Facebook


ร่างพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 5040 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

 

 

 

  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

    หลักการและเหตุผลในการยกร่างกฎหมาย โดยที่ได้มีการตราพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ เพื่อรองรับสิทธิในการได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ ของบุคคลซึ่งได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดทางอาญาโดยมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดนั้นและไม่มีโอกาสได้รับการบรรเทาความเสียหายโดยทางอื่น และรองรับสิทธิในการได้รับค่าทดแทนในกรณีของบุคคลผู้บริสุทธิ์ซึ่งต้องตกเป็นจำเลยในคดีอาญา ตามบทบัญญัติมาตรา ๒๔๕ และมาตรา ๒๔๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และได้ใช้บังคับ พระราชบัญญัติดังกล่าวมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว ในการดำเนินการตามกฎหมายได้เกิดอุปสรรคและปัญหาบางประการเนื่องจากความไม่ชัดเจนของบทบัญญัติและความไม่คล่องตัวในการดำเนินการขององค์กรตามกฎหมาย ประกอบกับที่ผ่านมาได้มีผู้ยื่นคำขอ รับความช่วยเหลือเป็นจำนวนมากจนทำให้งบประมาณที่ได้รับไม่เพียงพอ สมควรแก้ไข บทบัญญัติที่เป็นอุปสรรคและวางหลักเกณฑ์ในการให้ความช่วยเหลือให้ชัดเจนและเหมาะสม ยิ่งขึ้น และให้มีกองทุนช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาอีกทางหนึ่ง เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้



    ร่างกฎหมายฉบับนี้ เป็นร่างกฎหมายฉบับแก้ไขปรับปรุงเพิ่มเติมพระราชบัญญัติค่าตอบแทน ผู้เสียหาย และค่าทดและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔โดยมีเนื้อหา ดังนี้ บททั่วไป บทนิยาม (มาตรา ๓ - มาตรา ๖) หมวดที่ ๒ คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และคณะกรรมการพิจารณาค่า ทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลย (มาตรา ๗ - มาตรา ๑๓) หมวดที่ ๕/๑ กองทุนช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา (มาตรา ๑๔ - มาตรา ๓๐)



    • หัวข้อที่ ๑
    • การกำหนดเพิ่มเติมบทนิยาม และมาตรการคุ้มครองผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา ดังนี้
      (๑) เพิ่มบทนิยามคำว่า “ทุพพลภาพ” ซึ่งหมายความว่า การสูญเสียอวัยวะหรือสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะหรือร่างกาย หรือสูญเสียสภาวะปกติของจิตใจ จนไม่สามารถทำงานได้ ตามหลักเกณฑ์ที่ คพต. กำหนด (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓)
    • หัวข้อที่ ๒
    • (๒) ยกเลิกบทนิยามคำว่า “คณะกรรมการ” และ “กรรมการ” เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรและการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาที่ปรับปรุงใหม่ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓)
    • หัวข้อที่ ๓
    • (๓) เพิ่มเติมบทนิยามคำว่า “กองทุน” และ “คณะกรรมการกองทุน” สำหรับ
      กองทุนช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาที่จัดตั้งขึ้นใหม่เพื่อให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓)
    • หัวข้อที่ ๔
    • (๔) กำหนดมาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาตามพระราชบัญญัตินี้ โดยไม่อาจโอนกันได้และไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี (เพิ่มมาตรา ๖/๑)
    • หัวข้อที่ ๕
    • แก้ไขโครงสร้างองค์กรในการบริหารจัดการการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา ดังนี้
      (๑) กำหนดให้ คพต. หรือ คพท. แล้วแต่กรณี เป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับทายาทผู้มีสิทธิได้รับค่าตอบแทน ค่าทดแทน หรือค่าใช้จ่าย ในกรณีที่ผู้เสียหายหรือจำเลยถึงแก่ความตายก่อนที่จะได้รับเงินดังกล่าว (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๖)
    • หัวข้อที่ ๖
    • (๒) แก้ไขโครงสร้างองค์กรในการบริหารจัดการการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาเสียใหม่ โดยแยกเป็นคณะกรรมการสองคณะ คือ คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย (คพต.) และคณะกรรมการพิจารณาค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลย (คพท.) ตลอดจนกำหนดอำนาจหน้าที่ และวิธีการดำเนินงานของคณะกรรมการดังกล่าว (แก้ไขเพิ่มเติมหมวด ๒ มาตรา ๗ ถึงมาตรา ๑๔/๒ )
    • หัวข้อที่ ๗
    • (๓) ปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของสำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาให้สอดคล้องกับภารกิจที่เพิ่มขึ้น (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๕)
    • หัวข้อที่ ๘
    • (๔) กำหนดให้ความผิดที่กระทำต่อผู้เสียหายอันอาจขอรับค่าตอบแทนได้ ต้องเป็นความผิดตามรายการที่ระบุไว้ในกฎกระทรวง เพื่อความคล่องตัวในการปรับปรุงฐานความผิด (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๗)
    • หัวข้อที่ ๙
    • (๕) เพิ่มรายการค่าตอบแทนในกรณีที่ผู้เสียหายสูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพ ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และให้ คพต. เป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับค่าตอบแทน (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๘)

    • หัวข้อที่ ๑๐
    • (๖) กำหนดให้สำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาเป็นผู้มีหนังสือแจ้งให้ผู้เสียหายคืนค่าตอบแทนที่ไม่มีสิทธิได้รับคืน เพื่อให้สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ของสำนักงานที่ปรับปรุงใหม่ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๙)
    • หัวข้อที่ ๑๑
    • (๗) แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การจ่ายค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยให้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าต้องเป็นกรณีที่ข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติว่าจำเลยมิได้เป็นผู้กระทำความผิดหรือการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด ในกรณีที่ศาลยกฟ้องด้วยเหตุอื่น เช่น การยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลย ให้คพท. มีดุลพินิจในการจ่ายค่าทดแทน (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๐)
    • หัวข้อที่ ๑๒
    • (๘) กำหนดให้ คพท. เป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลย เพิ่มเติมจากที่กฎหมายกำหนด (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๑)
    • หัวข้อที่ ๑๓
    • (๙) ปรับปรุงวิธีการยื่นคำขอให้เกิดความชัดเจนและมีความสะดวกยิ่งขึ้น โดยแยกกรณีคำขอรับค่าตอบแทน และคำขอรับค่าทดแทนและค่าใช้จ่าย ออกจากกัน และเพิ่มสถานที่รับคำขอให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีกำหนดด้วย (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๒ และเพิ่มมาตรา ๒๒/๑)
    • หัวข้อที่ ๑๔
    • (๑๐) ปรับปรุงกรณียื่นคำขอแทนโดยกำหนดให้เพิ่มพนักงานอัยการเพื่อช่วยยื่นคำขอแทน เช่น ในกรณีที่ผู้มีสิทธิไม่มีผู้แทนหรืออยู่ในภาวะที่ไม่อาจตั้งผู้แทนได้ และแก้ไข ถ้อยคำให้สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการที่ปรับปรุงใหม่ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๓)
    • หัวข้อที่ ๑๕
    • (๑๑) กำหนดให้ คพต. และ คพท. แล้วแต่กรณี เป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์ในการ ยื่นคำขอและการพิจารณาคำขอ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๔)
    • หัวข้อที่ ๑๖
    • (๑๒) กำหนดให้อุทธรณ์คำวินิจฉัยของ คพต. และ คพท. แล้วแต่กรณี ไปยังศาลอุทธรณ์ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๕)
    • หัวข้อที่ ๑๗
    • (๑๓) เพิ่มอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการค้นสถานที่หรือยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้เสียหาย จำเลย หรือทายาทซึ่งต้องคืนค่าตอบแทน หรือผู้กระทำความผิดซึ่งต้องนำส่งเงินสินไหมทดแทนเข้ากองทุน (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๖)
    • หัวข้อที่ ๑๘
    • (๑๔) กำหนดให้ผู้เกี่ยวข้องต้องอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ และกำหนดหน้าที่ในการแสดงบัตรประจำตัวของพนักงานเจ้าหน้าที่ (เพิ่มมาตรา ๒๖/๑)
    • หัวข้อที่ ๑๙
    • (๑๕) แก้ไขถ้อยคำในบทกำหนดโทษให้สอดคล้องกับกับการปรับปรุงองค์กร คณะกรรมการใหม่ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๙ และมาตรา ๓๐)
    • หัวข้อที่ ๒๐
    • (๑๖) ให้ยกเลิกรายการท้ายพระราชบัญญัติ เนื่องจากได้มีการกำหนดให้ความผิดที่กระทำต่อผู้เสียหายอันอาจขอรับค่าตอบแทนได้ เป็นไปตามที่ระบุในกฎกระทรวงแล้ว
    • หัวข้อที่ ๒๑
    • (๑๗) ให้มีบทเฉพาะกาลรองรับสิทธิและความต่อเนื่องของการดำเนินการตามกฎหมายปัจจุบัน ในกรณีที่ยังไม่มีองค์กร กฎระเบียบ หรือหลักเกณฑ์ตามกฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติมใหม่
    • หัวข้อที่ ๒๒
    • การจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา
      (๑) กำหนดให้รัฐบาลจัดสรรเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี เพื่อใช้จ่ายเป็น
      ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญาตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจน เนื่องจากตามร่างกฎหมายนี้มีการจัดตั้งกองทุนสำหรับใช้สนับสนุนการจ่ายเงินดังกล่าวด้วย (เพิ่มมาตรา ๖/๒)
    • หัวข้อที่ ๒๓
    • (๒) ให้มีกองทุนช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การสนับสนุนในด้านการเงินและความช่วยเหลืออื่นแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา (เพิ่มหมวด ๕/๑ กองทุนช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา และมาตรา ๒๑/๑)
    • หัวข้อที่ ๒๔
    • (๓) กำหนดที่มาของกองทุน ประกอบด้วยเงินค่าปรับจากการลงโทษผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาเป็นหลัก และเงินอื่น เช่น เงินประเดิมจากรัฐบาล เงินค่าตอบแทน ค่าทดแทน ค่าใช้จ่าย ที่ต้องคืน หรือค่าสินไหมทดแทนจากผู้กระทำความผิดในกรณีที่ได้มีการจ่ายค่าตอบแทนตามกฎหมายนี้ไปก่อน (เพิ่มมาตรา ๒๑/๒)
    • หัวข้อที่ ๒๕
    • (๔) กำหนดให้ค่าตอบแทน ค่าทดแทน หรือค่าใช้จ่าย ที่ผู้เสียหาย จำเลย หรือบุคคลซึ่งมีสิทธิไม่มารับภายในสองปี ให้ตกเป็นของกองทุน (เพิ่มมาตรา ๒๑/๓)
    • หัวข้อที่ ๒๖
    • (๕) กำหนดสิทธิของกองทุนให้สามารถได้รับงินค่าตอบแทนที่ได้จ่ายไปแล้วคืนในกรณีที่ ผู้กระทำความผิดต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน และกำหนดให้มีการส่งเงินค่าสินไหมทดแทนคืนเข้ากองทุน (เพิ่มมาตรา ๒๑/๔)
    • หัวข้อที่ ๒๗
    • (๖) ให้เงินหรือทรัพย์สินของกองทุนเป็นกรรมสิทธิ์ของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และไม่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังเป็นรายได้แผ่นดิน (เพิ่มมาตรา ๒๑/๕)
    • หัวข้อที่ ๒๘
    • (๗) ให้มีคณะกรรมการกองทุนช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา และกำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกองทุน (เพิ่มมาตรา ๒๑/๖ และมาตรา ๒๑/๗)
    • หัวข้อที่ ๒๙
    • (๘) กำหนดให้มีการควบคุมดูแลทางบัญชีและการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกองทุน (เพิ่มมาตรา ๒๑/๘)

  • การกำหนดเพิ่มเติมบทนิยาม และมาตรการคุ้มครองผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา
  • (๑) เพิ่มบทนิยามคำว่า “ทุพพลภาพ” ซึ่งหมายความว่า การสูญเสียอวัยวะหรือสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะหรือร่างกาย หรือสูญเสียสภาวะปกติของจิตใจ จนไม่สามารถทำงานได้ ตามหลักเกณฑ์ที่ คพต. กำหนด (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓)
    (๒) ยกเลิกบทนิยามคำว่า “คณะกรรมการ” และ “กรรมการ” เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรและการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาที่ปรับปรุงใหม่ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓)
    (๓) เพิ่มเติมบทนิยามคำว่า “กองทุน” และ “คณะกรรมการกองทุน” สำหรับ
    กองทุนช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาที่จัดตั้งขึ้นใหม่เพื่อให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓)
    (๔) กำหนดมาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาตามพระราชบัญญัตินี้ โดยไม่อาจโอนกันได้และไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี (เพิ่มมาตรา ๖/๑)
  • แก้ไขโครงสร้างองค์กรในการบริหารจัดการการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้เสียหาย แก่จำเลยในคดีอาญา
  • การจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา
  • (๑) กำหนดให้รัฐบาลจัดสรรเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี เพื่อใช้จ่ายเป็น
    ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญาตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจน เนื่องจากตามร่างกฎหมายนี้มีการจัดตั้งกองทุนสำหรับใช้สนับสนุนการจ่ายเงินดังกล่าวด้วย (เพิ่มมาตรา ๖/๒)
    (๒) ให้มีกองทุนช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การสนับสนุนในด้านการเงินและความช่วยเหลืออื่นแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา (เพิ่มหมวด ๕/๑ กองทุนช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา และมาตรา ๒๑/๑)
    (๓) กำหนดที่มาของกองทุน ประกอบด้วยเงินค่าปรับจากการลงโทษผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาเป็นหลัก และเงินอื่น เช่น เงินประเดิมจากรัฐบาล เงินค่าตอบแทน ค่าทดแทน ค่าใช้จ่าย ที่ต้องคืน หรือค่าสินไหมทดแทนจากผู้กระทำความผิดในกรณีที่ได้มีการจ่ายค่าตอบแทนตามกฎหมายนี้ไปก่อน (เพิ่มมาตรา ๒๑/๒)
    (๔) กำหนดให้ค่าตอบแทน ค่าทดแทน หรือค่าใช้จ่าย ที่ผู้เสียหาย จำเลย หรือบุคคลซึ่งมีสิทธิไม่มารับภายในสองปี ให้ตกเป็นของกองทุน (เพิ่มมาตรา ๒๑/๓)
    (๕) กำหนดสิทธิของกองทุนให้สามารถได้รับงินค่าตอบแทนที่ได้จ่ายไปแล้วคืนในกรณีที่ ผู้กระทำความผิดต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน และกำหนดให้มีการส่งเงินค่าสินไหมทดแทนคืนเข้ากองทุน (เพิ่มมาตรา ๒๑/๔)
    (๖) ให้เงินหรือทรัพย์สินของกองทุนเป็นกรรมสิทธิ์ของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และไม่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังเป็นรายได้แผ่นดิน (เพิ่มมาตรา ๒๑/๕)
    (๗) ให้มีคณะกรรมการกองทุนช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา และกำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกองทุน (เพิ่มมาตรา ๒๑/๖ และมาตรา ๒๑/๗)
    (๘) กำหนดให้มีการควบคุมดูแลทางบัญชีและการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกองทุน (เพิ่มมาตรา ๒๑/๘)
    ไม่มีรายละเอียดของร่างที่เกี่ยวข้อง
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail