Facebook


ร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ....

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 1122 เวลา ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

ร่าง

 

 

 

พระราชบัญญัติ

 

 

 

วัฒนธรรมแห่งชาติ

 

 

 

พ.ศ. ....

 

 

 

_________

 

 

 

 

 

 

.............................................

 

 

 

.............................................

 

 

 

.............................................

 

 

 

 

 

 

..........................................................................................................................................................

 

 

 

 

 

 

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมาย .....................................................

 

 

 

 

 

 

  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก


    หลักการ
    ให้มีพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ....






    เหตุผล
    โดยที่พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๔๘๕ พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๖ พระราชบัญญัติสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๒ และพระราชบัญญัติสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้ใช้มาเป็นเวลานานไม่เหมาะสมกับสภาวการณ์ปัจจุบันทั้งในเรื่องวิถีชีวิตของประชาชนและหลักกฎหมาย จึงสมควรกำหนดถึงสิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทยในการอนุรักษ์หรือฟื้นฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะ หรือวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่นและของชาติ และหน้าที่ของชนชาวไทยที่จะสืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยรัฐมีหน้าที่ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะ และวัฒนธรรมของชาติ ประกอบกับได้มีการปฏิรูประบบราชการ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ให้สอดคล้องกับการพัฒนาสังคมและวัฒนธรรมของไทย



    บทนิยาม (มาตรา ๔)
    หมวด ๑ คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (มาตร ๖ - มาตรา ๑๔)
    หมวด ๒ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (มาตรา ๑๕ - มาตรา ๑๖)
    หมวด ๓ กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม (มาตรา ๑๑ - มาตรา ๓๑)
    หมวด ๔ บทเฉพาะกาล (มาตรา ๓๒ - มาตรา ๓๕)

    • ร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ....
    • ชื่อพระราชบัญญัติ
      “พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ....”
      ยกเลิก
      (๑) พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๔๘๕
      (๒) พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๖
      (๓) พระราชบัญญัติสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
      พ.ศ. ๒๕๒๒
      (๔) พระราชบัญญัติสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒)
      พ.ศ. ๒๕๓๕
ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง
    • มาตรา ๑
    • พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ....
    • มาตรา ๒
    • พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ
      ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
    • มาตรา ๓
    • ให้ยกเลิก
      (๑) พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๔๘๕
      (๒) พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๖
      (๓) พระราชบัญญัติสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๒
      (๔) พระราชบัญญัติสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๓๕
    • มาตรา ๔
    • ในพระราชบัญญัตินี้
      วัฒนธรรม หมายความว่า ลักษณะที่แสดงถึงความเจริญงอกงาม ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความกลมเกลียวก้าวหน้าของชาติ และศีลธรรมอันดีของประชาชน
      กองทุน หมายความว่า กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม
      คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
      คณะกรรมการคัดเลือก หมายความว่า คณะกรรมการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ ศิลปินแห่งชาติและผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม
      คณะกรรมการกองทุน หมายความว่า คณะกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม
      สำนักงาน หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
      รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
      องค์กรภาคี หมายความว่า หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนซึ่งร่วมส่งเสริม สนับสนุน และดำเนินงานทางวัฒนธรรมซึ่งคณะกรรมการได้ประกาศขึ้นทะเบียนไว้
    • มาตรา ๕
    • ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
    • หมวด ๑ คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
    • มาตรา ๖
    • ให้มีคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ประกอบด้วยรัฐมนตรีเป็นประธาน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นรองประธาน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง อธิบดีกรมการศาสนา อธิบดีกรมศิลปากร อธิบดีกรมสารนิเทศ เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ ผู้อำนวยการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ผู้อำนวยการสถาบันแพทย์แผนไทย ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ผู้อำนวยการสำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งอีกไม่เกินแปดคน และผู้แทนองค์กรภาคีซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งอีกไม่เกินสามคน เป็นกรรมการ
      ให้เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เป็นกรรมการและเลขานุการ
    • มาตรา ๗
    • คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้
      (๑) วางแผนและประสานงานด้านวัฒนธรรมระหว่างส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ
      และเอกชน
      (๒) ค้นคว้า วิจัย รวบรวม เผยแพร่และส่งเสริมวัฒนธรรมของชาติ (๓) พิทักษ์ รักษา ปกป้อง คุ้มครองวัฒนธรรมของชาติ
      (๔) ส่งเสริม รักษา และเผยแพร่ความหลากหลายทางวัฒนธรรม
      (๕) ส่งเสริม รักษา และเผยแพร่วัฒนธรรมวิถีชีวิต โดยเฉพาะวัฒนธรรมสมานฉันท์
      และเอื้ออาทร
      (๖) ประกาศขึ้นทะเบียนสมาคม มูลนิธิ หรือองค์กรที่มีกิจกรรมหลักในการส่งเสริม
      และสนับสนุนด้านวัฒนธรรมเป็นองค์กรภาคี
      (๗) ส่งเสริม อุดหนุน พัฒนาองค์กรภาคีและแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม
      (๘) ประกาศแต่งตั้ง ผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม ศิลปินแห่งชาติ และผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม
      (๙) แต่งตั้งคณะกรรมการกองทุนเพื่อดำเนินการบริหารกองทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน
    • มาตรา ๘
    • กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการผู้แทนองค์กรภาคี ต้องมีคุณสมบัติ
      และไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
      (๑) มีสัญชาติไทย
      (๒) ไม่เคยมีความประพฤติเสื่อมเสีย
      (๓) เป็นผู้มีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ทางด้านศิลปะและวัฒนธรรม หรือเป็นผู้ที่มี
      ผลการดำเนินงานทางด้านวัฒนธรรมเป็นที่ยอมรับ
      (๔) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
      (๕) ไม่เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
      (๖) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
      (๗) ไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง สมาชิก
      สภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง
    • มาตรา ๙
    • กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการผู้แทนองค์กรภาคีมีวาระในการดำรงตำแหน่งคราวละสามปี
      เมื่อครบกำหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหรือกรรมการผู้แทนองค์กรภาคีขึ้นใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหรือกรรมการผู้แทนองค์กรภาคีซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหรือกรรมการผู้แทนองค์กรภาคีซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่
      กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหรือกรรมการผู้แทนองค์กรภาคีซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ อาจได้รับแต่งตั้งอีกได้
    • มาตรา ๑๐
    • นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการผู้แทนองค์กรภาคีพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
      (๑) ตาย
      (๒) ลาออก
      (๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๘
      (๔) รัฐมนตรีให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถ
      ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ รัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการแทนได้ และให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน
      ในกรณีที่รัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการเพิ่มขึ้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งไว้แล้ว
    • มาตรา ๑๑
    • การประชุมคณะกรรมการทุกคราวต้องมีกรรมการมาประชุมไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ จึงจะเป็นองค์ประชุม
      ในการประชุมของคณะกรรมการ ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อยู่ในที่ประชุม ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ในกรณีที่ประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อยู่ในที่ประชุม ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
      การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
    • มาตรา ๑๒
    • ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ คณะกรรมการ คณะกรรมการคัดเลือกมีอำนาจเรียกบุคคลหนึ่งบุคคลใดมาให้ข้อเท็จจริง คำอธิบาย ความเห็น หรือคำแนะนำได้
    • มาตรา ๑๓
    • ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณาคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมตามจำนวนและหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
      การแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรมศิลปินแห่งชาติและผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมให้กระทำโดยประกาศของคณะกรรมการ
      ผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรมและศิลปินแห่งชาติที่ได้รับการแต่งตั้งตามวรรคสามมีสิทธิได้รับเงินตอบแทนประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอื่นจากกองทุนตามระเบียบที่คณะกรรมการกองทุนกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการและกระทรวงการคลัง
    • มาตรา ๑๔
    • คณะกรรมการ อาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการ
      อย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมายก็ได้
      การประชุมของ คณะอนุกรรมการ ให้นำความในมาตรา ๑๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
    • หมวด ๒ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
    • มาตรา ๑๕
    • ให้สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
      (๑) ปฏิบัติงานตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
      (๒) ศึกษาและวิจัยข้อมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรมเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมวัฒนธรรมตลอดจนการป้องกันและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับวัฒนธรรมของชาติ
      (๓) จัดทำโครงการและแผนงานส่งเสริมและพัฒนาเกี่ยวกับวัฒนธรรมของชาติ
      (๔) จัดทำโครงการและแผนงานป้องกันและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับวัฒนธรรมของชาติ
      (๕) ริเริ่มและเร่งรัดให้มีการส่งเสริมและเผยแพร่วัฒนธรรมที่จะเป็นประโยชน์ในการศึกษา เศรษฐกิจ การเมือง และสังคมระหว่างประเทศ
      (๖) ฝึกอบรมผู้ซึ่งจะทำงานด้านวัฒนธรรม ตลอดจนร่วมมือกับเอกชนในการฝึกอบรมบุคคลดังกล่าว
      (๗) ร่วมมือและประสานงานกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชนในการดำเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับวัฒนธรรม
      (๘) ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประสานงาน เผยแพร่ และประชาสัมพันธ์งานและกิจกรรมเกี่ยวกับวัฒนธรรมของชาติ
      (๙) ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานตามโครงการ แผนงานและนโยบายเกี่ยวกับวัฒนธรรมของชาติ และรายงานให้คณะกรรมการทราบ
      (๑๐) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
      (๑๑) ปฏิบัติงานธุรการของคณะกรรมการ คณะกรรมการคัดเลือก และอนุกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้
      (๑๒) กระทำกิจการอย่างอื่นตามที่รัฐมนตรี คณะกรรมการ คณะกรรมการคัดเลือก หรือคณะอนุกรรมการมอบหมาย
    • มาตรา ๑๖
    • ให้เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติมีหน้าที่ควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งราชการของสำนักงานและเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในสำนักงาน เพื่อการนี้ให้มี
      รองเลขาธิการคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้ช่วยสั่งและปฏิบัติราชการ
    • หมวด ๓ กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม
    • มาตรา ๑๗
    • ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นในสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เรียกว่า กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม โดยมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
      (๑) ส่งเสริมและสนับสนุน การวิจัย การพัฒนา การฟื้นฟู การอนุรักษ์ การศึกษาและเผยแพร่งานศิลปะและวัฒนธรรมของบุคคล คณะบุคคล และหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาคราชการและเอกชน
      (๒) ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมที่สร้างความร่วมมือขององค์กรและสถาบันด้านศิลปวัฒนธรรม
      (๓) ส่งเสริมกิจกรรมการจัดการแสดง การจัดนิทรรศการทางศิลปะและกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวกับศิลปะและวัฒนธรรม ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ
      (๔) ช่วยเหลือผู้มีผลงานทางด้านวัฒนธรรม และศิลปินในด้านสวัสดิการและความเป็นอยู่
      (๕) สนับสนุนให้มีการจัดซื้อผลงานทางศิลปะที่เป็นผลงานของศิลปินไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ
      (๖) ส่งเสริมการเรียนการสอนด้านศิลปะและวัฒนธรรม และการสืบทอดงานศิลปะ
      ทั้งในและนอกระบบโรงเรียน
      (๗) ส่งเสริมการวิจัย พัฒนา และการเรียนการสอนภาษาไทย
      (๘) ส่งเสริมและสนับสนุนการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศ ตลอดจนองค์กร สมาคม และมูลนิธิทั้งในประเทศและต่างประเทศ
      (๙) ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรด้านศิลปะและวัฒนธรรม
      (๑๐) ส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรสาธารณประโยชน์ที่เกี่ยวกับงานศิลปะ
      และวัฒนธรรม
    • มาตรา ๑๘
    • กองทุนประกอบด้วย
      (๑) เงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้
      (๒) เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้จากงบประมาณแผ่นดินประจำปี
      (๓) กองทุนศิลปินในสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
      (๔) เงินอุดหนุนกิจการของสภาวัฒนธรรมแห่งชาติที่สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติรับโอนจากกองวัฒนธรรม กรมการศาสนา
      (๕) เงินอุดหนุนจากต่างประเทศ รวมทั้งองค์กรระหว่างประเทศ
      (๖) เงินและทรัพย์สินที่มีผู้มอบให้เพื่อสมทบกองทุน
      (๗) ค่าธรรมเนียมการจัดการลิขสิทธิ์
      (๘) เงินและทรัพย์สินอื่นที่ตกเป็นของกองทุน
      (๙) ดอกผลและรายได้ของกองทุน
      คณะกรรมการกองทุนอาจตั้งกองทุนเฉพาะเรื่องขึ้นในกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาคเงินหรือทรัพย์สินก็ได้
    • มาตรา ๑๙
    • ผู้บริจาคเงิน หรือทรัพย์สินให้แก่กองทุนหรือหน่วยงานซึ่งเป็นองค์กรภาคี
      มีสิทธินำไปลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ หรือได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาค แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในประมวลรัษฎากร
    • มาตรา ๒๐
    • รายได้ของกองทุนให้นำเข้าสมทบกองทุนโดยไม่ต้องส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ
    • มาตรา ๒๑
    • เงินกองทุนจะนำมาใช้จ่ายได้ก็แต่เฉพาะเพื่อให้การดำเนินการเป็นไป
      ตามวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๑๗
      การใช้จ่ายเงินกองทุนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
    • มาตรา ๒๒
    • ให้มีคณะกรรมการกองทุน ประกอบด้วยผู้ที่มีความรู้ทางด้านการบริหารจัดการทางการเงินเป็นประธาน และกรรมการอื่นอีกจำนวนไม่เกินหกคนเป็นกรรมการ
      ให้เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เป็นกรรมการและเลขานุการ
      การแต่งตั้งประธานกรรมการกองทุน กรรมการกองทุนตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด
    • มาตรา ๒๓
    • คณะกรรมการกองทุนมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
      (๑) บริหารกองทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
      (๒) ออกระเบียบหรือข้อบังคับใด ๆ เพื่อให้การบริหารกองทุนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
      (๓) กำหนดแผนการเงินและงบประมาณประจำปีของกองทุน
      (๔) พิจารณาอนุมัติโครงการ หรือกิจกรรมที่ขอรับการอุดหนุนจากกองทุนให้สอดคล้องกับนโยบายวัฒนธรรมแห่งชาติในเรื่องการศึกษา ค้นคว้า วิจัย ส่งเสริม พัฒนา ฟื้นฟู อนุรักษ์ ให้ และเผยแพร่งานวัฒนธรรม
      (๕) ติดตามและประเมินผลการดำเนินโครงการ หรือกิจกรรมที่ได้รับการส่งเสริมหรือสนับสนุนจากกองทุน
      (๖) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายกำหนดหรือคณะกรรมการมอบหมาย
      ในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวข้างต้น คณะกรรมการกองทุนอาจมอบให้สำนักงานเป็นผู้ปฏิบัติหรือเตรียมข้อเสนอต่อคณะกรรมการกองทุนเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไปได้
    • มาตรา ๒๔
    • ให้ประธานกรรมการกองทุนและกรรมการกองทุนซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้ง อยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี
      ประธานกรรมการกองทุน และกรรมการกองทุนซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้
      เมื่อครบกำหนดตามวาระดังกล่าวในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งประธานกรรมการกองทุนหรือกรรมการกองทุนขึ้นใหม่ ให้คณะกรรมการกองทุนซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้น คงอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะกรรมการกองทุนซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่ ตามแต่กรณี
    • มาตรา ๒๕
    • นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ประธานกรรมการกองทุนและกรรมการกองทุนซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
      (๑) ตาย
      (๒) ลาออก
      (๓) คณะกรรมการให้ออก
      (๔) เป็นบุคคลล้มละลาย
      (๕) เป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ
      (๖) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
      ให้นำความตามมาตรา ๑๐ วรรคสองและวรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนุโลม
    • มาตรา ๒๖
    • ให้นำความตามมาตรา ๑๑ มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะกรรมการกองทุนโดยอนุโลม
    • มาตรา ๒๗
    • ให้สำนักงานวางและถือไว้ซึ่งระบบการบัญชีที่เหมาะสมแก่กิจการ ตามที่คณะกรรมการกองทุนกำหนด แยกตามประเภทงานส่วนที่สำคัญ มีสมุดบัญชีลงรายการรับและจ่ายเงิน สินทรัพย์และหนี้สิน ที่แสดงกิจการที่เป็นอยู่ตามความจริงและตามที่ควร ตามประเภทงาน พร้อมด้วยข้อความอันเป็นที่มาของรายการนั้นๆ และให้มีการตรวจสอบบัญชีภายในเป็นประจำ
    • มาตรา ๒๘
    • ให้สำนักงานจัดทำงบดุลและบัญชีทำการ ส่งผู้สอบบัญชีตรวจสอบภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชีทุกปี
      ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของกองทุนทุกรอบปี แล้วทำรายงานผลการสอบบัญชีเสนอต่อคณะกรรมการกองทุน
    • มาตรา ๒๙
    • ให้คณะกรรมการกองทุนเสนองบดุลแสดงฐานะการเงินโดยมีคำรับรอง
      การตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน และเสนอรายงานประจำปีต่อคณะกรรมการทุกปี
    • มาตรา ๒๙
    • ให้คณะกรรมการกองทุนเสนองบดุลแสดงฐานะการเงินโดยมีคำรับรอง
      การตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน และเสนอรายงานประจำปีต่อคณะกรรมการทุกปี
    • มาตรา ๓๐
    • ในกิจการของกองทุนที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ถือเป็นกิจการของสำนักงาน โดยมีเลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติเป็นผู้แทน และเพื่อการนี้ เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติจะมอบอำนาจให้บุคคลใดปฏิบัติการแทนเฉพาะอย่างก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกองทุนกำหนด
    • มาตรา ๓๐
    • ในกิจการของกองทุนที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ถือเป็นกิจการของสำนักงาน โดยมีเลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติเป็นผู้แทน และเพื่อการนี้ เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติจะมอบอำนาจให้บุคคลใดปฏิบัติการแทนเฉพาะอย่างก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกองทุนกำหนด
    • มาตรา ๓๑
    • ให้ประธานกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ประธานกรรมการคัดเลือก กรรมการคัดเลือก ประธานกรรมการกองทุน กรรมการกองทุน ประธานอนุกรรมการ และอนุกรรมการซึ่งแต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้ได้รับเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่นตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
    • หมวด ๔ บทเฉพาะกาล
    • มาตรา ๓๒
    • ให้บรรดาพระราชกฤษฎีกา กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๔๘๕ พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๖ พระราชบัญญัติสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๒
      และพระราชบัญญัติสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ จนกว่าจะได้มีพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศตามพระราชบัญญัตินี้ออกใช้บังคับ
    • มาตรา ๓๓
    • ในวาระเริ่มแรก ให้รัฐมนตรีดำเนินการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนองค์กรภาคี มาเป็นกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติตามมาตรา ๖ ภายในกำหนดเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ได้มีการประกาศใช้บังคับพระราชบัญญัติฉบับนี้
      เมื่อรัฐมนตรีได้ดำเนินการแต่งตั้งกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติตามวรรคหนึ่งแล้ว
      ให้คณะกรรมการจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการครั้งแรกขึ้นเพื่อดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการกองทุนให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาสามสิบวันนับแต่วันที่รัฐมนตรีได้แต่งตั้งกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติตามวรรคหนึ่ง
    • มาตรา ๓๔
    • ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้สิน เงินงบประมาณ รายได้ และผู้ปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติตามพระราชบัญญัติสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๒ พระราชบัญญัติสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒)
      พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้เป็นของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติตามพระราชบัญญัตินี้
    • มาตรา ๓๕
    • ให้ผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม และศิลปินแห่งชาติ ที่ได้รับเงินตอบแทนประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอื่นจากกองทุนตามพระราชบัญญัติสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ นี้ ให้ดำรงตำแหน่งและได้รับเงินตอบแทนประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอื่นจากกองทุนตามมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัตินี้
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail