Facebook


เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 2670 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์
             
 
ด้วยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ได้รับมอบหมายให้นำร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. .... ไปดำเนินการจัดทำตามบทบัญญัติมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐  สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมจึงได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องกับร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. ...  โดยหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งประชาชนทั่วไปสามารถแสดงความเห็นผ่านทางเว็บไซต์สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมhttp://www.sme.go.thและเว็บไซต์http://www.lawamendment.go.th ตั้งแต่วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ถึงวันที่  ๓๑ กรกฎาคม๒๕๖๐ หรือผ่านทางช่องทาง โทรสาร หมายเลข ๐ ๒๒๙๘ ๓๒๕๘  ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. และ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.  เพื่อสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จะได้รวบรวมความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม     พ.ศ. .... ประกอบการพิจารณาของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีต่อไป
 
                  ในการนี้  สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จึงขอเชิญชวนให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งประชาชน ร่วมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. .... ดังกล่าว   
 
                  - ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. .... (ฉบับรับฟังความคิดเห็น)          
                  - ข้อมูลประกอบการรับฟังความคิดเห็น
 
                  - แบบการรับฟังความคิดเห็น

 

 

 

 

 

 

 

ไอเท็มน่าสนใจ
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

    โดยที่การประกอบกิจการหรือการดำเนินการของภาคเอกชนจำนวนมากมีเป้าหมายเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชน สังคม หรือสิ่งแวดล้อม อันเป็นการประกอบกิจการหรือการดำเนินการเพื่อสังคมซึ่งยังไม่ได้รับการส่งเสริมหรือสนับสนุนจากภาครัฐเท่าที่ควร ดังนั้น เพื่อให้การช่วยเหลือชุมชนและสังคมของผู้ประกอบกิจการภาคเอกชนในลักษณะดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลด
    ความเหลื่อมล้ำในสังคม สมควรกำหนดมาตรการในด้านต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบกิจการจากภาคเอกชนเข้ามาประกอบกิจการหรือดำเนินการเพื่อสังคมมากยิ่งขึ้น อีกทั้งกำหนดให้มีการประสานงาน การสนับสนุน และให้ความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ ซึ่งจะส่งผลให้ชุมชน สังคม หรือสิ่งแวดล้อมได้รับการแก้ไขปัญหาและพัฒนาอย่างเหมาะสมและยั่งยืนต่อไป



    เนื่องจากวิสาหกิจเพื่อสังคม มีลักษณะที่จัดตั้งขึ้นเพื่อที่จะช่วยแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชน สังคม หรือสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตามวิสาหกิจเพื่อสังคมต้องมีรายได้เพียงพอที่เลี้ยงตัวเองได้ ซึ่งจะทำให้มีการดำเนินงานอย่างยั่งยืนด้วย ประกอบกับปัจจุบันมีการประกอบกิจการของภาคเอกชนในลักษณะเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมมากขึ้น แต่ยังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับวิสาหกิจเพื่อสังคม ที่จะช่วยส่งเสริมหรือสนับสนุนจากภาครัฐเท่าที่ควร



    • เพื่อให้วิสาหกิจเพื่อสังคมได้รับการส่งเสริมหรือสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น และเป็นไปอย่างยั่งยืน รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบกิจการจากภาคเอกชนเข้ามาประกอบกิจการหรือดำเนินการเพื่อสังคมมากขึ้น  ส่งผลให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนในการช่วยเหลือสังคมมากยิ่งขึ้น

  • ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. .... แบ่งเป็น 5 หมวด และบทเฉพาะกาล รวม ๔๒ มาตรา  โดยสามารถสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
  •  


     


                          ๑.  บทนิยาม


     


    กำหนดนิยามของวิสาหกิจเพื่อสังคมให้สอดคล้องกับนิยามตามพระราชกฤษฎีกา
    ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ๖๒๑) พ.ศ. ๒๕๕๙ ของกรมสรรพากร
    ซึ่งให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่วิสาหกิจเพื่อสังคม และกำหนดให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามร่างพระราชบัญญัติฯ (มาตรา 1 – 5)


     


                          ๒.  หมวด 1 วิสาหกิจเพื่อสังคม


     


    กำหนดให้มีระบบทะเบียนเพื่อรองรับและส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม โดยวิสาหกิจเพื่อสังคมใดที่จะขอรับการส่งเสริมตามร่างพระราชบัญญัติฯ ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนต่อสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมแห่งชาติ (สวส.) และ สวส. จะดำเนินการออกใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนที่มีคำว่า “วิสาหกิจเพื่อสังคม” ให้แก่วิสาหกิจเพื่อสังคมนั้น และกำหนดห้ามมิให้ผู้ไม่ได้จดทะเบียนหรือไม่ได้รับอนุญาตใช้คำว่า วิสาหกิจเพื่อสังคม หรือมีอักษรหรือเครื่องหมายซึ่งสื่อความหมายในทำนองเดียวกัน ประกอบเป็นชื่อในการดำเนินกิจการ เพื่อป้องกันความสับสนในทางปฏิบัติ รวมทั้งกำหนดหน้าที่ให้แก่วิสาหกิจเพื่อสังคมในการรายงานผลประกอบกิจการตลอดจนรายงานการรับและจ่ายเงินประจำปีต่อ สวส. หากวิสาหกิจเพื่อสังคมใดไม่ดำเนินการตามที่กำหนด สวส. สามารถถอนชื่อออกจากทะเบียนได้ (มาตรา 6 – 9)


     


                          ๓.  หมวด 2 คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมแห่งชาติ


     


    กำหนดให้มีคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมแห่งชาติ เรียกโดยย่อว่า “ควส.” จำนวน 22 คน ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ  ปลัดกระทรวงการคลัง  ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ปลัดกระทรวงพาณิชย์  ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม  ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  ประธานสภาหอการค้าไทย  ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  ประธานสมาคมธนาคารไทย และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง จำนวน 8 คน เป็นกรรมการ  และผู้อำนวยการ สวส. เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยคณะกรรมการฯ ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์และแผนแม่บทการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมแห่งชาติ ประสานนโยบายกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน กำหนดหลักเกณฑ์และแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวิสาหกิจเพื่อสังคม รวมทั้งให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคมในการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  ทั้งนี้ ได้กำหนดคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง องค์ประชุม อำนาจในการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ และสิทธิในการได้รับเบี้ยประชุมหรือประโยชน์ตอบแทนอื่นของคณะกรรมการฯ ไว้ด้วยแล้ว (มาตรา 10 – 17)


     


                          4  หมวด 3 สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมแห่งชาติ


     


    กำหนดให้มีสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมแห่งชาติ เรียกโดยย่อว่า “สวส.” เป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการและไม่เป็นรัฐวิสาหกิจมีฐานะเป็นนิติบุคคลและอยู่ในกำกับของนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ในการกำหนดประเภทของวิสาหกิจเพื่อสังคมที่ควรได้รับการส่งเสริม ดำเนินการจดทะเบียนและออกใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนแก่วิสาหกิจเพื่อสังคม รวมทั้งจัดทำแผนปฏิบัติการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม กำหนดทรัพย์สินในการดำเนินงานของ สวส. กำหนดให้มีผู้อำนวยการ เป็นผู้รับผิดชอบบริหารงานของ สวส. ชึ้นตรงต่อคณะกรรมการฯ รวมทั้งกำหนดคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม วาระการดำรงตำแหน่งการพ้นจากตำแหน่ง สิทธิในการได้รับเงินเดือนหรือประโยชน์ตอบแทนอื่นของผู้อำนวยการ สวส. และกำหนดอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการ สวสว. ไว้ด้วย กำหนดให้ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชีของทุกปี ให้ สวส. ทำรายงานประจำปี เสนอต่อคณะกรรมการฯ เพื่อทราบ โดยแสดงงบการเงินและบัญชีทำการ ที่ผู้สอบบัญชีรับรอง พร้อมทั้งรายงานของผู้สอบบัญชี รวมทั้งแสดงผลงานของสำนักงานในปีที่ล่วงมาด้วย (มาตรา 18 – 28)


     


                          ๕.  หมวด 4 การส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม


     


                                 กำหนดให้คณะกรรมการฯ ต้องจัดให้มีมาตรการในการส่งเสริมและสนับสนุน
    การพัฒนาวิสาหกิจเพื่อสังคมอย่างครบวงจร เช่น การให้ความรู้ การสนับสนุนในการจัดตั้ง การสนับสนุนในการประกอบกิจการ ให้ความช่วยเหลือในการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีด้านต่างๆ การประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การส่งเสริมและสนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม ส่งเสริมการนำผลงานวิจัยนวัตกรรมสังคมมาใช้ประโยชน์
      นอกจากนั้นในกรณีที่วิสาหกิจเพื่อสังคมประสงค์จะรวมตัวจัดตั้งเป็นสภาวิสาหกิจเพื่อสังคม ให้คณะกรรมการฯ สนับสนุนด้วย รวมทั้งกำหนดให้คณะกรรมการฯ มีอำนาจสั่งเพิกถอน สิทธิประโยชน์ หากวิสาหกิจเพื่อสังคมใดกระทำการโดยไม่สุจริตหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ (มาตรา 29 – 36)


     


                          ๖.  หมวด 5 บทกำหนดโทษ


     


    กำหนดบทกำหนดโทษในกรณีการใช้คำว่า “วิสาหกิจเพื่อสังคม” ประกอบเป็นชื่อ
    ใน
    การดำเนินกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาตโดยผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกหรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 37)


     


                          ๗.  บทเฉพาะกาล


     


    กำหนดบทเฉพาะกาลเพื่อให้ คกส. ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการฯ ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการฯ ขึ้นใหม่ กำหนดให้โอนบรรดาพนักงาน ลูกจ้าง ทรัพย์สิน หนี้สิน ตลอดจนภาระผูกพันของ สกส. แก่ สวส. และกำหนดให้ผู้อำนวยการ สกส. ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการตามร่างพระราชบัญญัติฯ นี้จนกว่าจะมีการแต่งตั้งใหม่ รวมทั้งกำหนดให้กิจการที่ได้รับการรับรองจาก คกส. ถือว่าได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมตามร่างพระราชบัญญัติฯ นี้ (มาตรา 38 – 42)


     

    ไม่มีรายละเอียดของร่างที่เกี่ยวข้อง
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail