อเป็นเอกสารใช้อ้างอิงตามกฎหมายหรือเพื่อประโยชน์อื่นใดของหน่วยราชการ หน่วยงาน และประชาชน
      คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการหอสมุดแห่งชาติ
      คณะกรรมการกองทุน หมายความว่า คณะกรรมการกองทุนหอสมุดแห่งชาติ
      กองทุน หมายความว่า กองทุนหอสมุดแห่งชาติ
      อธิบดี หมายความว่า อธิบดีกรมศิลปากร
      รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
    • มาตรา ๔
    • ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติ
      กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
    • หมวด ๑ หอสมุดแห่งชาติและอำนาจหน้าที่
    • มาตรา ๕
    • ให้หอสมุดแห่งชาติเป็นแหล่งเรียนรู้ของสังคม คลังพิสูจน์ และเป็นแหล่งรวบรวม เก็บรักษา อนุรักษ์ทรัพยากรทางปัญญา หรือภูมิปัญญาของชาติ เอกสารโบราณ ทรัพยากรสารสนเทศ และสิ่งพิมพ์ที่ได้รับตามพระราชบัญญัตินี้และกฎหมายอื่น รวมทั้งการบริหารจัดการ จัดระบบ จัดทำบรรณานุกรมแห่งชาติ ให้บริการอ่าน ศึกษา ค้นคว้า บริการจัดทำสำเนา ทรัพยากรสารสนเทศที่เป็นมรดกทางภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของชาติ
    • มาตรา ๖
    • หอสมุดแห่งชาติจะจัดตั้งขึ้น ณ ที่ใด หรือจะให้สถานที่ใดเป็นหอสมุดแห่งชาติ รวมทั้งการยุบเลิกหอสมุดแห่งชาติ ให้รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    • มาตรา ๗
    • ให้หอสมุดแห่งชาติมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้
      (๑) จัดหา รวบรวม จัดเก็บ สงวนรักษา อนุรักษ์ ทรัพยากรสารสนเทศ ที่จัดทำและพิมพ์ในประเทศและต่างประเทศ ที่แสดงถึงมรดกทางภูมิปัญญา วรรณกรรม และวัฒนธรรมของชาติ
      (๒) ดำเนินการจัดหาทรัพยากรสารสนเทศ ที่เกี่ยวกับประเทศไทยที่ได้จัดพิมพ์ หรือผลิตหรือมีอยู่ในต่างประเทศ
      (๓) ให้เป็นคลังเพื่อเก็บรักษาและสงวนรักษาทรัพยากรสารสนเทศ
      (๔) เป็นศูนย์กลางในการจัดทำและรวบรวมบรรณานุกรมแห่งชาติและสำรวจแหล่งข้อมูลเอกสารโบราณ
      (๕) วิเคราะห์ จัดหมวดหมู่ ทำรายการ และฐานข้อมูล เพื่อให้ผู้ใช้บริการเข้าถึง ทรัพยากรสารสนเทศ และเชื่อมโยงกับเครือข่ายหอสมุดในประเทศและต่างประเทศ
      (๖) ให้บริการแก่ประชาชนและสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลได้อย่างทั่วถึง
      (๗) ทำหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานระบบสารนิเทศทางวิชาการแห่งชาติ
      (๘) ทำหน้าที่รับรองทรัพยากรสารสนเทศที่อยู่ในคลังพิสูจน์ เพื่อใช้เป็นเอกสาร
      อ้างอิงตามกฎหมาย
      (๙) จัดฝึกอบรม ให้คำปรึกษาแนะนำวิชาบรรณารักษศาสตร์ และสารสนเทศศาสตร์ให้แก่บุคลากรหอสมุดอื่นๆ และผู้สนใจ
      (๑๐) เป็นสถานที่ให้บริการ เชื่อมโยงข้อมูลแก่หอสมุดที่เข้ามาเป็นเครือข่ายกับ หอสมุดแห่งชาติ
    • หมวด ๒ คณะกรรมการหอสมุดแห่งชาติ
    • มาตรา ๘
    • ให้มีคณะกรรมการหอสมุดแห่งชาติ ประกอบด้วย
      (๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานกรรมการ
      (๒) ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นรองประธานกรรมการ
      (๓) ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อการ ปลัดกรุงเทพมหานคร และปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นกรรมการ
      (๔) นายกสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย นายกสมาคมการพิมพ์ไทย ผู้แทนหอสมุดจากสถาบันอุดมศึกษาของรัฐหรือเอกชน จำนวนไม่เกินห้าคน เป็นกรรมการ
      (๕) ผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐและเอกชนซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง จำนวนไม่เกินห้าคนเป็นกรรมการ
      ให้อธิบดีกรมศิลปากรเป็นกรรมการและเลขานุการ ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดแห่งชาติกรมศิลปากร เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
    • มาตรา ๙
    • กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๘ (๕) ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
      (๑) มีสัญชาติไทย
      (๒) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
      (๓) เป็นผู้มีความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญด้านวิชาบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ ด้านบริหารจัดการ ด้านอนุรักษ์ และด้านศิลปวัฒนธรรม ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชนด้านละหนึ่งคน
      (๔) เป็นผู้มีคุณธรรมและจริยธรรม
      (๕) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือกรรมการบริหารพรรคการเมือง
      (๖) ไม่เป็นผู้มีประวัติเสื่อมเสีย ในเรื่องการจัดพิมพ์ และการจำหน่ายทรัพยากรสารสนเทศ
    • มาตรา ๑๐
    • กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปีนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้
      ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่
      ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ หรือในกรณีที่มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้น หรือแทนตำแหน่งว่างให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการแต่งตั้งเพิ่มขึ้น หรือแทนตำแหน่งที่ว่างอยู่ในตำแหน่งตามวาระที่เหลือ
    • มาตรา ๑๑
    • นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๐ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
      (๑) ตาย
      (๒) ลาออก
      (๓) เป็นบุคคลล้มละลาย
      (๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
      (๕) ขาดคุณสมบัติตาม มาตรา ๙
      (๖) รัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่องหรือทุจริตต่อหน้าที่ หรือมีความประพฤติเสื่อมเสีย
      (๗) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
    • มาตรา ๑๒
    • การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดที่มีอยู่ จึงจะเป็นองค์ประชุม
      ในกรณีประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ถ้ารองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
      การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
      กรรมการผู้ใดมีส่วนได้ส่วนเสียเป็นการส่วนตัวในเรื่องใด ไม่มีสิทธิเข้าร่วมพิจารณาและออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น
      ให้มีการประชุมคณะกรรมการไม่น้อยกว่าปีละสองครั้ง
    • มาตรา ๑๓
    • คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
      (๑) เสนอแนะ ให้ความเห็น หรือคำแนะนำแก่รัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวง หรือระเบียบ เพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ รวมทั้งการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายว่าด้วยหอสมุดแห่งชาติ
      (๒) เสนอแนะนโยบายและแผนการบริหารงานเพื่อการพัฒนาหอสมุดแห่งชาติ และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับงานสารสนเทศทางวิชาการ
      (๓) ให้คำปรึกษา แนะนำ ติดตามผลการดำเนินงานด้านหอสมุดแห่งชาติ และงานด้านสารนิเทศแห่งชาติ
      (๔) สนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน การเรียนรู้ และการใช้หอสมุด
      (๕) กำหนดให้มีมาตรฐานเพื่อการฝึกอบรมบุคลากรด้านบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์
      (๖) เชิญบุคคลใดมาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารและหลักฐาน หรือวัตถุอื่นใดมาประกอบการพิจารณาได้
      (๗) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงาน เพื่อปฏิบัติตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
      (๘) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้ หรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย
    • หมวด ๓ การบริหารจัดการหอสมุดแห่งชาติและการให้บริการ
    • มาตรา ๑๔
    • ผู้พิมพ์และผู้โฆษณาตามกฎหมายว่าด้วยการพิมพ์ต้องส่งสิ่งพิมพ์ที่พิมพ์ขึ้นในราชอาณาจักรจำนวนไม่น้อยกว่าสองเล่มหรือสองฉบับ แล้วแต่กรณี ให้แก่สำนักหอสมุดแห่งชาติภายในกำหนดสามสิบวัน นับแต่วันที่พิมพ์เสร็จหรือวันที่ออกโฆษณา โดยไม่คิดราคาและค่าส่ง
      หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการส่งสิ่งพิมพ์ตามความในวรรคแรก ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนด
    • มาตรา ๑๕
    • ผู้ผลิตวีดิทัศน์ ซีดีรอม สื่ออิเล็กทรอนิกส์ วัสดุบันทึกเสียง ฟิล์มบันทึกภาพ ไมโครฟิล์ม หรือสิ่งอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ที่ผลิตขึ้นในราชอาณาจักรต้องส่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแต่ละรายการจำนวนไม่น้อยกว่าสองหน่วย ให้แก่สำนักหอสมุดแห่งชาติภายในกำหนดสามสิบวัน นับแต่วันที่ผลิตเสร็จหรือวันที่ออกโฆษณา โดยไม่คิดราคาและค่าส่ง
      หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการส่งตามความในวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนด
    • มาตรา ๑๖
    • ให้สำนักหอสมุดแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่ในการออกเลขมาตรฐานสาลกประจำหนังสือ หรือวารสาร เพื่อจัดทำบรรณานุกรมแห่งชาติ
      ผู้ใดจะขอออกเลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ หรือวารสาร จากสำนักหอสมุดแห่งชาติ ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด
    • มาตรา ๑๗
    • ผู้ใดประสงค์จะเข้าใช้บริการในหอสมุดแห่งชาติ การขอใช้สถานที่ในสังกัดหอสมุดแห่งชาติ การทำสำเนาทรัพยากรสารสนเทศ และหนังสือหายากที่เก็บรักษาไว้ในหอสมุดแห่งชาติ รวมทั้งการขอใช้บริการอื่นตามหน้าที่ของกรมศิลปากร ให้เป็นไปหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด
      ในกรณีการขอใช้บริการทำสำเนา หรือการขอใช้สถานที่ในสังกัดหอสมุดแห่งชาติตามวรรคหนึ่ง ผู้ขอใช้ต้องชำระค่าบริการตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
    • มาตรา ๑๘
    • เพื่อประโยชน์ในการจัดหา รวบรวม เก็บรักษา ทรัพยากรสารสนเทศ เอกสารโบราณ และหนังสือหายาก ไว้เป็นสมบัติของชาติ ให้อธิบดีมีอำนาจจัดซื้อทรัพยากรสารสนเทศ เอกสารโบราณ และหนังสือหายากนั้นไว้ได้
    • มาตรา ๑๙
    • ให้หอสมุดแห่งชาติเก็บรักษา ทรัพยากรสารสนเทศที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกว่ามีความสำคัญระดับชาติ
    • หมวด ๔ กองทุนหอสมุดแห่งชาติ
    • มาตรา ๒๐
    • ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งเรียกว่า กองทุนหอสมุดแห่งชาติ ในกรมศิลปากร มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินกิจการหอสมุด
    • มาตรา ๒๑
    • กองทุนหอสมุดแห่งชาติ ประกอบด้วย
      (๑) เงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้
      (๒) เงินอุดหนุนจากรัฐบาล
      (๓) เงินที่ได้รับจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี
      (๔) เงินค่าบริการ เงินค่าใช้จ่าย หรือเงินที่ได้มาตามพระราชบัญญัตินี้
      (๕) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคหรือมอบให้
      (๖) เงินดอกเบี้ย หรือผลประโยชน์อื่นใดที่เกิดจากกองทุน หรือที่กองทุนได้รับตามกฎหมายหรือโดยนิติกรรมอื่น
      (๗) เงินและทรัพย์สินอื่นที่ตกเป็นของกองทุน
      (๘) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับจากภาคเอกชนทั้งภายในและภายนอกประเทศ รัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์กรต่างประเทศ
      เงินหรือทรัพย์สินตามวรรคหนึ่งให้ส่งเข้ากองทุน โดยไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน
    • มาตรา ๒๒
    • ให้มีคณะกรรมการกองทุนคณะหนึ่งประกอบด้วยอธิบดีกรมศิลปากรเป็นประธาน รองอธิบดีกรมศิลปากรที่อธิบดีกรมศิลปากรมอบหมายเป็นรองประธานกรรมการ ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนกรมบัญชีกลาง และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งอธิบดีกรมศิลปากรแต่งตั้งจากผู้เชี่ยวชาญในงานด้านบรรณรักษศาสตร์หรือสารสนเทศศาสตร์ ด้านภาษาเอกสารและหนังสือ ด้านบริหารจัดการ ด้านศิลปวัฒนธรรม และด้านกฎหมายไม่เกินห้าคนเป็นกรรมการ ให้ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดแห่งชาติเป็นกรรมการและเลขานุการ และหัวหน้ากลุ่มคลังและพัสดุ สำนักงานเลขานุการกรม กรมศิลปากร เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
    • มาตรา ๒๓
    • ให้นำบทบัญญัติ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๒ มาใช้บังคับกับการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และการประชุมของคณะกรรมการกองทุน และการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการของคณะกรรมการกองทุนโดยอนุโลม
    • มาตรา ๒๔
    • ให้คณะกรรมการกองทุนมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
      (๑) บริหารกองทุนให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
      (๒) พิจารณาแผนการใช้จ่ายกองทุน
      (๓) รายงานสถานะการเงินและการบริหารกองทุนต่อคณะกรรมการตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
      (๔) พิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินกองทุน
      (๕) พิจารณาอนุมัติการจัดซื้อทรัพยากรสารสนเทศ เอกสารโบราณ และหนังสือ หายาก
    • มาตรา ๒๕
    • การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน การจัดหาผลประโยชน์และการบริหารกองทุน ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
    • มาตรา ๒๖
    • ผู้บริจาคเงิน หรือทรัพย์สินให้แก่กองทุนมีสิทธินำไปลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ หรือได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับเงิน หรือทรัพย์สินที่บริจาคแล้วแต่กรณี ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่กำหนดในประมวลรัษฎากร
    • หมวด ๕ บทกำหนดโทษ
    • มาตรา ๒๗
    • ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา และผู้ผลิต ไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
    • มาตรา ๒๘
    • ผู้ใดซ่อนเร้น ครอบครอง จำหน่าย เอาไปเสีย หรือรับซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้ด้วยประการใด ๆ ซึ่งทรัพยากรสารสนเทศตามมาตรา ๑๙ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
      ถ้าการทำผิดตามวรรคหนึ่งได้กระทำไปเพื่อการค้า ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินเจ็ดแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail