Facebook


ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย พ.ศ. ....

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 150 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

ร่าง

พระราชบัญญัติ

คุ้มครองการดำเนินงานของศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย
พ.ศ. ....

                  

 

……………………..……………………..
……………………..……………………..

……………………..……………………..

 

          ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

 

          โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองการดำเนินงานของศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย

 

          ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

 

          มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย พ.ศ. ....

 

          มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

          มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้

          ศูนย์หมายความว่า ศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชียที่จัดตั้งขึ้นตามกฎบัตรของศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย ซึ่งทำขึ้นเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๘

 

          มาตรา ๔ เพื่อคุ้มครองการดำเนินงานของศูนย์ในประเทศไทยให้บรรลุตามความมุ่งประสงค์

(๑)    ให้ยอมรับนับถือว่าศูนย์เป็นนิติบุคคล และให้ถือว่ามีภูมิลำเนาในประเทศไทย

(๒)      ในระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทยหรือเข้ามาในประเทศไทยเพื่อปฏิบัติหน้าที่หรือในการปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับศูนย์ ให้ศูนย์ ทรัพย์สินและสินทรัพย์ของศูนย์ ตลอดจนเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญ        ชาวต่างประเทศซึ่งศูนย์แต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่หรือได้รับเชิญอย่างเป็นทางการให้มาปฏิบัติงานให้แก่ศูนย์ ได้รับ    เอกสิทธิ์และความคุ้มกันตามที่ระบุไว้ในกฎบัตรของศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย ซึ่งทำขึ้นเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๘ และความตกลงในเรื่องเอกสิทธิ์และความคุ้มกันที่จะทำกันต่อไประหว่างรัฐบาลไทยกับศูนย์ภายใต้กรอบแห่งกฎบัตรของศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย ซึ่งทำขึ้นเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๘

 

มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

 

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

 

 

............................................

 

        นายกรัฐมนตรี

  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

    เมื่อปี ๒๕๔๘ ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีกฎบัตรของศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย (Asian Disaster Preparedness Center ADPC) ซึ่งเป็นองค์กรระดับภูมิภาคที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการเตรียมความพร้อมด้านการป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก โดยมีสำนักงานที่กรุงเทพฯ การเป็นภาคีดังกล่าวมีส่วนช่วยให้ประเทศไทยได้รับความสนับสนุนในการเฝ้าระวังภัยพิบัติและรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน ดำรงความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และป้องกันภัยพิบัติสาธารณะ ปัจจุบัน ADPC อยู่ระหว่างการปรับสถานะเป็นองค์การระหว่างประเทศ จึงจำเป็นต้องมีกฎหมายคุ้มครองการดำเนินงานขององค์กรดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง และเป็นเหตุให้ต้องตราพระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย พ.ศ. ....



    ADPC ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ๒๕๒๙ และต่อมา ได้เสนอร่างกฎบัตรเพื่อเปลี่ยนสถานะเป็นองค์การระหว่างประเทศ โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๔๘ เห็นชอบร่างกฎบัตรของ ADPC และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้นได้ลงนามกฎบัตรดังกล่าวเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ อย่างไรก็ดี มาตรา ๑๕ ของกฎบัตรฯ ระบุว่า กฎบัตรฯ จะไม่มีผลใช้บังคับจนกว่ารัฐภาคีผู้ลงนามก่อตั้งจะให้สัตยาบันครบทุกประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีรัฐภาคีที่ยังไม่ให้สัตยาบันกฎบัตรฯ จำนวน ๒ ประเทศ ได้แก่ ไทยและกัมพูชา ส่วนประเทศผู้ก่อตั้งที่เหลือ ได้แก่ จีน เนปาล บังกลาเทศ ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา และอินเดีย ได้ให้สัตยาบันแล้ว



    • ในส่วนของไทย จะสามารถให้สัตยาบันกฎบัตรฯ เมื่อร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย พ.ศ. .... ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาและมีผลใช้บังคับเป็นกฎหมายแล้ว ซึ่งที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้วสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๔ อย่างไรก็ดี โดยที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเมื่อช่วงกลางปี ๒๕๕๔ เรื่องดังกล่าวจึงยังไม่ได้รับการพิจารณา ดังนั้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นใหม่ตามร่างเดิมที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว  เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่ไทยจะสามารถให้สัตยาบันกฎบัตรฯ ได้ และเมื่อกัมพูชาให้สัตยาบันกฎบัตรฯ เช่นเดียวกันและกฎบัตรฯ มีผลใช้บังคับ ADPC จึงจะสามารถเปลี่ยนสถานะเป็นองค์การระหว่างประเทศ


       


      การที่ ADPC ยังมิได้มีสถานะเป็นองค์การระหว่างประเทศทำให้เกิดอุปสรรคต่อการดำเนินงานและการขยายโครงการความร่วมมือระหว่าง ADPC กับไทยและประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียหลายประการ เช่น การขอรับการสนับสนุนเงินทุนจากแหล่งต่าง ๆ การขอใบอนุญาตทำงานสำหรับเจ้าหน้าที่ต่างด้าวของ ADPC ฯลฯ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประโยชน์ที่ไทยพึงได้รับจากโครงการดังกล่าว อาทิ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของไทย รวมทั้งการเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะเป้าหมายที่ ๑๑ (การทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มีความปลอดภัย ต้านทาน และยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างครอบคลุมและยั่งยืน)


       


      ในทางกลับกัน หาก ADPC ซึ่งมีสำนักงานที่กรุงเทพฯ สามารถเปลี่ยนสถานะเป็นองค์การระหว่างประเทศ ก็จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการดำเนินโครงการความร่วมมือที่เป็นประโยชน์กับไทย และยังจะส่งเสริมบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางการบริหารจัดการภัยพิบัติในภูมิภาค และสอดคล้องกับนโยบายที่ส่งเสริมให้กรุงเทพฯ ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศในฐานะมหานครที่ตั้งขององค์การระหว่างประเทศในเอเชีย (Geneva of Asia) ด้วย

  • ร่างพระราชบัญญัติฯ มีสาระสำคัญยอมรับนิติฐานะและคุ้มครองการดำเนินงานของ ADPC และสอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานขององค์การระหว่างประเทศในประเทศไทยฉบับอื่น ๆ โดยมีบทบัญญัติ (๑) ให้ยอมรับว่า ADPC เป็นนิติบุคคลและให้ถือว่ามีภูมิลำเนาในประเทศไทย (๒) ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทยหรือเข้ามาในประเทศไทยเพื่อปฏิบัติหน้าที่หรือในการปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับ ADPC ให้ ADPC ทรัพย์สินและสินทรัพย์ของ ADPC ตลอดจนเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญชาวต่างประเทศซึ่ง ADPC แต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่หรือได้รับเชิญอย่างเป็นทางการให้มาปฏิบัติงานให้แก่ ADPC ได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันตามที่ระบุไว้ในกฎบัตรฯ และความตกลงในเรื่องเอกสิทธิ์และความคุ้มกันที่จะทำกันต่อไประหว่างรัฐบาลไทยกับ ADPC ภายใต้กรอบแห่งกฎบัตรฯ (๓) ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

    • ร่าง พระราชบัญญัติ คุ้มครองการดำเนินงานของศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย พ.ศ. ....
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail