Facebook


ร่างพระราชบัญญัติการตั้งครรภ์โดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. .

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 5638 เวลา ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

ร่าง
พระราชบัญญัติ
การตั้งครรภ์โดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์
พ.ศ. ….


………………………………………..
………………………………………..
………………………………………..

            …………………………………………………………..…………………………………………………
……………………………………………………
            โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการตั้งครรภ์โดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์
            พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล  ซึ่งมาตรา ๒๙
ประกอบกับมาตรา ๓๔ มาตรา ๓๙  มาตรา ๔๒  มาตรา ๔๘  และมาตรา ๕๐   ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
            …………………………………………………………..…………………………………………………...
…………………………………………………..
           มาตรา ๑  พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า  “พระราชบัญญัติการตั้งครรภ์โดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ทางการแพทย์  พ.ศ. ….  ”

            มาตรา ๒     พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

            มาตรา ๓     ในพระราชบัญญัตินี้
            “เซลล์สืบพันธุ์”  หมายความว่า   เซลล์สืบพันธุ์ของมนุษย์ทั้งเพศหญิงและเพศชาย
            “ไข่” หมายความว่า   เซลล์สืบพันธุ์ของเพศหญิง
            “เชื้ออสุจิ”  หมายความว่า   เซลล์สืบพันธุ์ของเพศชาย
            "เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ "  หมายความว่า  กรรมวิธีใดๆ ทางการแพทย์ที่นำเซลล์สืบพันธุ์ออกจากร่างกายบุคคล  เพื่อใช้ช่วยการตั้งครรภ์โดยไม่มีเพศสัมพันธ์ตามธรรมชาติ 
            “ตัวอ่อน”  หมายความว่า  ตัวอ่อนของมนุษย์ตั้งแต่ปฏิสนธิแล้วไปจนถึงแปดสัปดาห์
            “ทารก”  หมายความว่า  ตัวอ่อนของมนุษย์ที่มีอายุเกินกว่าแปดสัปดาห์  ไม่ว่าอยู่ในหรือนอกครรภ์มารดา
            “ตัวอ่อนสำเนาพันธุ์” หมายความว่า ตัวอ่อนมนุษย์ที่มิได้เกิดขึ้นจากการปฏิสนธิระหว่างไข

  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการตั้งครรภ์โดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์
    พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙
    ประกอบกับมาตรา ๓๔ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๒ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

    ร่างกฎหมายฉบับนี้ แบ่งเนื้อหา ออกเป็น 7 หมวด รวมทั้งสิ้น 39 มาตรา มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
    หมวด 1 คณะกรรมการควบคุมการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ (มาตรา 6-มาตรา 14)
    หมวด 2 การให้บริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ (มาตรา 15-มาตรา 17)
    หมวด 3 การตั้งครรภ์แทน (มาตรา 18-มาตรา 22)
    หมวด 4 ความเป็นบิดาและมารดาของเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ (มาตรา 23-มาตรา 26)
    หมวด 5 การสร้าง เก็บรักษา วิจัย หรือใช้ประโยชน์จากตัวอ่อน (มาตรา 27-มาตรา 28)
    หมวด 6 การควบคุมการดำเนินการโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ (มาตรา 29-มาตรา 36)
    หมวด 7 บทกำหนดโทษ (มาตรา 37-มาตรา 39)

    • สาระสำคัญร่างพระราชบัญญัติการตั้งครรภ์โดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. ….
    • หลักการและเหตุผล
      เพื่อให้มีกฎหมายว่าด้วยการตั้งครรภ์โดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ด้วยในปัจจุบันเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์มีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก ที่มีการทดลองค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์เจริญรุดหน้าถึงขนาดสามารถสร้างตัวอ่อนที่มีลักษณะทางพันธุกรรมแทบเหมือนเป็นคนเดียวกันกับบุคคลต้นแบบ หรือสามารถสร้างเซลล์ต้นกำเนิดเพาะขยายเป็นเนื้อเยื่อส่วนต่างๆของมนุษย์เพื่อการรักษาทางการแพทย์ได้ ซึ่งหากไม่มีการควบคุมขอบเขตการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวให้ถูกต้องและเหมาะสม อาจเกิดการทดลองที่ส่งผลกระทบต่อมวลมนุษยชาติได้ ตลอดจนการที่สามารถช่วยเหลือให้มีการตั้งครรภ์แทน ซึ่งส่งผลทำให้เกิดความลักลั่นระหว่างความสัมพันธ์ในความเป็นจริงของเด็กที่เกิดมา ไม่ว่าจะเป็นลักษณะทางพันธุกรรมของเด็ก ผู้อุปการะเลี้ยงดู แตกต่างไปจากผลในทางกฎหมายตามหลักทั่วไปที่ใช้บังคับอยู่ เช่น ความเป็นบิดามารดาของเด็กที่เกิดมา ดังนั้น เพื่อควบคุมมิให้ดำเนินการโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ในทางที่ไม่ถูกต้อง และเพื่อกำหนดความสัมพันธ์ของเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ทางการแพทย์ให้ชัดเจน
      สาระสำคัญร่างพระราชบัญญัติการตั้งครรภ์โดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. …. (39 มาตรา)
      1.ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และออกระเบียบหรือประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
      2.กำหนดคำนิยามของคำว่า “เซลล์สืบพันธุ์” “ไข่” “เชื้ออสุจิ” “เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์” “ตัวอ่อนแรกเริ่ม” “ตัวอ่อน” “ทารก” “ตัวอ่อนสำเนาพันธุ์” “ตัวอ่อนพันธุ์ผสม” “การตั้งครรภ์แทน” “การผสมเทียม” “การปฏิสนธินอกร่างกาย” “การทำสำเนามนุษย์” “เซลล์ต้นกำเนิด” ให้ชัดเจนขึ้น
      3.มีคณะกรรมการควบคุมการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ เรียกโดยย่อว่า “กคจพ.” ประกอบด้วย นายกแพทยสภา เป็นประธานกรรมการ ประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ เป็นรองประธานกรรมการ ประธานราชวิทยาลัยจิตแพทย์หรือผู้แทน ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้แทนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผู้แทนกระทรวงวัฒนธรรม ผู้แทนคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ ผู้แทนคณะกรรมการสตรีและครอบครัว เป็นกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนเจ็ดคนซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ที่ความรู้ความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์ในด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์จำนวนสองคน ด้านเวชพันธุศาสตร์จำนวนหนึ่งคน ด้านปรัชญาและจริยศาสตร์จำนวนหนึ่งคน ด้านกฎหมายจำนวนหนึ่งคน ด้านสิทธิเด็กจำนวนหนึ่งคน และด้านกิจการสตรีจำนวนหนึ่งคน โดยมีผู้อำนวยการกองการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นกรรมการและเลขานุการ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่งต้องเป็นสตรีไม่น้อยกว่าสามคน ให้ผู้อำนวยการกองการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ แต่งตั้งข้าราชการของกองการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ จำนวนไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ
      4.ผู้รับผิดชอบหรือผู้ให้บริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ตามพระราชบัญญัตินี้ จะต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ซึ่งมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่แพทยสภากำหนด และจะต้องรักษามาตรฐานในการให้บริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ให้เป็นไปตามข้อบังคับหรือประกาศที่แพทยสภากำหนด
      5.การดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทน จะต้องมีองค์ประกอบดังนี้
      - สามีภริยาที่ต้องการมีบุตรโดยให้หญิงอื่นซึ่งมิใช่ภริยาตั้งครรภ์แทน ต้องเป็นสามีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย
      - หญิงที่รับตั้งครรภ์แทนจะต้อง มิใช่ผู้บุพการีหรือผู้สืบสันดานของคู่สมรสนั้น
      - หญิงที่รับตั้งครรภ์แทนจะต้องเป็นหญิงที่เคยมีบุตรมาก่อนแล้วเท่านั้น ถ้าหญิงนั้นมีสามีจะต้อง
      ได้รับความยินยอมจากสามีของหญิงที่รับตั้งครรภ์แทนนั้นด้วย
      ให้ผู้ประสงค์จะให้มีการตั้งครรภ์แทน เสนอเรื่องขออนุญาตดำเนินการต่อคณะกรรมการ ซึ่งหากคณะกรรมการพิจารณาเห็นสมควรจะอนุญาตเป็นการเฉพาะรายก็ได้ คำสั่งของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด
      6. ในกรณีเด็กที่เกิดโดยการผสมเทียมหรือโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ซึ่งใช้เซลล์สืบพันธุ์จากผู้บริจาคเพื่อการปฏิสนธิ ไม่ว่าการปฏิสนธิจะเกิดขึ้นภายในหรือภายนอกร่างกาย ให้หญิงที่เป็นผู้ตั้งครรภ์เป็นมารดาโดยชอบด้วยกฎหมายของเด็กนั้น และให้สามีโดยชอบด้วยกฎหมายของหญิงผู้ตั้งครรภ์ ซึ่งได้ให้ความยินยอมให้มีการตั้งครรภ์นั้น เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของเด็กนั้น
      ชายหรือหญิงที่เป็นเจ้าของเซลล์สืบพันธุ์ที่นำมาใช้ปฏิสนธิเป็นตัวอ่อนเพื่อการตั้งครรภ์ ไม่มีสิทธิใดๆ ในตัวเด็กเว้นแต่จะเป็นหญิงผู้ตั้งครรภ์หรือสามีโดยชอบด้วยกฎหมายของหญิงผู้ตั้งครรภ์ซึ่งได้ให้ความยินยอมให้มีการตั้งครรภ์นั้นเอง
      7.การสร้าง เก็บรักษา วิจัย ใช้ประโยชน์ ทำลายหรือทำให้สิ้นสภาพการเป็นตัวอ่อน จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ แต่คณะกรรมการจะอนุญาตให้กระทำการเก็บรักษา วิจัย หรือใช้ประโยชน์จากตัวอ่อนที่มีอายุเกินกว่าสิบสี่วันหรือทารกไม่ได้ ทั้งนี้ อายุของตัวอ่อนไม่นับรวมระยะเวลาในการแช่แข็งตัวอ่อน
      8.ห้ามมิให้ผู้ใด ทำสำเนามนุษย์ นำตัวอ่อนใส่เข้าไปในสัตว์ นำตัวอ่อนของสัตว์ใส่เข้าไปในร่างกายของมนุษย์ ทำการสร้าง เก็บรักษา วิจัย ตัวอ่อนพันธุ์ผสม หรือตัวอ่อนที่มีสารพันธุกรรมของมนุษย์มากกว่าสองคนขึ้นไป
      นำตัวอ่อนตามวรรคหนึ่งหรือตัวอ่อนสำเนาพันธุ์ ใส่เข้าไปในสัตว์ หรือใส่เข้าไปในร่างกายของมนุษย์จำหน่าย มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย นำเข้ามาในหรือส่งออกไปยังนอกราชอาณาจักร ซึ่ง ตัวอ่อนพันธุ์ผสม กระทำการซื้อ ขาย เสนอซื้อ เสนอขาย นำเข้า หรือส่งออก ซึ่งเซลล์สืบพันธุ์ หรือเซลล์ต้นกำเนิดที่ได้จากการปฏิสนธิระหว่างไข่กับเชื้ออสุจิเพื่อผลประโยชน์ในทางการค้า
      9.ห้ามมิให้ผู้ที่มิใช่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม รับเป็นผู้ดำเนินการให้เกิดการผสมเทียม การปฏิสนธินอกร่างกาย หรือการสร้างเซลล์ต้นกำเนิดให้แก่ผู้อื่น
      10.พระราชบัญญัตินี้ผู้ใดกระทำการฝ่าฝืน มีทั้งโทษจำคุก ปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • "เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ " หมายความว่า กรรมวิธีใดๆ ทางการแพทย์ที่นำเซลล์สืบพันธุ์ออกจากร่างกายบุคคล เพื่อใช้ช่วยการตั้งครรภ์โดยไม่มีเพศสัมพันธ์ตามธรรมชาติ ท่านคิดว่าครอบคลุมหรือไม่
  • ร่างพระราชบัญญัตินี้ท่านคิดว่าเหมาะสมหรือไม่
    • มาตรา ๑
    • พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติการตั้งครรภ์โดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ทางการแพทย์ พ.ศ. .
    • มาตรา ๒
    • พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
    • มาตรา ๓
    • ในพระราชบัญญัตินี้
      เซลล์สืบพันธุ์ หมายความว่า เซลล์สืบพันธุ์ของมนุษย์ทั้งเพศหญิงและเพศชาย
      ไข่ หมายความว่า เซลล์สืบพันธุ์ของเพศหญิง
      เชื้ออสุจิ หมายความว่า เซลล์สืบพันธุ์ของเพศชาย
      "เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ " หมายความว่า กรรมวิธีใดๆ ทางการแพทย์ที่นำเซลล์สืบพันธุ์ออกจากร่างกายบุคคล เพื่อใช้ช่วยการตั้งครรภ์โดยไม่มีเพศสัมพันธ์ตามธรรมชาติ
      ตัวอ่อน หมายความว่า ตัวอ่อนของมนุษย์ตั้งแต่ปฏิสนธิแล้วไปจนถึงแปดสัปดาห์
      ทารก หมายความว่า ตัวอ่อนของมนุษย์ที่มีอายุเกินกว่าแปดสัปดาห์ ไม่ว่าอยู่ในหรือนอกครรภ์มารดา
      ตัวอ่อนสำเนาพันธุ์ หมายความว่า ตัวอ่อนมนุษย์ที่มิได้เกิดขึ้นจากการปฏิสนธิระหว่างไข่กับเชื้ออสุจิ
      ตัวอ่อนพันธุ์ผสม หมายความว่า ตัวอ่อนที่มีเซลล์หรือส่วนประกอบของเซลล์ของมนุษย์กับสิ่งมีชีวิต
      สายพันธุ์อื่นรวมกันอยู่
      การตั้งครรภ์แทน หมายความว่า การตั้งครรภ์โดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ โดยหญิงผู้ตั้งครรภ์มีเจตนาหรือข้อตกลงไว้ก่อนตั้งครรภ์ที่จะให้ทารกในครรภ์นั้นเป็นบุตรหรืออยู่ในอำนาจปกครองของผู้อื่น
      การผสมเทียม หมายความว่า การนำเชื้ออสุจิเข้าไปในอวัยวะสืบพันธุ์ภายในของหญิง เพื่อให้หญิงนั้นตั้งครรภ์ โดยไม่มีเพศสัมพันธ์ตามธรรมชาติ
      การปฏิสนธินอกร่างกาย หมายความว่า การนำเชื้ออสุจิและไข่ออกจากร่างกายของชายและหญิงมาทำให้เกิดการปฏิสนธิจนเป็นตัวอ่อน
      การทำสำเนามนุษย์ หมายความว่า การทำให้เกิดเด็กด้วยวิธีการใดๆ ที่มิได้เกิดขึ้นจากการปฏิสนธิระหว่างไข่กับเชื้ออสุจิ
      เซลล์ต้นกำเนิด หมายความว่า เซลล์ซึ่งสามารถเจริญเติบโตไปเป็นเซลล์อวัยวะใดอวัยวะหนึ่งของร่างกายมนุษย์ ไม่ว่าจะได้จากตัวอ่อนหรือเซลล์อื่นใด
      คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการควบคุมการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์
      รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
    • มาตรา ๔
    • ให้ศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเยาวชนและครอบครัวตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ในจังหวัดใดยังมิได้เปิดทำการศาลเยาวชนและครอบครัว หรือแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวขึ้นในศาลจังหวัด ให้ศาลจังหวัดมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี
    • มาตรา ๕
    • ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และออกระเบียบหรือประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ระเบียบหรือประกาศนั้นเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
    • มาตรา ๖
    • ให้มีคณะกรรมการควบคุมการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ เรียกโดยย่อว่า กคจพ. ประกอบด้วย นายกแพทยสภา เป็นประธานกรรมการ ประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ เป็นรองประธานกรรมการ ประธานราชวิทยาลัยจิตแพทย์หรือผู้แทน ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้แทนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผู้แทนกระทรวงวัฒนธรรม ผู้แทนคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ ผู้แทนคณะกรรมการสตรีและครอบครัว เป็นกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนเจ็ดคนซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ที่ความรู้ความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์ในด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์จำนวนสองคน ด้านเวชพันธุศาสตร์จำนวนหนึ่งคน ด้านปรัชญาและจริยศาสตร์จำนวนหนึ่งคน ด้านกฎหมายจำนวนหนึ่งคน ด้านสิทธิเด็กจำนวนหนึ่งคน และด้านกิจการสตรีจำนวนหนึ่งคน โดยมีผู้อำนวยการกองการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นกรรมการและเลขานุการ
      กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่งต้องเป็นสตรีไม่น้อยกว่าสามคน
      ให้ผู้อำนวยการกองการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ แต่งตั้งข้าราชการของกองการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ จำนวนไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ
    • มาตรา ๗
    • ให้คณะกรรมการ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
      (๑) เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีในการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์
      (๒) เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีเพื่อให้มีการปรับปรุงและพัฒนาการปฏิบัติราชการ หรือแผนงาน หรือ
      โครงการของส่วนราชการหรือองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินงานเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์
      (๓) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ขั้นตอนและเงื่อนไขในการยื่นคำขออนุญาตและการอนุญาตตามมาตรา
      ๑๘ และมาตรา ๒๗ และกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมในการดำเนินงานเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์
      (๔) พิจารณาอนุญาต รับรองหรือมีมติอื่นใดเกี่ยวกับการดำเนินงานเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ตามมาตรา ๑๘ และการสร้าง เก็บรักษา วิจัย หรือใช้ประโยชน์จากตัวอ่อนตามมาตรา ๒๗
      (๕) พิจารณาวินิจฉัยคำร้องที่เกี่ยวกับการดำเนินงานเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์
      (๖) วางระเบียบ ประกาศ ข้อบังคับ หรือข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินงานเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์
      ทางการแพทย์ การกำกับดูแล หรือเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
      (๗) รายงานผลการดำเนินงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ต่อรัฐมนตรีเป็นประจำปีละครั้ง
      (๘) ดำเนินการตามที่รัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
    • มาตรา ๘
    • ให้กองการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการ โดยให้มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
      (๑) ปฏิบัติงานธุรการทั่วไปของคณะกรรมการ
      (๒) ประสานงานและร่วมมือกับส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์
      (๓) เสนอแนวทางการพัฒนาระบบงานด้านการดำเนินงานเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์
      (๔) จัดทำทะเบียนกลางเกี่ยวกับหน่วยงานหรือองค์กรที่ดำเนินงานเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการ
      แพทย์ และผู้รับบริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์
      (๕) รวบรวมข้อมูล สารสนเทศ และศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการดำเนินงานเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์
      (๖) ปฏิบัติตามมติของคณะกรรมการ หรือตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
    • มาตรา ๙
    • กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการแต่งตั้งมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปีนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง
      กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้
    • มาตรา ๑๐
    • นอกจากการพ้นตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๙ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
      (๑) ตาย
      (๒) ลาออก
      (๓) เป็นบุคคลล้มละลาย
      (๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
      (๕) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุด เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
      (๖) รัฐมนตรีให้ออกเนื่องจากมีพฤติการณ์ที่ขัดต่อจริยธรรม ทั้งนี้โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
    • มาตรา ๑๑
    • ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติเช่นเดียวกันเป็นกรรมการแทน และให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทนนั้น
    • มาตรา ๑๒
    • ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิดำรงตำแหน่งครบวาระแล้ว แต่ยังมิได้มีการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่
    • มาตรา ๑๓
    • การประชุมคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุม
      ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม หากรองประธานไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
      การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนนถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
    • มาตรา๑๔
    • คณะกรรมการจะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อพิจารณาและเสนอความเห็นในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่คณะกรรมการมอบหมายก็ได้ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๓ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานโดยอนุโลม
    • มาตรา ๑๕
    • ผู้รับผิดชอบหรือผู้ให้บริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ตามพระราชบัญญัตินี้ จะต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ซึ่งมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่แพทยสภากำหนด และจะต้องรักษามาตรฐานในการให้บริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ให้เป็นไปตามข้อบังคับหรือประกาศที่แพทยสภากำหนด
    • มาตรา ๑๖
    • ก่อนเริ่มดำเนินการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ไม่ว่าด้วยวิธีใด ให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมทำการประเมินพร้อมทางด้านร่างกายและจิตใจของผู้ขอรับบริการและ ของผู้บริจาคเซลล์สืบพันธุ์ที่จะนำมาใช้ดำเนินการ เพื่อวินิจฉัยโรคตามหลักเกณฑ์ วิธีการ ขั้นตอน และเงื่อนไขที่แพทยสภากำหนด
    • มาตรา ๑๗
    • ในการดำเนินการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ผู้ให้บริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ อาจทำการตรวจวินิจฉัยโรคทางพันธุกรรมของตัวอ่อนที่จะนำมาใช้ดำเนินการได้ตามความจำเป็นและสมควร แต่ทั้งนี้จะต้องไม่เป็นการกระทำในลักษณะที่อาจทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นการเลือกเพศ
      หลักเกณฑ์ วิธีการ ขั้นตอน และเงื่อนไขในการตรวจวินิจฉัยให้เป็นไปตามที่แพทยสภากำหนด
    • มาตรา ๑๘
    • การดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนตามพระราชบัญญัตินี้ จะต้องมีองค์ประกอบดังนี้
      (๑) สามีภริยาที่ต้องการมีบุตรโดยให้หญิงอื่นซึ่งมิใช่ภริยาตั้งครรภ์แทน ต้องเป็นสามีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย
      (๒) หญิงที่รับตั้งครรภ์แทนจะต้องเป็นญาติกับคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้อง มิใช่ผู้บุพการีหรือผู้สืบสันดานของคู่สมรสนั้น
      (๓) หญิงที่รับตั้งครรภ์แทนจะต้องเป็นหญิงที่เคยมีบุตรมาก่อนแล้วเท่านั้น ถ้าหญิงนั้นมีสามีจะต้องได้รับความยินยอมจากสามีของหญิงที่รับตั้งครรภ์แทนนั้นด้วย
      ในกรณีที่ไม่เข้าองค์ประกอบตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ประสงค์จะให้มีการตั้งครรภ์แทนเสนอเรื่องขออนุญาตดำเนินการต่อคณะกรรมการ ซึ่งหากคณะกรรมการพิจารณาเห็นสมควรจะอนุญาตเป็นการเฉพาะรายก็ได้ คำสั่งของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด
      หลักเกณฑ์ วิธีการ ขั้นตอนและเงื่อนไขในการยื่นคำขอและการพิจารณาอนุญาตให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด แต่ทั้งนี้ เงื่อนไขในการอนุญาตดังกล่าวต้องคำนึงถึงความผาสุกและประโยชน์ของเด็กที่จะเกิดจากการรับตั้งครรภ์แทน หญิงที่รับตั้งครรภ์แทน และเด็กหรือบุคคลอื่นใดที่จะได้รับผลกระทบจากการรับตั้งครรภ์แทนนั้นเป็นสำคัญ
    • มาตรา ๑๙
    • ในการดำเนินการโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์เพื่อการตั้งครรภ์แทนต้องมิได้เป็นไปเพื่อความประสงค์แห่งการค้าหรือโดยการค้า
    • มาตรา ๒๐
    • ห้ามมิให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมกระทำการด้วยวิธีเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์เพื่อให้หญิงใดตั้งครรภ์ โดยรู้หรือมีเหตุอันควรรู้ว่า หญิงนั้นรับตั้งครรภ์แทนผู้อื่นเพื่อความประสงค์แห่งการค้าหรือโดยการค้า
    • มาตรา ๒๑
    • ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการเป็นคนกลาง นายหน้า โดยเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดในลักษณะที่เป็นการค้าหรือหากำไร เป็นการตอบแทนในการจัดการหรือชี้ช่อง ให้ มีการรับตั้งครรภ์แทน
    • มาตรา ๒๒
    • ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาหรือไขข่าวโดยประการใดๆ ว่ามีหญิงที่ประสงค์จะเป็นผู้รับตั้งครรภ์แทนผู้อื่น หรือมีบุคคลที่ประสงค์จะให้หญิงอื่นเป็นผู้รับตั้งครรภ์แทน ไม่ว่าจะได้กระทำเพื่อความประสงค์แห่งการค้าหรือโดยการค้าหรือไม่ก็ตาม
    • มาตรา ๒๓
    • ภายใต้บังคับของ มาตรา ๒๔ ในกรณีเด็กที่เกิดโดยการผสมเทียมหรือโดย อาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ซึ่งใช้เซลล์สืบพันธุ์จากผู้บริจาคเพื่อการปฏิสนธิ ไม่ว่าการปฏิสนธิจะเกิดขึ้นภายในหรือภายนอกร่างกาย ให้หญิงที่เป็นผู้ตั้งครรภ์เป็นมารดาโดยชอบด้วยกฎหมายของเด็กนั้น
      ให้สามีโดยชอบด้วยกฎหมายของหญิงผู้ตั้งครรภ์ ซึ่งได้ให้ความยินยอมให้มีการตั้งครรภ์นั้น เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของเด็กนั้น
      ชายหรือหญิงที่เป็นเจ้าของเซลล์สืบพันธุ์ที่นำมาใช้ปฏิสนธิเป็นตัวอ่อนเพื่อการตั้งครรภ์ ไม่มีสิทธิใดๆ ในตัวเด็ก เว้นแต่จะเป็นหญิงผู้ตั้งครรภ์หรือสามีโดยชอบด้วยกฎหมายของหญิงผู้ตั้งครรภ์ซึ่งได้ให้ความยินยอมให้มีการตั้งครรภ์นั้นเอง
    • มาตรา ๒๔
    • ในกรณีเด็กที่เกิดจากการตั้งครรภ์แทน ไม่ว่าจะใช้เซลล์สืบพันธุ์ของสามีภริยาที่ประสงค์จะให้มีการตั้งครรภ์แทนหรือของบุคคลอื่นก็ตาม ให้สามีภริยาซึ่งประสงค์ให้มีการตั้งครรภ์แทนเป็นบิดามารดาโดยชอบด้วยกฎหมายของเด็กนั้น แต่ต้องให้โอกาสเด็กได้รับน้ำนมจากหญิงผู้รับตั้งครรภ์แทนเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามเดือน
      ในกรณีที่เด็กได้รับการอุปการะเลี้ยงดูโดยมิชอบ หรือตกอยู่ในสภาวะยากลำบากตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก ให้ผู้รับตั้งครรภ์แทนมีอำนาจฟ้องหรือร้องขอเกี่ยวกับอำนาจปกครองเด็กที่เกิดจากการรับตั้งครรภ์แทนได้ โดยให้ศาลคำนึงถึงความผาสุกและประโยชน์ของเด็กนั้นเป็นสำคัญ
      ในกรณีที่เกิดข้อพิพาทในการเกี่ยงกันซึ่งหน้าที่ในการอุปการะเลี้ยงดูเด็กที่เกิดจากการตั้งครรภ์แทนระหว่างสามีภริยาที่ประสงค์ให้มีการตั้งครรภ์แทนกับหญิงที่เป็นผู้รับตั้งครรภ์แทน ให้ทั้งสองฝ่ายมีหน้าที่ในการอุปการะเลี้ยงดูเด็กร่วมกัน ทั้งนี้ หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งปฏิเสธไม่ยอมร่วมอุปการะเลี้ยงดูให้อีกฝ่ายหนึ่งร้องขอต่อศาลเพื่อมีคำสั่งให้ฝ่ายที่ปฏิเสธนั้นต้องร่วมอุปการะเลี้ยงดูเด็กด้วย แต่หากทั้งสองฝ่ายต่างปฏิเสธไม่ยอมร่วมกันอุปการะเลี้ยงดูเด็ก ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็กมีอำนาจในการร้องขอต่อศาลเพื่อมีคำสั่งให้ทั้งสองฝ่ายร่วมกันอุปการะเลี้ยงดู หรือดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็กได้
    • มาตรา ๒๕
    • ในกรณีที่การตั้งครรภ์แทนมิได้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในมาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง (๑) (๒) หรือ (๓)โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นการเฉพาะรายจากคณะกรรมการตามมาตรา ๑๘ วรรคสอง ให้หญิงผู้รับตั้งครรภ์แทน เป็นมารดาโดยชอบด้วยกฎหมายของเด็กนั้น
      ให้สามีโดยชอบด้วยกฎหมายของหญิงผู้รับตั้งครรภ์แทนเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของเด็ก เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่า ตนมิได้ให้ความยินยอมให้มีการตั้งครรภ์แทนนั้น
      ให้นำมาตรา ๒๓ วรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนุโลม
    • มาตรา ๒๖
    • ให้นำบทบัญญัติในบรรพ ๕ ลักษณะ ๒ และ ๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับโดยอนุโลมเพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งกฎหมายนี้
    • มาตรา ๒๗
    • การสร้าง เก็บรักษา วิจัย ใช้ประโยชน์ ทำลายหรือทำให้สิ้นสภาพการเป็น ตัวอ่อน จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ แต่คณะกรรมการจะอนุญาตให้กระทำการเก็บรักษา วิจัย หรือใช้ประโยชน์จากตัวอ่อนที่มีอายุเกินกว่าสิบสี่วันหรือทารกไม่ได้ ทั้งนี้ อายุของตัวอ่อนไม่นับรวมระยะเวลาในการแช่แข็งตัวอ่อน
      หลักเกณฑ์ วิธีการ ขั้นตอน และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด
    • มาตรา ๒๘
    • ห้ามมิให้สร้างตัวอ่อนที่เกิดจากการปฏิสนธิระหว่างไข่กับเชื้ออสุจิ ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์อื่น นอกเหนือจากการใช้ตัวอ่อนนั้นเพื่อบำบัดรักษาภาวะการมีบุตรยากของหญิงคนหนึ่งคนใดโดยเฉพาะ
    • มาตรา ๒๙
    • ห้ามมิให้ผู้ใดทำสำเนามนุษย์ ไม่ว่าจะกระทำโดยวิธีการใดๆ
    • มาตรา ๓๐
    • ห้ามมิให้ผู้ใดนำตัวอ่อนใส่เข้าไปในสัตว์ หรือนำตัวอ่อนของสัตว์ใส่เข้าไปในร่างกายของมนุษย์
    • มาตรา ๓๑
    • ห้ามมิให้ผู้ใดทำการสร้าง เก็บรักษา วิจัย หรือใช้ ตัวอ่อนพันธุ์ผสม หรือตัวอ่อนที่มีสารพันธุกรรมของมนุษย์มากกว่าสองคนขึ้นไป
      ห้ามมิให้ผู้ใดนำตัวอ่อนตามวรรคหนึ่งหรือตัวอ่อนสำเนาพันธุ์ ใส่เข้าไปในสัตว์ หรือใส่เข้าไปในร่างกายของมนุษย์
    • มาตรา ๓๒
    • ห้ามมิให้ผู้ใดจำหน่าย มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย นำเข้ามาในหรือส่งออกไปยังนอก
      ราชอาณาจักร ซึ่งตัวอ่อนพันธุ์ผสม
    • มาตรา ๓๓
    • ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการซื้อ ขาย เสนอซื้อ เสนอขาย นำเข้า หรือส่งออก ซึ่งเซลล์สืบพันธุ์ หรือที่ได้จากการปฏิสนธิระหว่างไข่กับเชื้ออสุจิ เพื่อผลประโยชน์ในทางการค้า
    • มาตรา ๓๔
    • ห้ามมิให้ผู้ใดทำการปฏิสนธินอกร่างกาย การสร้างหรือใช้เซลล์ต้นกำเนิดโดยไม่ได้รับความยินยอมจากบุคคลผู้เป็นแหล่งที่มาของเซลล์สืบพันธุ์หรือเซลล์ร่างกายที่นำมาใช้ในการนั้น
      ห้ามมิให้ผู้ใดทำการผสมเทียม หรือนำตัวอ่อนที่เกิดจากการปฏิสนธิระหว่างไข่กับเชื้ออสุจิเข้าไปในร่างกาย โดยไม่ได้รับความยินยอมจากหญิงและบุคคลผู้เป็นแหล่งที่มาของเชื้ออสุจิหรือไข่
      ในกรณีที่บุคคลผู้เป็นแหล่งที่มาของเซลล์สืบพันธุ์หรือเซลล์ร่างกายนั้นตายลง ห้ามมิให้นำเซลล์สืบพันธุ์หรือเซลล์ร่างกายนั้นมาใช้ดำเนินการ ไม่ว่าผู้นั้นจะได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนตายแล้วหรือไม่ก็ตาม เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ
    • มาตรา ๓๕
    • ห้ามมิให้ผู้ที่มิใช่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม รับเป็นผู้ดำเนินการให้เกิดการผสมเทียม การปฏิสนธินอกร่างกาย หรือการสร้างเซลล์ต้นกำเนิดให้แก่ผู้อื่น
    • มาตรา ๓๖
    • ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้ใดกระทำการฝ่าฝืนมาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ มาตรา ๑๙ หรือมาตรา ๒๐ ให้ถือว่าเป็นการกระทำผิดจริยธรรมทางการแพทย์ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
    • มาตรา ๓๗
    • ผู้ใดกระทำการฝ่าฝืนมาตรา ๒๑ มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ วรรคสอง หรือมาตรา ๓๕ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    • มาตรา ๓๘
    • ผู้ใดกระทำการฝ่าฝืนมาตรา ๒๒ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๓ หรือมาตรา ๓๔ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    • มาตรา ๓๙
    • ผู้ใดกระทำการฝ่าฝืนมาตรา ๒๙ หรือมาตรา ๓๐ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail