Facebook


ร่างพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ. ....

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 1325 เวลา ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

บันทึกหลักการและเหตุผล

ประกอบร่างพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร

พ.ศ. ….

 

 

หลักการ

ยกเลิกพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ.๒๕๑๗ และยกร่างกฎหมาย ว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร  พ.ศ. ....

 

เหตุผล

จากการปฏิรูประบบราชการเมื่อปี ๒๕๔๕ กระทรวงการคลังมีนโยบายให้โอนงานกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรที่กรมบัญชีกลาง รับผิดชอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งการโอนงานดังกล่าวจำเป็นต้องมีกฎหมายรองรับในการบริหารจัดการกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ตลอดจนการเบิกจ่ายเงินของกองทุน ประกอบกับพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ. ๒๕๑๗ ได้มีการประกาศใช้มานานแล้ว โดยไม่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขข้อบัญญัติของกฎหมายในบางเรื่องให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปตามภาวะทางเศรษฐกิจและสังคม การค้าระหว่างประเทศ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงในแนวนโยบายพัฒนาการเกษตรที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนมากขึ้น จึงจำเป็น ต้องตราพระราชบัญญัตินี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ร่าง

พระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร

พ.ศ.…….

 

 

 

 

 

โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายเกี่ยวกับกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร

 

 

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ. ..…”

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ.๒๕๑๗

ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ.๒๕๑๗

มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้

ในพระราชบัญญัตินี้

กองทุน” หมายความว่า กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร

พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ. ..…” พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปให้ยกเลิกพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ.๒๕๑๗ ในพระราชบัญญัตินี้

เกษตรกรรม” หมายความว่า การทำนา ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงสัตว์น้ำ เลี้ยงผึ้ง เลี้ยงไหม เลี้ยงครั่ง เพาะเห็ด การประมง และเกษตรกรรมอื่นตามที่รัฐมนตรีกำหนด โดยประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา

เกษตรกร” หมายความว่า ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และให้หมายความรวมถึงสหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ประมง สหกรณ์นิคม ชุมนุมสหกรณ์ดังกล่าว และกลุ่มเกษตรกร ตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ รวมทั้งวิสาหกิจชุมชนซึ่งประกอบกิจกรรมภาคเกษตรที่ได้จดทะเบียนตามพร

  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    หลักการ
    ยกเลิกพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ.๒๕๑๗ และยกร่างกฎหมาย ว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ........

    เหตุผล
    จากการปฏิรูประบบราชการเมื่อปี ๒๕๔๕ กระทรวงการคลังมีนโยบายให้โอนงานกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรที่กรมบัญชีกลาง รับผิดชอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งการโอนงานดังกล่าวจำเป็นต้องมีกฎหมายรองรับในการบริหารจัดการกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ตลอดจนการเบิกจ่ายเงินของกองทุน ประกอบกับพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ. ๒๕๑๗ ได้มีการประกาศใช้มานานแล้ว โดยไม่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขข้อบัญญัติของกฎหมายในบางเรื่องให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปตามภาวะทางเศรษฐกิจและสังคม การค้าระหว่างประเทศ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงในแนวนโยบายพัฒนาการเกษตรที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนมากขึ้น จึงจำเป็น ต้องตราพระราชบัญญัตินี้


    ประกอบด้วย ๓๐ มาตรา มีสาระสำคัญดังนี้
    (๓.๑) กองทุน มาตรา ๕ - ๖
    (๓.๒) การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการนำเข้าและส่งออก มาตรา ๗ - ๑๒
    (๓.๓) คณะกรรมการ มาตรา ๑๓ - ๒๑
    (๓.๔) การใช้จ่ายเงินกองทุน มาตรา ๒๒ - ๒๔
    (๓.๕) การตรวจสอบ มาตรา ๒๕
    (๓.๖) บทลงโทษ มาตรา ๒๖ - ๒๗
    (๓.๗) บทเฉพาะกาล มาตรา ๒๙ - ๓๐


    • การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการนำเข้าและส่งออกผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหาร (มาตรา ๗ – ๑๒)
    • ตามพ.ร.บ.กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ. ๒๕๑๗ กำหนดให้เก็บค่าธรรมเนียมการส่งออกผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นหรือผลิตภัณฑ์อาหารกับผู้ส่งออก ในกรณีที่การส่งออกผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นหรือผลิตภัณฑ์อาหารนั้น มีแนวโน้มกระทบต่อการบริโภคภายในประเทศ หรืออาจก่อให้เกิดความขาดแคลนซึ่งสินค้านั้น หรือทำให้ผู้ส่งออกมีกำไรจากการส่งออกสูงเกินสมควร โดยกำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์โดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีกำหนดชนิดหรือประเภทของผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นหรือผลิตภัณฑ์อาหารที่ผู้ส่งออกต้องเสียค่าธรรมเนียม ทั้งนี้ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์โดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการส่งออก สำหรับเงินที่เรียกเก็บได้นำมาใช้จ่ายช่วยเหลือเกษตรกรตามวัตถุประสงค์ของกองทุนต่อไป
      สำหรับร่างพ.ร.บ.กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ. ....... ได้เพิ่มให้มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการนำเข้าผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหาร ทั้งนี้เพื่อเป็นมาตรการที่ปกป้องเกษตรกรภายในประเทศ เป็นการป้องกัน/บรรเทาความเสียหายจากผลกระทบทางการค้าระหว่างประเทศ
    • คณะกรรมการ (มาตรา ๑๓ – ๒๑)
    • (๑) องค์ประกอบของคณะกรรมการสงเคราะห์เกษตรกร
      ปรับปรุงองค์ประกอบคณะกรรมการจากเดิม ซึ่งประกอบด้วย ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงการคลัง และปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นรองประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ อธิบดีกรมการค้าภายใน อธิบดีกรมบัญชีกลาง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และกรรมการอื่นที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งมีจำนวนไม่เกินแปดคน ในจำนวนนี้ให้มีผู้แทนสหกรณ์การเกษตรหนึ่งคน ผู้แทนกลุ่มเกษตรกรหนึ่งคน และเกษตรกรอื่นอีกสามคน
      เปลี่ยนเป็น ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และปลัดกระทรวงการคลัง เป็นรองประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ อธิบดีกรมการค้าภายใน อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ประธานสภาหอการค้าไทย ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย และประธานคณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรแห่งประเทศไทยเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และกรรมการอื่นที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้แทนเกษตรกร จำนวนไม่เกินห้าคน ในจำนวนนี้ให้มีผู้แทนสหกรณ์หนึ่งคน และผู้แทนกลุ่มเกษตรกรหนึ่งคน
      (๒) การลดภาระของคณะรัฐมนตรี ซึ่งจากเดิมที่การบริหารจัดการกองทุน และพิจารณารายละเอียดโครงการทุกโครงการ คณะกรรมการต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติ/ให้ความเห็นชอบ สำหรับในร่าง พ.ร.บ. กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ. ........ กำหนดให้คณะกรรมการมีอำนาจพิจารณาอนุมัติโครงการในวงเงิน 100 ล้านบาท
    • การใช้จ่ายเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร (มาตรา ๒๒ - ๒๔)
    • กิจกรรมที่ใช้จ่ายเงินกองทุน
      (๑) การส่งเสริมเกษตรกรในการผลิตผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหาร ตลอดจนพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตให้ได้มาตรฐาน
      (๒) การสนับสนุนปัจจัยการผลิตต่าง ๆ ให้แก่เกษตรกร
      (๓) ดำเนินการจัดหาที่ดินให้เกษตรกรเข้าทำกิน การจัดหากรรมสิทธิ์ในที่ดินให้แก่เกษตรกร การปฏิรูปที่ดิน และการจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
      (๔) การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหารให้ได้มาตรฐานตามความต้องการของตลาด
      (๕) การส่งเสริมด้านการตลาด การจำหน่ายผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหารภายในประเทศ ตลอดจนการรักษาเสถียรภาพระดับราคาผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหารภายในประเทศ
      (๖) การดำเนินการที่จำเป็นเร่งด่วนเพื่อขจัดภัยร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อมอันจะเป็นผลเสียหายแก่เกษตรกร
      (๗) ดำเนินการอื่นใดเพื่อประโยชน์ในการผลิต การพยุงราคา และการจำหน่ายผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหาร
      (๘) เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุนตามที่คณะกรรมการกำหนด
      อนึ่ง ในพ.ร.บ.กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ. ๒๕๑๗ ให้จัดสรรเงินกองทุนให้กระทรวง ทบวง กรม องค์การของรัฐ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเพื่อใช้จ่ายในโครงการส่งเสริมการผลิต การพยุงราคา และโครงการจำหน่ายซึ่งผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหาร แต่ข้อบัญญัติตาม ร่าง พ.ร.บ.กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ. ........ ได้เพิ่มหน่วยงานภูมิภาค คือ จังหวัด ให้สามารถเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนเงินจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรกรได้ ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุนของเกษตรกรเพิ่มขึ้น ส่งเสริมให้เกิดการจัดทำโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะพื้นที่ได้
ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง
    • มาตรา ๑
    • พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ. ..
    • มาตรา ๒
    • พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
    • มาตรา ๓
    • ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ.๒๕๑๗
    • มาตรา ๔
    • ในพระราชบัญญัตินี้
      กองทุน หมายความว่า กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร
      เกษตรกรรม หมายความว่า การทำนา ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงสัตว์น้ำ เลี้ยงผึ้ง เลี้ยงไหม เลี้ยงครั่ง เพาะเห็ด การประมง และเกษตรกรรมอื่นตามที่รัฐมนตรีกำหนด โดยประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา
      เกษตรกร หมายความว่า ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และให้หมายความรวมถึงสหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ประมง สหกรณ์นิคม ชุมนุมสหกรณ์ดังกล่าว และกลุ่มเกษตรกร ตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ รวมทั้งวิสาหกิจชุมชนซึ่งประกอบกิจกรรมภาคเกษตรที่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติวิสาหกิจชุมชน พ.ศ.๒๕๔๘
      ผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้น หมายความว่า ผลิตผลอันเกิดจากเกษตรกรรมโดยตรงประเภทเมล็ดพืช เส้นใยธรรมชาติ และผลิตผลเกษตรกรรมอย่างอื่นที่เกิดจากดอกผล ลำต้น ใบ ราก หัวหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของพืช และให้หมายความรวมถึงสัตว์ที่ได้จากการเลี้ยงสัตว์ และสัตว์น้ำที่ได้จากการประมง ตลอดจนผลิตผลพลอยได้อันเกิดจากผลิตผลเกษตรกรรมดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
      ความตามวรรคหนึ่ง มิให้หมายความรวมถึงผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นที่มีกฎหมาย กฎ หรือระเบียบกำหนดให้มีการช่วยเหลือไว้เป็นการเฉพาะอยู่แล้ว
      ผลิตภัณฑ์อาหาร หมายความว่า ผลิตผลเกษตรกรรมที่ใช้เป็นอาหารหรือส่วนประกอบของอาหารสำหรับคนหรือสัตว์ ไม่ว่าจะแปรรูปแล้วหรือไม่ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
      ความตามวรรคหนึ่ง มิให้หมายความรวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารที่มีกฎหมาย กฎ หรือระเบียบกำหนดให้มีการช่วยเหลือไว้เป็นการเฉพาะอยู่แล้ว
      ค่าธรรมเนียมการส่งออกและนำเข้า หมายความว่า เงินหรือทรัพย์สินอื่นใดที่เรียกเก็บจากผู้ส่งออกผู้นำเข้าตามพระราชบัญญัตินี้
      ผู้ส่งออก หมายความว่า ผู้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นหรือผลิตภัณฑ์อาหาร และให้หมายความรวมถึงเจ้าของหรือบุคคลอื่น ซึ่งครอบครองผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในขณะส่งออกไปนอกราชอาณาจักรด้วย
      ผู้นำเข้า หมายความว่า ผู้นำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นหรือผลิตภัณฑ์อาหาร และให้หมายความรวมถึงเจ้าของหรือบุคคลอื่น ซึ่งครอบครองผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในขณะนำเข้ามาในราชอาณาจักรด้วย
      คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการสงเคราะห์เกษตรกร
      รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
    • มาตรา ๕
    • ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่ง เรียกว่า กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกอบด้วย เงินและทรัพย์สินตามมาตรา ๖ เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนและ ใช้จ่ายช่วยเหลือหรือส่งเสริมเกษตรกรในการผลิต การพยุงราคา และการจำหน่ายผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหาร
      ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เก็บรักษาเงินและทรัพย์สินของกองทุน และดำเนินการเบิกจ่ายเงินกองทุนตามพระราชบัญญัตินี้
      เงินกองทุนที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เก็บรักษาตามวรรคสอง ให้กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์นำไปหาดอกผลได้ โดยการฝากออมทรัพย์หรือฝากประจำกับธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ หรือการซื้อหลักทรัพย์ของรัฐบาล
      การหาดอกผลนอกจากที่กำหนดในวรรคสาม ให้ขออนุมัติจากกระทรวงการคลัง
    • มาตรา ๖
    • กองทุน ประกอบด้วย
      (๑) เงินที่ได้รับตามกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายและกฎหมายว่าด้วยการโอนเงิน งบประมาณรายจ่าย
      (๒) เงินค่าธรรมเนียมการส่งออกและนำเข้าตามมาตรา ๑๒
      (๓) ดอกผลของเงินกองทุน
      (๔) เงินกู้ที่รัฐบาลกู้เพื่อสมทบกองทุนโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี
      (๕) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้มอบให้
    • มาตรา ๗
    • การเรียกเก็บเงินอื่นใดเพื่อการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร และการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหาร นอกจากอากรขาออก ค่าธรรมเนียม หรือเงินอย่างอื่นที่เรียกเก็บตามกฎหมายและค่าธรรมเนียมการส่งออกและนำเข้าตามพระราชบัญญัตินี้จะกระทำมิได้
    • มาตรา ๘
    • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดชนิดหรือประเภทของผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นหรือผลิตภัณฑ์อาหารที่ผู้ส่งออกและผู้นำเข้าต้องเสียค่าธรรมเนียมการส่งออกและนำเข้า
      การเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือยกเลิกประกาศตามวรรคหนึ่งต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีและประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    • มาตรา ๙
    • ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์โดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการส่งออกและนำเข้า ซึ่งผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นหรือผลิตภัณฑ์อาหารชนิดประเภทที่กำหนดตามมาตรา ๘ รวมทั้งระเบียบการเก็บและวิธีการชำระค่าธรรมเนียมการส่งออกและนำเข้า
      การเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือยกเลิกประกาศตามวรรคหนึ่งต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี
    • มาตรา ๑๐
    • ถ้าการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรหรือการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นหรือผลิตภัณฑ์อาหารที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการส่งออกและนำเข้าเกิดขึ้นจากการซื้อขายระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มีอำนาจลดอัตราค่าธรรมเนียมการส่งออกและนำเข้า สำหรับผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นหรือผลิตภัณฑ์อาหารชนิดหรือประเภทดังกล่าวสำหรับปริมาณที่ซื้อขายกันแต่ละคราวได้
    • มาตรา ๑๑
    • ภายใต้บังคับมาตรา ๑๐ ผู้ส่งออกหรือผู้นำเข้า ซึ่งผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหารชนิดหรือประเภทที่กำหนดตามมาตรา ๘ ต้องเสียค่าธรรมเนียมการส่งออกและนำเข้าตามอัตรา ระเบียบ และวิธีการที่กำหนดตามมาตรา ๙
    • มาตรา ๑๒
    • เงินค่าธรรมเนียมการส่งออกและนำเข้าที่เรียกเก็บได้ตามพระราชบัญญัตินี้ให้ส่งเข้ากองทุนเพื่อใช้ในกิจการตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๒ โดยไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน
    • มาตรา ๑๓
    • ให้มีคณะกรรมการสงเคราะห์เกษตรกรคณะหนึ่ง ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และปลัดกระทรวงการคลัง เป็นรองประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ อธิบดีกรมการค้าภายใน อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ประธานสภาหอการค้าไทย ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย และประธานคณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และกรรมการอื่นที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้แทนเกษตรกร จำนวนไม่เกินห้าคน ในจำนวนนี้ให้มีผู้แทนสหกรณ์หนึ่งคน และผู้แทนกลุ่มเกษตรกรหนึ่งคน
      คณะกรรมการจะแต่งตั้งกรรมการหรือบุคคลอื่นเป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการก็ได้
    • มาตรา ๑๔
    • กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปีแต่อาจได้รับแต่งตั้งอีกก็ได้
    • มาตรา ๑๕
    • นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ตามมาตรา ๑๔ กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
      (๑) ตาย
      (๒) ลาออก
      (๓) เป็นบุคคลล้มละลาย
      (๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
      (๕) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
      (๖) คณะรัฐมนตรีมีมติให้พ้นจากตำแหน่ง
    • มาตรา ๑๖
    • ในกรณีที่กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ หรือในกรณีที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่งให้ผู้ได้รับแต่งตั้งดำรงตำแหน่งแทนหรือให้เป็นกรรมการเพิ่มขึ้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว
      เมื่อครบกำหนดตามวาระแล้ว หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่ ให้กรรมการดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าจะได้มีการแต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่
    • มาตรา ๑๗
    • คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อให้กระทำกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งแทนได้
      ให้นำมาตรา ๑๘ มาใช้บังคับแก่การประชุมและวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการและคณะทำงานโดยอนุโลม
    • มาตรา ๑๘
    • การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนของกรรมการทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุม ให้รองประธานกรรมการ คนใดคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุม ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
      การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
    • มาตรา ๑๙
    • คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะทำงาน เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ อาจได้รับค่าพาหนะ เบี้ยเลี้ยง ค่าเช่าที่พัก ค่าใช้จ่าย และค่าตอบแทนหรือเบี้ยประชุมตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
    • มาตรา ๒๐
    • ให้คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้
      (๑) พิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการส่งเสริมการผลิต และโครงการพยุงราคา และโครงการจำหน่ายซึ่งผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหารที่ กระทรวง ทบวง กรม จังหวัด องค์การของรัฐ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเสนอ
      กรณีที่โครงการตามวรรคหนึ่ง มีวงเงินเกินกว่า ๑๐๐ ล้านบาท ให้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ
      (๒) พิจารณากำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดสรรเงินกองทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน
      (๓) บริหารจัดการเงินกองทุน รวมทั้งทรัพย์สินและผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากเงินกองทุน
      (๔) พิจารณาอนุมัติเงินค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุนในแต่ละปี
      (๕) วางระเบียบ ข้อบังคับเกี่ยวกับการรับ-จ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการจัดหาผลประโยชน์ของกองทุน โดยความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง
      (๖) ติดตามผลการดำเนินการของโครงการ
    • มาตรา ๒๑
    • ให้คณะกรรมการมีอำนาจในการอนุมัติจัดสรรเงินกองทุนให้กระทรวง ทบวง กรม จังหวัด องค์การของรัฐ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เพื่อใช้จ่ายในโครงการส่งเสริมการผลิต โครงการพยุงราคา และโครงการจำหน่ายซึ่งผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหารภายในวงเงิน ๑๐๐ ล้านบาท
      สำหรับการอนุมัติจัดสรรเงินกองทุนให้โครงการที่มีวงเงินเกิน ๑๐๐ ล้านบาท จะต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี
    • มาตรา ๒๒
    • การใช้จ่ายเงินจากกองทุนให้ใช้เพื่อกิจการ ดังต่อไปนี้
      (๑) การส่งเสริมเกษตรกรในการผลิตผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหาร ตลอดจนพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตให้ได้มาตรฐาน
      (๒) การสนับสนุนปัจจัยการผลิตต่าง ๆ ให้แก่เกษตรกร
      (๓) ดำเนินการจัดหาที่ดินให้เกษตรกรเข้าทำกิน การจัดหากรรมสิทธิ์ในที่ดินให้แก่เกษตรกร การปฏิรูปที่ดิน และการจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
      (๔) การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหารให้ได้มาตรฐานตามความต้องการของตลาด
      (๕) การส่งเสริมด้านการตลาด การจำหน่ายผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหารภายในประเทศ ตลอดจนการรักษาเสถียรภาพระดับราคาผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหารภายในประเทศ
      (๖) การดำเนินการที่จำเป็นเร่งด่วนเพื่อขจัดภัยร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อมอันจะเป็นผลเสียหายแก่เกษตรกร
      (๗) ดำเนินการอื่นใดเพื่อประโยชน์ในการผลิต การพยุงราคา และการจำหน่ายผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหาร
      (๘) เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุนตามที่คณะกรรมการกำหนด
    • มาตรา ๒๓
    • ให้รัฐมนตรีจ่ายเงินจากกองทุนแก่กระทรวง ทบวง กรม จังหวัด องค์การของรัฐ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ตามที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการหรือคณะรัฐมนตรี
    • มาตรา ๒๔
    • ในการสงเคราะห์เกษตรกรตามโครงการช่วยเหลือในเรื่องการผลิตให้คำนึงถึง ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ที่ประสบความเดือดร้อนเป็นหลักก่อน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    • มาตรา ๒๕
    • ภายในกำหนดเวลาเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณทุกปีให้รัฐมนตรีจัดทำรายงานการรับ-จ่ายเงินกองทุน ส่งให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบ แล้วให้รายงานผลการตรวจสอบเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ
    • มาตรา ๒๖
    • ผู้ส่งออกหรือผู้นำเข้ารายใดไม่เสียค่าธรรมเนียมการส่งออกและนำเข้า ตามมาตรา ๑๒ หรือกระทำด้วยประการใด ๆ เพื่อให้ตนเสียค่าธรรมเนียมการส่งออกและนำเข้าน้อยกว่าที่ต้องเสีย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับสิบเท่าของค่าธรรมเนียมการส่งออกและนำเข้าที่ยังต้องชำระแต่ต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
      เงินค่าปรับตามมาตรานี้ ให้ถือเป็นค่าธรรมเนียมการส่งออกและนำเข้าที่เรียกเก็บได้ตามพระราชบัญญัตินี้ และให้ส่งเข้ากองทุน
    • มาตรา ๒๗
    • ผู้ใดกระทำการด้วยประการใด ๆ อันเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่ ผู้ส่งออกหรือผู้นำเข้า เพื่อให้ผู้ส่งออกหรือผู้นำเข้าไม่เสียค่าธรรมเนียมการส่งออกและนำเข้า หรือให้เสียค่าธรรมเนียมการส่งออกและนำเข้าน้อยกว่าที่ต้องเสียต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    • มาตรา ๒๘
    • ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
      ประกาศตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
    • บทเฉพาะกาล มาตรา ๒๙

    • ให้กองทุนที่ตั้งอยู่ในกระทรวงการคลังตามพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ.๑๕๑๗ เป็นกองทุนตามพระราชบัญญัตินี้ และให้โอนบรรดาเงิน ทรัพย์สิน สิทธิ และหนี้สินของกองทุนในกระทรวงการคลังไปเป็นของกองทุนในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
      ลูกหนี้ของกองทุนตามวรรคหนึ่ง ที่เกิดขึ้นก่อนพระราชบัญญัติใช้บังคับให้ถือว่าเป็นลูกหนี้ของกองทุนตามพระราชบัญญัตินี้
    • มาตรา ๓๐
    • บรรดาระเบียบ ประกาศ คำสั่ง และมติคณะรัฐมนตรีที่ใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ยังคงใช้บังคับต่อไปเพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ จนกว่าจะมีระเบียบหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail