Facebook


ร่างพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ...

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 6482 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

         โดยที่มาตรา ๕๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้กำหนดให้รัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง เสริมสร้างให้ประชาชนมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค และส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการพัฒนาภูมิปัญญาด้านแพทย์แผนไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยบริการสาธารณสุขดังกล่าวต้องครอบคลุมการส่งเสริมสุขภาพ การควบคุม และป้องกันโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสุขภาพด้วย และรัฐต้องพัฒนาการบริการสาธารณสุขให้มีคุณภาพและมีมาตรฐานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมาตรา ๒๕๘ ช. (๕) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้กำหนดให้ดำเนินการปฏิรูปประเทศโดยให้มีระบบการแพทย์ปฐมภูมิที่มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวดูแลประชาชนในสัดส่วนที่เหมาะสม  ดังนั้น สมควรมีกฎหมายที่จัดรูปแบบการแพทย์ปฐมภูมิและบริการสาธารณสุขที่เป็นระบบ และจัดให้มีองค์กรกำกับดูแลที่ดำเนินการโดยการมีส่วนร่วมกันระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาชน  ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารจัดการระบบการแพทย์ปฐมภูมิและบริการสาธารณสุขมีประสิทธิภาพทั้งประเทศ และให้ประชาชนชาวไทยมีสิทธิได้รับบริการการแพทย์ปฐมภูมิและบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานด้วยกันทุกคนโดยไม่มีความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการดังกล่าว  จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ไอเท็มน่าสนใจ
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    ไม่มีหลักการที่เกี่ยวข้อง

    ปัจจุบันประเทศไทยมีแนวโน้มของโครงสร้างประชากรที่จะเปลี่ยนแปลงเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุขณะที่ปัญหาด้านสุขภาพและจำนวนผู้ป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อกลับมีจำนวนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องอันเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและงบประมาณสำหรับการดูแลแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่เพิ่มขึ้นและในขณะเดียวกันจำนวนผู้ป่วยซึ่งเข้ารับบริการด้านสุขภาพจากหน่วยบริการที่เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่หรือโรงพยาบาลที่ให้บริการรักษาโรคเฉพาะทางมีจำนวนมากขึ้นจนอาจทำให้หน่วยบริการดังกล่าวไม่สามารถให้บริการด้านสุขภาพได้อย่างทั่วถึงและได้มาตรฐานอย่างที่ควรจะเป็นสถานการณ์เช่นนี้ย่อมก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของส่วนกลางและภูมิภาคที่แตกต่างกันทั้งที่จริงแล้วประชาชนสมควรได้รับบริการด้านสุขภาพที่มีคุณภาพ ครอบคลุม และทั่วถึง


    ด้วยเหตุนี้จึงมีความจำเป็นต้องลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพและให้ทุกภาคส่วนคำนึงถึงผลกระทบด้านสุขภาพตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพโดยอาศัยแนวทางของการพัฒนาระบบการแพทย์ปฐมภูมิให้มีความเข้มแข็ง อันจะเป็นการแก้ไขสภาพปัญหาในส่วนต้นสายหรือการแก้ไขปัญหาในขั้นพื้นฐานด้วยการให้บริการด้านสุขภาพใน   เชิงรุกซึ่งดำเนินการโดยกลุ่มบุคลากรสหวิชาชีพไม่ว่าจะเป็นแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวทันตแพทย์พยาบาลเภสัชกรนักายภาพบำบัดอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านเป็นต้นรับผิดชอบดูแลให้บริการประชาชนตามกลุ่มหรือเขตพื้นที่โดยใช้หลักการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมในทุกมิติทั้งการรักษาพยาบาลการส่งเสริมสุขภาพการป้องกันและควบคุมโรคและการฟื้นฟูสุขภาพซึ่งมีการเชื่อมโยงระบบบริการสุขภาพระหว่างปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ ด้วยระบบการส่งต่อที่มีประสิทธิภาพ



    •           โดยทีมาตรา ๕๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้กำหนดให้รัฐต้องดำเนินการให้ปรชาชนใช้ระบบบริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง เสิรมสร้างให้ประชาชนมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค และส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการพัฒนาภูมิปัญญาด้านแพทย์แผนไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยบริการสาธารณสุขดังกล่าวต้องครอบคุลการส่งเสริมสุขภาพ การควบคุม และป้องกันโรค การรักษาพยาบาลและการฟื้นฟูสุขภาพด้วย และรัฐต้องพัฒนาการบริการสาธารณสุขให้มีคุณภาพและมาตราฐานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องประกอบกับมาตรา ๒๕๘ ช. (๕) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้กำหนดให้ดำเนินการปฏิรูปประเทศโดยให้มีระบบการแพทย์ปฐมภูมิที่มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวดูแลประชาชนในสัดส่วนที่เหมาะสม ดังนั้นสมควรมีกฎหมายที่จัดบริการสาธารณสุขในรูปแบบการสาธารณสุขและการแพทย์ปฐมภูมิที่เป็นระบบ และจัดให้มีองค์กรกำกับดูแลที่ดำเนินการโดยการมีส่วนร่วมกันระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน ทั้งนี้เพื่อให้การบริหารจัดการระบบการสาธารณสุขและการแพทย์ปฐมภูมิที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานด้วยกันทุกคน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญํตินี้

  • สรุปสาระสำคัญ (ร่าง) พระราชบัญญัติระบบการแพทย์ปฐมภูมิและสาธารณสุข พ.ศ. …
  • “การแพทย์ปฐมภูมิและบริการสาธารณสุข” หมายความว่า การดูแลสุขภาพแต่แรกแบบองค์รวม ผสมผสาน ต่อเนื่อง ทั้งบริการเชิงรุกเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ บริการควบคุมป้องกันโรค คุ้มครองผู้บริโภค และปัญหาที่คุกคามสุขภาพ บริการรักษาพยาบาลและฟื้นฟูสุขภาพ สนับสนุนการจัดการสุขภาพตนเองและครอบครัว การดูแลสุขภาพที่บ้าน ชุมชน และหน่วยบริการปฐมภูมิ รวมทั้งการรับส่งต่อ


     


    “ระบบการแพทย์ปฐมภูมิและบริการสาธารณสุข” หมายความว่า กลไกและกระบวนการที่มีประสิทธิภาพในการประสานความร่วมมือเพื่อจัดบริการการแพทย์ปฐมภูมิและบริการสาธารณสุข โดยการมีส่วนร่วมกันระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาชน รวมทั้งการส่งต่อผู้รับบริการและการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยบริการทั้งระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ


     


    หลักสำคัญของระบบการแพทย์ปฐมภูมิและบริการสาธารณสุข


    1.       ผลิตพัฒนาและส่งเสริมสนับสนุน ให้มีทีมผู้ให้บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข ที่ประกอบด้วย แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและทีมสหสาขาวิชาชีพ (Matrix team) ดูแลประชาชนในสัดส่วนที่เหมาะสม ร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ภาคีเครือข่ายในชุมชนและท้องถิ่น ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน


    2.       ให้มีระบบฐานข้อมูลสุขภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Health Records) ที่ครบถ้วน เชื่อมโยง และต่อเนื่องทั้งระดับรายบุคคล ครอบครัว และชุมชน ตลอดจนหน่วยบริการปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ เพื่อส่งกลับให้ทีมผู้ให้บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข (Global Medical Records :GMR) ใช้ในการดูแลผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพ


    3.       ให้มีการระบบลงทะเบียน (Registered Population) เพื่อเชื่อมโยงระบบสนับสนุนต่างๆ ระหว่างประชาชนกับทีมผู้บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข ให้ได้รับการดูแลที่ครบถ้วนต่อเนื่อง เป็นองค์รวม ตามมาตรฐานของระบบการแพทย์ปฐมภูมิและบริการสาธารณสุข


    4.       ให้มีระบบการดูแลส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนาหน่วยบริการปฐมภูมิที่มีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายต่างๆ ในชุมชน โดยกำหนดให้บูรณาการการทำงานร่วมกับคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) ที่มีกลไกในการสร้างภาวะการนำร่วม และการมีส่วนร่วมในพื้นที่รับผิดชอบ


    5.       ให้มีระบบกลไกทางการเงินที่สนับสนุนการดำเนินการระบบการแพทย์ปฐมภูมิและบริการสาธารณสุข ทั้งงบดำเนินการชดเชยในการดูแลประชาชนทุกสิทธิการรักษาให้กับหน่วยบริการปฐมภูมิ และสนับสนุนค่าตอบแทนทีมผู้ให้บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขให้เพียงพอที่จะให้บริการที่มีคุณภาพ


     


    6.       ให้มีคณะกรรมการระบบการแพทย์ปฐมภูมิและบริการสาธารณสุข ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน และกรรมการที่ประกอบด้วยผู้เกี่ยวข้องในการส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดระบบการแพทย์ปฐมภูมิและบริการสาธารณสุข ผู้แทนผู้ให้บริการ ผู้แทนผู้สนับสนุนกำกับในระดับจังหวัดและอำเภอ ผู้แทนผู้รับการดูแลในระดับปฐมภูมิ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์และสาธารณสุข รวม 22 คน ซึ่งมีหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย มาตรการ แนวทางปฎิบัติ กำกับดูแล สนับสนุนส่งเสริม เพื่อให้เกิดระบบการแพทย์ปฐมภูมิและบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกัน

    • เห็นด้วยหรือไม่กับการมี(ร่าง)พระราชบัญญัติระบบการสาธารณสุขและการแพทย์ปฐมภูมิ พ.ศ. ....? เพราะเหตุใด?
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail