Facebook


ร่างพระราชบัญญัติการวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... (กำหนดรับฟังตั้งแต่วันที่ 4 - 20 ก.ย.2560)

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 1748 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์
ดาวน์โหลดไฟล์แนบ:
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

    เนื่องจากการพัฒนาประเทศจำเป็นต้องอาศัยการวิจัยและนวัตกรรม และศิลปวิทยาการแขนงต่าง ๆ ให้เกิดความรู้ การพัฒนาการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อนำไปใช้ในการสร้างความเข้มแข็งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม รวมทั้งจำเป็นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการวิจัยและนวัตกรรม   ทั้งทางด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เพื่อสนองต่อความต้องการของประเทศ เพื่อให้ภารกิจในการจัดทำและบริหารนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการวิจัยและนวัตกรรมให้ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งการกำกับ ติดตาม ประเมินผลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสมควรที่จะให้มีกฎหมายด้านการวิจัยและนวัตกรรมให้เหมาะสม ครอบคลุมและสอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน 



    ไม่มีโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้อง
ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีรายละเอียดของร่างที่เกี่ยวข้อง
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail
         

     


1 ความคิดเห็น

  • ลิงค์ความคิดเห็น กรัณฑรัตน์ วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย กรัณฑรัตน์

    ภาพรวมของร่างพระราชบัญญัติการวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ พ.ศ. ... (พรบ.) ยังมีความไม่สอดคล้องและความเชื่อมโยงกันระหว่างเหตุผลและบทบัญญัติตามมาตราต่าง ๆ ซึ่งในหลักการและเหตุผล ระบุไว้ว่าความจำเป็นของการมีกฎหมายฉบับนี้ คือ
    ๑) การพัฒนาการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อนำไปใช้ในการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ สังคม
    ๒) การเพิ่มขีดความสามารถด้านการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อสนองต่อความต้องการของประเทศ
    ซึ่งต้องมีการจัดทำและบริหารนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการวิจัยและนวัตกรรมให้ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม และต้องมีการกำกับ ติดตาม และประเมินผลอย่างมีประสิทธิภาพ
    อย่างไรก็ตาม บทบัญญัติตามมาตราต่าง ๆ เน้นการกำกับมากกว่าการส่งเสริม ทำให้มองไม่เห็นความเชื่อมโยงอย่างชัดเจนว่าหากดำเนินการตาม พรบ. ดังกล่าวแล้ว จะสามารถบรรลุผลตามหลักการและเหตุผลที่ต้องการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเพื่อเป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศได้อย่างไร อีกทั้งการจัดตั้งสำนักงานสภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติเป็นส่วนราชการ อาจทำให้เกิดความไม่คล่องตัว ไม่สามารถตามทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี นำมาซึ่งความไม่มีประสิทธิผลของการกำหนดนโยบาย นอกจากนั้นการที่มีเลขาธิการสำนักงานสภาฯ เป็นข้าราชการพลเรือน (มาตรา ๒๑) ยังขัดแย้งกับการกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของเลขาธิการ (มาตรา ๒๓)
    นอกจากนั้น ในขณะที่ประเทศอยู่ระหว่างการปฏิรูประบบวิจัยและนวัตกรรม การจัดทำยุทธศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติยังไม่แล้วเสร็จ กลไกการทำงานระหว่างหน่วยงานที่มีบทบาทต่าง ๆ ยังไม่ชัดเจน แต่กฎหมายฉบับนี้ ได้กำหนดให้มีหน่วยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรม ๖ รูปแบบ (มาตรา ๘) โดยมีเหตุผลเพื่อบูรณาการและขับเคลื่อนระบบวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งไม่ได้ระบุถึงกลไกการทำงานและการเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานใน ๖ รูปแบบ เกรงว่านอกจากจะไม่เกิดการบูรณาการแล้ว ยังเกิดการแบ่งเขตแดนของหน่วยงานที่ไม่เอื้อต่อการทำงานร่วมกันดังที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ทั้งนี้ ในระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก มีการพัฒนาไปในทิศทางที่ส่งเสริมให้เกิดการบูรณาการและเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงาน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการบรรลุเป้าหมายร่วม ดังเช่นแนวคิด National Innovation System และ Triple Helix Model แต่การกำหนดหน้าที่และบทบาทเฉพาะของแต่ละหน่วยงานในบทบัญญัติตามมาตรา ๘ อาจเป็นการขับเคลื่อนระบบวิจัยและนวัตกรรมไปในทิศทางตรงข้ามกับประเทศที่พัฒนาแล้วอื่น ๆ
    ดังนั้น การพิจารณาเสนอร่าง พรบ. ฉบับนี้ ควรชะลอออกไปก่อน จนกระทั่งเกิดความชัดเจนในการปฏิรูประบบวิจัยและนวัตกรรม แล้วจึงยกร่างกฎหมายใหม่ที่ครอบคลุมประเด็นการปฏิรูปทั้งหมด โดยแนวทางดำเนินงานในระหว่างการปฏิรูประบบวิจัยและนวัตกรรมก่อนการยกร่างกฎหมาย อาจมีลำดับดังต่อไปนี้
    ๑) จัดทำยุทธศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ
    ๒) กำหนดทิศทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฯ
    ๓) กำหนดกลไกการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่มีบทบาทต่าง ๆ และการทำงานร่วมกับภาคเอกชน
    ๔) กำหนดโครงสร้างของหน่วยงานเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฯ
    กล่าวโดยสรุป สวทช. ไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติการวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. ... โดยขอเสนอให้ปรับบทบัญญัติให้เน้นการส่งเสริมให้มากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับเหตุผลของการมีกฎหมายว่าด้วยการวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ โดยควรเน้นการส่งเสริมให้หน่วยงานรูปแบบต่าง ๆ ในระบบวิจัยและนวัตกรรมสามารถบูรณาการและทำงานร่วมกันเพื่อเป้าหมายเดียวกัน และควรปรับรูปแบบองค์กรของสำนักงานสภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติให้เหมาะสม และสอดคล้องกับบทบาทและหน้าที่ ที่ต้องการความคล่องตัว และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี