Facebook


ร่างพระราชบัญญัติการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย พ.ศ. ....(อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา) กำหนดรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่วันที่ 7-24 มิถุนายน 2560(Fax:022812904 Email:legal@alro.go.th)

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 1046 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

ร่าง

พระราชบัญญัติ

ว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย พ.ศ. ....

 

 

 

…………………………………………………………

 

..........................................................

 

..........................................................

 

 

โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

 พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

 

..................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

                  มาตรา 1  พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย พ.ศ. ....”

 

                  มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

                  มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้

                  “ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม” หมายความว่า ที่ดินในเขตดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่ยังไม่มีบุคคลใดได้รับอนุญาตจากสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้เช่า เช่าซื้อ เข้าทำประโยชน์ ให้ใช้ หรือให้ความยินยอม ตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมและระเบียบที่เกี่ยวข้อง 

                   “พื้นที่เป้าหมาย” หมายความว่า ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และมีขอบเขตปรากฏตามแผนที่แสดงตำแหน่งที่ดินที่ประกาศโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัตินี้ หรือที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินที่จัดให้แก่เกษตรกรตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมแล้ว บรรดาซึ่งมีหลักฐานเบื้องต้นเชื่อได้ว่าถูกครอบครองโดยบุคคลที่ไม่มีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมาย   

                   “ผู้ครอบครองที่ดิน” หมายความว่า บุคคลที่ครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมีเจตนายึดถือเพื่อตน ไม่ว่าจะครอบครองด้วยตนเอง หรือมีบุคคลอื่นหรือตัวแทนอำพรางเข้าครอบครองแทน และให้หมายรวมถึงบริวารของบุคคลดังกล่าวด้วย

                    “ตัวแทนอำพราง” หมายความว่า บุคคลที่มิใช่ผู้ครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่แท้จริงแต่แสดงตนเพื่อให้ผู้อื่นหรือ ส.ป.ก. เข้าใจว่าเป็นผู้ครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่แท้จริง 

                     “สิ่งปลูกสร้าง” หมายความว่า ทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดินในพื้นที่เป้าหมายที่มีลักษณะเป็นการถาวรหรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดินนั้น

                     “กฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม” หมายความว่า พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

                     “ส.ป.ก.” หมายความว่า สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

                      “ส.ป.ก.จังหวัด” หมายความว่า สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

                     “เจ้าพนักงานบังคับคดี” หมายความว่า เจ้าพนักงานในสังกัดกรมบังคับคดีหรือพนักงานอื่นผู้มีอำนาจบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ใช้อยู่ในอันที่จะปฏิบัติตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในภาค ๔ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และให้หมายความรวมถึงบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ปฏิบัติการแทน เพื่อให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

 

                    มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่กับออกประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้

 

 

หมวด ๑

 

บททั่วไป 

 

 

                  มาตรา ๕ ให้ ส.ป.ก. มีอำนาจกำหนดขอบเขตพื้นที่เป้าหมายกรณีที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โดยจัดทำขอบเขตพื้นที่เป้าหมายให้ปรากฏในแผนที่แสดงตำแหน่งที่ตั้งที่ดิน หรือวิธีการอื่นใด เพื่อให้บุคคลเข้าใจตำแหน่งที่ตั้งที่ดินได้พอสังเขป และแจ้งประกาศพื้นที่เป้าหมายให้ ส.ป.ก.จังหวัด ทราบ ทั้งนี้ ให้ ส.ป.ก. จัดทำแผนปฏิบัติการโดยคำนึงถึงความจำเป็นเร่งด่วนของสภาพปัญหาและความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ต้องการที่ดินทำกิน 

 

                  มาตรา ๖ ภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่ ส.ป.ก.จังหวัด ได้รับหนังสือกำหนดพื้นที่เป้าหมายจาก ส.ป.ก. ให้ ส.ป.ก.จังหวัด จัดทำประกาศแสดงรายละเอียดพื้นที่เป้าหมายกรณีที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดท้องที่ลงนามประกาศ และให้ ส.ป.ก.จังหวัด จัดส่งประกาศที่ลงนามนั้นไปยังที่ทำการปกครองอำเภอ องค์การบริหารส่วนตำบล และที่ทำการผู้ปกครองท้องที่เพื่อปิดประกาศ ณ ที่ทำการดังกล่าวภายใน ๗ วันนับแต่วันที่ผู้ว่าราชการจังหวัดลงนามให้ประชาชนทราบโดยทั่วกันต่อไป ทั้งนี้ รูปแบบประกาศให้เป็นไปตามที่ ส.ป.ก. กำหนด

 

                  มาตรา ๗ ให้ผู้ครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามมาตรา ๖ ยื่นพยานหลักฐานแสดงสิทธิการครอบครองที่ดินของตนตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือกฎหมายอื่น ต่อ ส.ป.ก.จังหวัด ภายใน ๓๐ วันนับแต่วันปิดประกาศ เพื่อทำการคัดค้านสิทธิในที่ดินของ ส.ป.ก. และให้ ส.ป.ก.จังหวัด ตรวจสอบสิทธิในที่ดินพื้นที่เป้าหมายตามคำคัดค้านให้แล้วเสร็จภายใน ๔๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับคำคัดค้าน ส่วนหลักเกณฑ์ วิธีการการพิสูจน์สิทธิในที่ดินให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด หากผลการตรวจสอบพบว่าผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมายที่คัดค้านมีสิทธิในพื้นที่เป้าหมายตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือกฎหมายอื่น ให้ ส.ป.ก.จังหวัด รายงานผลการตรวจสอบและพยานหลักฐานพร้อมความเห็นเสนอ ส.ป.ก. เพื่อยุติการดำเนินการในพื้นที่เป้าหมายตามขอบเขตเนื้อที่ที่พิจารณาแล้ว 

               หากผลการตรวจสอบตามวรรคหนึ่งปรากฏว่า ผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมายที่คัดค้านไม่มีสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือกฎหมายอื่นดีกว่าสิทธิในที่ดินของ ส.ป.ก. ให้ ส.ป.ก.จังหวัด มีหนังสือแจ้งให้ผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมายที่คัดค้านและบริวารออกจากที่ดินและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในบริเวณพื้นที่เป้าหมายภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ

               กรณีที่ผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมายที่คัดค้านไม่อาจดำเนินการได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคสาม ให้ผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมายที่คัดค้านยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาต่อ ส.ป.ก.จังหวัด ออกไปได้คราวละไม่เกิน ๓๐ วัน และขอขยายระยะเวลาได้ไม่เกิน ๒ ครั้ง

 

                มาตรา ๘ เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาคัดค้านประกาศต่อ ส.ป.ก.จังหวัด ตามมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง และไม่ปรากฏการคัดค้านจากผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมาย ให้ ส.ป.ก.จังหวัด แจ้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีใช้อำนาจปฏิบัติการให้เป็นไปตามหมวด ๒ แห่งพระราชบัญญัตินี้

 

  

หมวด ๒

 

การใช้อำนาจปฏิบัติการ

 

 

                  มาตรา ๙ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจร่วมกับ ส.ป.ก. หรือ ส.ป.ก.จังหวัด ดำเนินการติดตั้งป้ายประกาศแสดงกรรมสิทธิ์ของ ส.ป.ก. และจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินในพื้นที่เป้าหมายกรณีที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามมาตรา ๘ เพื่อให้ผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมายยื่นคำคัดค้านและแสดงสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือกฎหมายอื่นต่อ ส.ป.ก.จังหวัด ภายในกำหนด ๑๕ วัน นับแต่วันที่ติดตั้งป้ายประกาศนั้น 

               หากปรากฏผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมายประเภทที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมใช้สิทธิคัดค้านตามบทบัญญัตินี้ ให้ ส.ป.ก.จังหวัด ตรวจสอบสิทธิในที่ดินตามคำคัดค้านภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่ได้รับคำคัดค้าน และให้ดำเนินการตามมาตรา ๗ วรรคสอง วรรคสาม หรือวรรคสี่ แล้วแต่กรณี

 

               มาตรา ๑๐ หากผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมายไม่ออกจากที่ดินและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในบริเวณพื้นที่เป้าหมายภายในกำหนดเวลาตามมาตรา ๗ วรรคสาม หรือวรรคสี่ หรือภายในกำหนดเวลาตามมาตรา ๙ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๗ วรรคสาม หรือเมื่อสิ้นสุดระยะเวลายื่นคำคัดค้านตามมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง และไม่มีผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมายใช้สิทธิคัดค้านไม่ว่าจะปรากฏตัวผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมายหรือไม่ ให้ ส.ป.ก. หรือ ส.ป.ก.จังหวัด แจ้งเจ้าพนักงานบังคับคดี และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการยึดและครอบครองที่ดินบริเวณพื้นที่เป้าหมาย เพื่อนำที่ดินในพื้นที่เป้าหมายนั้นส่งมอบคืนให้แก่ ส.ป.ก. เพื่อดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และในการปฏิบัติการเพื่อยึดและครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมายให้เจ้าพนักงานบังคับคดีและ ส.ป.ก.จังหวัด มีอำนาจดำเนินการ ดังต่อไปนี้

              (๑)  สำรวจรังวัดพื้นที่เป้าหมาย และเข้าไปในเคหสถานหรือสถานที่ใด ๆ ในบริเวณพื้นที่เป้าหมาย เพื่อตรวจสอบการครอบครองและการใช้ประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน 

              (๒)  ออกคำสั่งเรียกให้บุคคลใดมารายงานตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือมาให้ถ้อยคำหรือส่งมอบเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบการครอบครองที่ดินพื้นที่เป้าหมาย

              (๓)  ยึด อายัด และรื้อถอนทรัพย์สินและสิ่งปลูกสร้างที่เป็นอุปสรรคขัดขวางต่อการดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในพื้นที่เป้าหมาย รวมถึงกระทำการอื่นเท่าที่จำเป็นเพื่อนำที่ดินในพื้นที่เป้าหมายมาดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

 

             มาตรา ๑๑ ให้นำความตามมาตรา ๑๐ มาใช้บังคับ เพื่อยึดและนำที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมส่งมอบคืนให้แก่ ส.ป.ก. โดยเร็วในพื้นที่กรณีดังต่อไปนี้

             (๑) ในพื้นที่เป้าหมายประเภทที่ดินที่จัดให้แก่เกษตรกรตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เมื่อได้ดำเนินการสั่งให้เกษตรกรผู้ได้รับการจัดที่ดินสิ้นสิทธิเข้าทำประโยชน์ และคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ยืนตามคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดแล้ว 

             (๒) ในพื้นที่ซึ่งได้มีบรรดาผลแห่งคำพิพากษาในคดีแพ่ง คดีอาญา และคดีปกครอง ที่ศาลยุติธรรมหรือศาลปกครองถึงที่สุดให้ขับไล่บุคคลออกจากที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรรม ไม่ว่าจะมีคำพิพากษาเกี่ยวกับค่าสินไหมทดแทนความเสียหายด้วยหรือไม่ก็ตาม และให้หมายรวมถึงการขับไล่บุคคล ใด ๆ ที่อยู่อาศัยในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามคำพิพากษาด้วย ทั้งนี้ บทบัญญัติแห่งมาตรานี้ไม่ตัดอำนาจเจ้าพนักงานบังคับคดีที่จะดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษาให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและกฎหมายอื่น

 

              มาตรา ๑๒ บรรดาสิ่งปลูกสร้างในบริเวณพื้นที่เป้าหมายนอกเหนือจากสิ่งปลูกสร้างที่เป็นอุปสรรคขัดขวางต่อการดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามมาตรา ๑๐ (๓) ให้ถือเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ส.ป.ก. เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์เพื่อใช้ในการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

 

             มาตรา ๑๓ บรรดาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ได้จากการดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ ส.ป.ก. จัดให้แก่เกษตรกรซึ่งไม่มีที่ดินเป็นของตนเองตามนโยบายจัดที่ทำกินให้ชุมชนของรัฐบาล เว้นแต่ผู้ถือครองที่ดินเป็นเกษตรกรและบุคคลในครอบครัวเดียวกันซึ่งได้เข้าครอบครองที่ดินโดยมีหลักฐานของทางราชการที่ได้ผ่านการพิสูจน์สิทธิตามมาตรา ๗ มาแล้ว หรือเกษตรกรซึ่งเป็นผู้สืบสันดานของผู้ถือครองที่ดินที่ได้ร่วมทำประโยชน์ในที่ดินนั้น อาจได้รับการจัดที่ดินไม่เกินห้าสิบไร่ เฉพาะส่วนของตน 

 

  

      หมวด ๓

 

ความรับผิดทางแพ่งและทางอาญา

 

                มาตรา ๑๔ หากได้มีการเสียค่าใช้จ่ายจากการปฏิบัติการตามมาตรา ๑๐ (๓) ให้ผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมายตามมาตรา ๑๐ หรือมาตรา ๑๑ (๑) หรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามมาตรา ๑๑ (๒)  ที่เป็นเหตุให้เจ้าพนักงานบังคับคดีและ ส.ป.ก.จังหวัด ต้องใช้อำนาจปฏิบัติการนั้น ๆ ชดใช้หรือออกค่าใช้จ่ายจากการปฏิบัติการดังกล่าวทั้งหมด                                                                                                                                                       หากผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมายตามมาตรา ๑๐ หรือมาตรา ๑๒ หรือมาตรา ๑๑ (๑) หรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามมาตรา ๑๑ (๒) แล้วแต่กรณี ไม่ชำระหนี้ตามวรรคก่อนภายในกำหนดระยะเวลาตามหนังสือแจ้งเตือนของ ส.ป.ก.จังหวัด ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจยึดหรืออายัดทรัพย์สินของบุคคลดังกล่าวออกขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ให้แก่ ส.ป.ก. ตามที่ส.ป.ก. หรือ ส.ป.ก.จังหวัดร้องขอ 

 

                มาตรา ๑๕ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๙ หรือมาตรา ๑๐ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

                มาตรา ๑๖ ให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

  

หมวด ๔

 

บทเฉพาะกาล

 

 

 

                 มาตรา ๑๗ ภายในระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ในพื้นที่ดังต่อไปนี้

 

                (๑) ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเนื้อที่ตั้งแต่ ๕๐๐ ไร่ขึ้นไป 

 

                (๒) ที่ดินตามมาตรา ๑๑ (๑) ที่มีเนื้อตั้งแต่ ๑๐๐ ไร่ขึ้นไป

 

                (๓) ที่ดินตามมาตรา ๑๑ (๒) ที่มีเนื้อที่ตั้งแต่ ๕๐๐ ไร่ ขึ้นไป 

                เมื่อได้ดำเนินการมาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๘ มาตรา ๙ แล้วแต่กรณี ให้ ส.ป.ก. ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อดำเนินการขอกำลังสนับสนุนและอุปกรณ์ที่จำเป็นจากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง หรือหลายหน่วยงาน แล้วแต่ความเหมาะสมของพื้นที่ เพื่อเข้าร่วมกับ ส.ป.ก.จังหวัด ใช้อำนาจปฏิบัติการและเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่แทนเจ้าพนักงานบังคับคดี ดำเนินการตามมาตรา ๙ และมาตรา ๑๐ โดยอนุโลม  โดยเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานดังต่อไปนี้ 

                 (๑) กองทัพภาค 

                 (๒) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร 

                 (๓) กองกำลังป้องกันชายแดนของกองทัพบก

                 (๔) กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค

 

                  มาตรา ๑๘ การดำเนินการตามมาตรา ๑๗ ให้นำมาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม 

 

 

 

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

 

...............................................       

 

 นายกรัฐมนตรี

 

ไอเท็มน่าสนใจ
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

    ให้มีกฎหมายว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย



                     สภาพปัญหาการดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่เสื่อมโทรมที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้กรมป่าไม้ส่งมอบนำไปดำเนินการปฏิรูปที่ดิน ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๖ นั้น ปัจจุบันยังมีแปลงที่ดินซึ่งยังมิได้ทำการสำรวจรังวัดเป็นจำนวนมาก โดยมีสาเหตุเนื่องมาจากผู้ถือครองที่ดินไม่ให้ความร่วมมือหรือไม่ยินยอมเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือมีการที่ครอบครองที่ดินเกินกว่าจำนวนเนื้อที่ตามกฎหมายปฏิรูปที่ดินกำหนด หรือกรณีบุคคลที่ไม่มีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายเข้าใช้ประโยชน์โดยอ้างสิทธิการซื้อที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินที่จัดให้แก่เกษตรกรแล้ว หรือมีการเปลี่ยนมือที่ดินที่จัดให้แก่เกษตรกรเพื่อถือครองที่ดินเป็นแปลงขนาดใหญ่ ซึ่งการตรวจสอบและดำเนินการกับผู้กระทำความผิดในแต่ละกรณีจะประสบปัญหาการปกปิดตัวตนผู้ถือครองที่ดินที่แท้จริง โดยความร่วมมือของเจ้าหน้าที่รัฐและผู้มีอิทธิพลในท้องที่ และแม้จะมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ขับไล่จำเลยผู้บุกรุกที่ดินของ ส.ป.ก. ออกจากที่ดินแล้วก็ตาม แต่กระบวนการบังคับคดีก็ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากมีการขัดขวางจากผู้มีอิทธิพลหรือกลุ่มผู้บุกรุก ซึ่งข้อเท็จจริงเหล่านี้เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการดำเนินการติดตามนำที่ดินของรัฐกลับมาจัดให้แก่เกษตรกรผู้ไร้ที่ดินทำกินตามนโยบายจัดที่ทำกินให้ชุมชนของรัฐบาลให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ ดังนั้น เพื่อให้การแก้ไขปัญหาผู้ถือครองที่ดินของรัฐโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและการบังคับคดีกับผู้ถือครองรายใหญ่ตามคำพิพากษา เพื่อนำไปจัดสรรให้แก่เกษตรกรผู้ไร้ที่ดินทำกินตามวัตถุประสงค์และทันต่อสถานการณ์ จึงจำเป็นต้องตราเป็นกฎหมายเฉพาะแยกต่างหากออกจากการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ทั้งนี้ เพื่อกำหนดมาตรการทางกฎหมายให้เจ้าหน้าที่ ใช้อำนาจทางปกครองปฏิบัติการเข้าสำรวจพื้นที่เป้าหมายตามพยานหลักฐานเบื้องต้น และเปิดโอกาสให้ผู้ถือครองที่ดินรายใหญ่ออกมาแสดงตน และนำพยานหลักฐานมาพิสูจน์ว่ามีสิทธิในที่ดินหรือไม่ หากผู้ถือครองที่ดินไม่ออกมาแสดงตน หรือพิสูจน์สิทธิแล้วไม่มีสิทธิในที่ดินดีกว่ารัฐ ให้เจ้าหน้าที่รัฐมีอำนาจในการยึดที่ดินมาดำเนินการจัดให้แก่ผู้ไร้ที่ดินทำกินต่อไป


                  ในการปฏิบัติทางปกครองตามร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวจะใช้บังคับในพื้นที่ ดังต่อไปนี้


    ๑. พื้นที่ซึ่งผู้ถือครองที่ดินไม่ให้ความร่วมมือหรือไม่ยินยอมเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือมีการครอบครองที่ดินเกินกว่าจำนวนเนื้อที่ตามที่กฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมกำหนด


    ๒. พื้นที่ซึ่งบุคคลที่ไม่มีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายเข้าใช้ประโยชน์โดยอ้างสิทธิการซื้อที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินที่จัดให้แก่เกษตรกรแล้ว หรือมีการเปลี่ยนมือที่ดินที่จัดให้แก่เกษตรกรเพื่อถือครองที่ดินเป็นแปลงขนาดใหญ่


    ๓. ที่ดินที่อยู่ในระหว่างการบังคับคดีตามผลแห่งคำพิพากษาถึงที่สุดให้ขับไล่บุคคลออกจากที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ในคดีแพ่ง คดีอาญา หรือคดีปกครอง


     



    • ความจำเป็นในการออกกฎหมาย
    •                       เนื่องจากการดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่เสื่อมโทรมที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ให้กรมป่าไม้ส่งมอบนำไปดำเนินการปฏิรูปที่ดิน ตั้งแต่ปี ๒๕๓๖ ยังมีแปลงที่ดินซึ่งยังมิได้ทำการสำรวจรังวัดโดยมีสาเหตุเนื่องมาจากผู้ถือครองที่ดินไม่ให้ความร่วมมือหรือไม่ยินยอมเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่ครอบครองที่ดินเกินกว่าจำนวนเนื้อที่ตามกฎหมายปฏิรูปที่ดิน หรือบุคคลที่ไม่มีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายมาทำการซื้อที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินที่จัดให้แก่เกษตรกรแล้วเพื่อถือครองที่ดินเป็นแปลงขนาดใหญ่ ซึ่งการตรวจสอบและดำเนินการกับผู้กระทำความผิดในแต่ละกรณีประสบปัญหาการปกปิดตัวตนผู้ถือครองที่ดินที่แท้จริงโดยความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้มีอิทธิพลในท้องที่ และยังมีกรณีที่ดินที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยผู้บุกรุกที่ดินของ ส.ป.ก.ออกจากที่ดินแล้ว แต่กระบวนการบังคับคดีไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากมีการขัดขวางจากผู้มีอิทธิพลหรือกลุ่มผู้บุกรุกอันเป็นอุปสรรคต่อ การติดตามนำที่ดินของรัฐไปดำเนินการจัดให้แก่เกษตรกรผู้ไร้ที่ดินทำกินตามนโยบายจัดที่ทำกินให้ชุมชนของรัฐบาลให้บรรลุวัตถุประสงค์ โดยการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้นต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนานไม่ทันต่อสถานการณ์  จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

  • สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย พ.ศ. ....
  • ร่าง


    พระราชบัญญัติ


    ว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย พ.ศ. ....


     


     


     


    …………………………………………………………


     


    ..........................................................


     


    ..........................................................


     


     


    โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย


     พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย


     


    ..................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................


                      มาตรา 1  พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย พ.ศ. ....”


     


                      มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป


     


                      มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้


                      “ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม” หมายความว่า ที่ดินในเขตดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่ยังไม่มีบุคคลใดได้รับอนุญาตจากสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้เช่า เช่าซื้อ เข้าทำประโยชน์ ให้ใช้ หรือให้ความยินยอม ตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมและระเบียบที่เกี่ยวข้อง 


                       “พื้นที่เป้าหมาย” หมายความว่า ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และมีขอบเขตปรากฏตามแผนที่แสดงตำแหน่งที่ดินที่ประกาศโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัตินี้ หรือที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินที่จัดให้แก่เกษตรกรตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมแล้ว บรรดาซึ่งมีหลักฐานเบื้องต้นเชื่อได้ว่าถูกครอบครองโดยบุคคลที่ไม่มีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมาย   


                       “ผู้ครอบครองที่ดิน” หมายความว่า บุคคลที่ครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมีเจตนายึดถือเพื่อตน ไม่ว่าจะครอบครองด้วยตนเอง หรือมีบุคคลอื่นหรือตัวแทนอำพรางเข้าครอบครองแทน และให้หมายรวมถึงบริวารของบุคคลดังกล่าวด้วย


                        “ตัวแทนอำพราง” หมายความว่า บุคคลที่มิใช่ผู้ครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่แท้จริงแต่แสดงตนเพื่อให้ผู้อื่นหรือ ส.ป.ก. เข้าใจว่าเป็นผู้ครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่แท้จริง 


                         “สิ่งปลูกสร้าง” หมายความว่า ทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดินในพื้นที่เป้าหมายที่มีลักษณะเป็นการถาวรหรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดินนั้น


                         “กฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม” หมายความว่า พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม


                         “ส.ป.ก.” หมายความว่า สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม


                          “ส.ป.ก.จังหวัด” หมายความว่า สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม


                         “เจ้าพนักงานบังคับคดี” หมายความว่า เจ้าพนักงานในสังกัดกรมบังคับคดีหรือพนักงานอื่นผู้มีอำนาจบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ใช้อยู่ในอันที่จะปฏิบัติตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในภาค ๔ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และให้หมายความรวมถึงบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ปฏิบัติการแทน เพื่อให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้


     


                        มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่กับออกประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้


     


     


    หมวด ๑


     


    บททั่วไป 


     


     


                      มาตรา ๕ ให้ ส.ป.ก. มีอำนาจกำหนดขอบเขตพื้นที่เป้าหมายกรณีที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โดยจัดทำขอบเขตพื้นที่เป้าหมายให้ปรากฏในแผนที่แสดงตำแหน่งที่ตั้งที่ดิน หรือวิธีการอื่นใด เพื่อให้บุคคลเข้าใจตำแหน่งที่ตั้งที่ดินได้พอสังเขป และแจ้งประกาศพื้นที่เป้าหมายให้ ส.ป.ก.จังหวัด ทราบ ทั้งนี้ ให้ ส.ป.ก. จัดทำแผนปฏิบัติการโดยคำนึงถึงความจำเป็นเร่งด่วนของสภาพปัญหาและความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ต้องการที่ดินทำกิน 


     


                      มาตรา ๖ ภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่ ส.ป.ก.จังหวัด ได้รับหนังสือกำหนดพื้นที่เป้าหมายจาก ส.ป.ก. ให้ ส.ป.ก.จังหวัด จัดทำประกาศแสดงรายละเอียดพื้นที่เป้าหมายกรณีที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดท้องที่ลงนามประกาศ และให้ ส.ป.ก.จังหวัด จัดส่งประกาศที่ลงนามนั้นไปยังที่ทำการปกครองอำเภอ องค์การบริหารส่วนตำบล และที่ทำการผู้ปกครองท้องที่เพื่อปิดประกาศ ณ ที่ทำการดังกล่าวภายใน ๗ วันนับแต่วันที่ผู้ว่าราชการจังหวัดลงนามให้ประชาชนทราบโดยทั่วกันต่อไป ทั้งนี้ รูปแบบประกาศให้เป็นไปตามที่ ส.ป.ก. กำหนด


     


                      มาตรา ๗ ให้ผู้ครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามมาตรา ๖ ยื่นพยานหลักฐานแสดงสิทธิการครอบครองที่ดินของตนตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือกฎหมายอื่น ต่อ ส.ป.ก.จังหวัด ภายใน ๓๐ วันนับแต่วันปิดประกาศ เพื่อทำการคัดค้านสิทธิในที่ดินของ ส.ป.ก. และให้ ส.ป.ก.จังหวัด ตรวจสอบสิทธิในที่ดินพื้นที่เป้าหมายตามคำคัดค้านให้แล้วเสร็จภายใน ๔๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับคำคัดค้าน ส่วนหลักเกณฑ์ วิธีการการพิสูจน์สิทธิในที่ดินให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด หากผลการตรวจสอบพบว่าผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมายที่คัดค้านมีสิทธิในพื้นที่เป้าหมายตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือกฎหมายอื่น ให้ ส.ป.ก.จังหวัด รายงานผลการตรวจสอบและพยานหลักฐานพร้อมความเห็นเสนอ ส.ป.ก. เพื่อยุติการดำเนินการในพื้นที่เป้าหมายตามขอบเขตเนื้อที่ที่พิจารณาแล้ว 


                   หากผลการตรวจสอบตามวรรคหนึ่งปรากฏว่า ผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมายที่คัดค้านไม่มีสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือกฎหมายอื่นดีกว่าสิทธิในที่ดินของ ส.ป.ก. ให้ ส.ป.ก.จังหวัด มีหนังสือแจ้งให้ผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมายที่คัดค้านและบริวารออกจากที่ดินและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในบริเวณพื้นที่เป้าหมายภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ


                   กรณีที่ผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมายที่คัดค้านไม่อาจดำเนินการได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคสาม ให้ผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมายที่คัดค้านยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาต่อ ส.ป.ก.จังหวัด ออกไปได้คราวละไม่เกิน ๓๐ วัน และขอขยายระยะเวลาได้ไม่เกิน ๒ ครั้ง


     


                    มาตรา ๘ เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาคัดค้านประกาศต่อ ส.ป.ก.จังหวัด ตามมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง และไม่ปรากฏการคัดค้านจากผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมาย ให้ ส.ป.ก.จังหวัด แจ้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีใช้อำนาจปฏิบัติการให้เป็นไปตามหมวด ๒ แห่งพระราชบัญญัตินี้


     


      


    หมวด ๒


     


    การใช้อำนาจปฏิบัติการ


     


     


                      มาตรา ๙ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจร่วมกับ ส.ป.ก. หรือ ส.ป.ก.จังหวัด ดำเนินการติดตั้งป้ายประกาศแสดงกรรมสิทธิ์ของ ส.ป.ก. และจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินในพื้นที่เป้าหมายกรณีที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามมาตรา ๘ เพื่อให้ผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมายยื่นคำคัดค้านและแสดงสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือกฎหมายอื่นต่อ ส.ป.ก.จังหวัด ภายในกำหนด ๑๕ วัน นับแต่วันที่ติดตั้งป้ายประกาศนั้น 


                   หากปรากฏผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมายประเภทที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมใช้สิทธิคัดค้านตามบทบัญญัตินี้ ให้ ส.ป.ก.จังหวัด ตรวจสอบสิทธิในที่ดินตามคำคัดค้านภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่ได้รับคำคัดค้าน และให้ดำเนินการตามมาตรา ๗ วรรคสอง วรรคสาม หรือวรรคสี่ แล้วแต่กรณี


     


                   มาตรา ๑๐ หากผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมายไม่ออกจากที่ดินและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในบริเวณพื้นที่เป้าหมายภายในกำหนดเวลาตามมาตรา ๗ วรรคสาม หรือวรรคสี่ หรือภายในกำหนดเวลาตามมาตรา ๙ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๗ วรรคสาม หรือเมื่อสิ้นสุดระยะเวลายื่นคำคัดค้านตามมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง และไม่มีผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมายใช้สิทธิคัดค้านไม่ว่าจะปรากฏตัวผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมายหรือไม่ ให้ ส.ป.ก. หรือ ส.ป.ก.จังหวัด แจ้งเจ้าพนักงานบังคับคดี และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการยึดและครอบครองที่ดินบริเวณพื้นที่เป้าหมาย เพื่อนำที่ดินในพื้นที่เป้าหมายนั้นส่งมอบคืนให้แก่ ส.ป.ก. เพื่อดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และในการปฏิบัติการเพื่อยึดและครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมายให้เจ้าพนักงานบังคับคดีและ ส.ป.ก.จังหวัด มีอำนาจดำเนินการ ดังต่อไปนี้


                  (๑)  สำรวจรังวัดพื้นที่เป้าหมาย และเข้าไปในเคหสถานหรือสถานที่ใด ๆ ในบริเวณพื้นที่เป้าหมาย เพื่อตรวจสอบการครอบครองและการใช้ประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน 


                  (๒)  ออกคำสั่งเรียกให้บุคคลใดมารายงานตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือมาให้ถ้อยคำหรือส่งมอบเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบการครอบครองที่ดินพื้นที่เป้าหมาย


                  (๓)  ยึด อายัด และรื้อถอนทรัพย์สินและสิ่งปลูกสร้างที่เป็นอุปสรรคขัดขวางต่อการดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในพื้นที่เป้าหมาย รวมถึงกระทำการอื่นเท่าที่จำเป็นเพื่อนำที่ดินในพื้นที่เป้าหมายมาดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม


     


                 มาตรา ๑๑ ให้นำความตามมาตรา ๑๐ มาใช้บังคับ เพื่อยึดและนำที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมส่งมอบคืนให้แก่ ส.ป.ก. โดยเร็วในพื้นที่กรณีดังต่อไปนี้


                 (๑) ในพื้นที่เป้าหมายประเภทที่ดินที่จัดให้แก่เกษตรกรตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เมื่อได้ดำเนินการสั่งให้เกษตรกรผู้ได้รับการจัดที่ดินสิ้นสิทธิเข้าทำประโยชน์ และคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ยืนตามคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดแล้ว 


                 (๒) ในพื้นที่ซึ่งได้มีบรรดาผลแห่งคำพิพากษาในคดีแพ่ง คดีอาญา และคดีปกครอง ที่ศาลยุติธรรมหรือศาลปกครองถึงที่สุดให้ขับไล่บุคคลออกจากที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรรม ไม่ว่าจะมีคำพิพากษาเกี่ยวกับค่าสินไหมทดแทนความเสียหายด้วยหรือไม่ก็ตาม และให้หมายรวมถึงการขับไล่บุคคล ใด ๆ ที่อยู่อาศัยในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามคำพิพากษาด้วย ทั้งนี้ บทบัญญัติแห่งมาตรานี้ไม่ตัดอำนาจเจ้าพนักงานบังคับคดีที่จะดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษาให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและกฎหมายอื่น


     


                  มาตรา ๑๒ บรรดาสิ่งปลูกสร้างในบริเวณพื้นที่เป้าหมายนอกเหนือจากสิ่งปลูกสร้างที่เป็นอุปสรรคขัดขวางต่อการดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามมาตรา ๑๐ (๓) ให้ถือเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ส.ป.ก. เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์เพื่อใช้ในการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม


     


                 มาตรา ๑๓ บรรดาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ได้จากการดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ ส.ป.ก. จัดให้แก่เกษตรกรซึ่งไม่มีที่ดินเป็นของตนเองตามนโยบายจัดที่ทำกินให้ชุมชนของรัฐบาล เว้นแต่ผู้ถือครองที่ดินเป็นเกษตรกรและบุคคลในครอบครัวเดียวกันซึ่งได้เข้าครอบครองที่ดินโดยมีหลักฐานของทางราชการที่ได้ผ่านการพิสูจน์สิทธิตามมาตรา ๗ มาแล้ว หรือเกษตรกรซึ่งเป็นผู้สืบสันดานของผู้ถือครองที่ดินที่ได้ร่วมทำประโยชน์ในที่ดินนั้น อาจได้รับการจัดที่ดินไม่เกินห้าสิบไร่ เฉพาะส่วนของตน 


     


      


          หมวด ๓


     


    ความรับผิดทางแพ่งและทางอาญา


     


                    มาตรา ๑๔ หากได้มีการเสียค่าใช้จ่ายจากการปฏิบัติการตามมาตรา ๑๐ (๓) ให้ผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมายตามมาตรา ๑๐ หรือมาตรา ๑๑ (๑) หรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามมาตรา ๑๑ (๒)  ที่เป็นเหตุให้เจ้าพนักงานบังคับคดีและ ส.ป.ก.จังหวัด ต้องใช้อำนาจปฏิบัติการนั้น ๆ ชดใช้หรือออกค่าใช้จ่ายจากการปฏิบัติการดังกล่าวทั้งหมด                                                                                                                                                       หากผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมายตามมาตรา ๑๐ หรือมาตรา ๑๒ หรือมาตรา ๑๑ (๑) หรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามมาตรา ๑๑ (๒) แล้วแต่กรณี ไม่ชำระหนี้ตามวรรคก่อนภายในกำหนดระยะเวลาตามหนังสือแจ้งเตือนของ ส.ป.ก.จังหวัด ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจยึดหรืออายัดทรัพย์สินของบุคคลดังกล่าวออกขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ให้แก่ ส.ป.ก. ตามที่ส.ป.ก. หรือ ส.ป.ก.จังหวัดร้องขอ 


     


                    มาตรา ๑๕ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๙ หรือมาตรา ๑๐ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


     


                    มาตรา ๑๖ ให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา


      


    หมวด ๔


     


    บทเฉพาะกาล


     


     


     


                     มาตรา ๑๗ ภายในระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ในพื้นที่ดังต่อไปนี้


     


                    (๑) ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเนื้อที่ตั้งแต่ ๕๐๐ ไร่ขึ้นไป 


     


                    (๒) ที่ดินตามมาตรา ๑๑ (๑) ที่มีเนื้อตั้งแต่ ๑๐๐ ไร่ขึ้นไป


     


                    (๓) ที่ดินตามมาตรา ๑๑ (๒) ที่มีเนื้อที่ตั้งแต่ ๕๐๐ ไร่ ขึ้นไป 


                    เมื่อได้ดำเนินการมาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๘ มาตรา ๙ แล้วแต่กรณี ให้ ส.ป.ก. ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อดำเนินการขอกำลังสนับสนุนและอุปกรณ์ที่จำเป็นจากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง หรือหลายหน่วยงาน แล้วแต่ความเหมาะสมของพื้นที่ เพื่อเข้าร่วมกับ ส.ป.ก.จังหวัด ใช้อำนาจปฏิบัติการและเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่แทนเจ้าพนักงานบังคับคดี ดำเนินการตามมาตรา ๙ และมาตรา ๑๐ โดยอนุโลม  โดยเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานดังต่อไปนี้ 


                     (๑) กองทัพภาค 


                     (๒) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร 


                     (๓) กองกำลังป้องกันชายแดนของกองทัพบก


                     (๔) กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค


     


                      มาตรา ๑๘ การดำเนินการตามมาตรา ๑๗ ให้นำมาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม 


     


     


     


     


    ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ


     


    ...............................................       


     


     นายกรัฐมนตรี


     

    ไม่มีรายละเอียดของร่างที่เกี่ยวข้อง
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail
         

     


37 ความคิดเห็น

  • ลิงค์ความคิดเห็น สุชิน วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย สุชิน

    เห็นด้วยกับมาตรา ๘ ที่บอกว่าเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาคัดค้านประกาศต่อ ส.ป.ก.จังหวัด ตามมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง และไม่ปรากฏการคัดค้านจากผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมาย ให้ ส.ป.ก.จังหวัด แจ้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีใช้อำนาจปฏิบัติการให้เป็นไปตามหมวด ๒ แห่งพระราชบัญญัตินี้ เพราะจะทำให้การทำงานรวดเร็วยิ่งขึ้น

  • ลิงค์ความคิดเห็น วิทยา วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย วิทยา

    เห็นด้วยกับมาตรา ๑๒ บรรดาสิ่งปลูกสร้างในบริเวณพื้นที่เป้าหมายนอกเหนือจากสิ่งปลูกสร้างที่เป็นอุปสรรคขัดขวางต่อการดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามมาตรา ๑๐ (๓) ให้ถือเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ส.ป.ก. เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์เพื่อใช้ในการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เพราะจะทำให้การทำงานง่ายขึ้น

  • ลิงค์ความคิดเห็น อรุณ วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย อรุณ

    เห็นด้วยให้มีร่างพรบ.ฉบับนี้ เพราะจะทำให้การแก้ไขปัญหาฯ มีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • ลิงค์ความคิดเห็น เต่าเต่า วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย เต่าเต่า

    มาตรา 3 พื้นที่เป้าหมาย มี 2 แบบ คือ 1 ยังไม่เข้าสู่กระบวนการ 2 จัดแล้วถูกครอบครองโดยบุคคลไม่มีสิทธิ
    แต่ มาตรา 5 มาตรา 6 ไม่กล่าวถึง พื้นที่จัดแล้วถูกครอบครองโดยไม่มีสิทธิ วิธีดำเนินการกับผู้ครอบครองโดยไม่มีสิทธิ

  • ลิงค์ความคิดเห็น ธีรญา วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย ธีรญา

    เป็นการแก้ไขปัญหาให้การดำเนินการสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • ลิงค์ความคิดเห็น nana วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย nana

    เห็นด้วยกับมาตรา 15 ที่มีบทกำหนดโทษจะทำให้การบังคับใช้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • ลิงค์ความคิดเห็น บัญชา วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย บัญชา

    เห็นด้วย เนื่องจากทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติมีแนวทางการปฏิบัติงานที่ชัดเจน

  • ลิงค์ความคิดเห็น kotchakorn28 วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย kotchakorn28

    เห็นด้วยกับมาตรา5 ที่ให้จัดทำแผนปฏิบัติการโดยคำนึงถึงความจำเป็นเร่งด่วนของสภาพปัญหาและความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ต้องการที่ดินทำกิน เพราะเป็นการให้ความสำคัญกับเกษตรกรผู้ไร้ที่ดิน เห็นด้วยกับข้อจำกัดสิทธิเกี่ยวกับจำนวนที่ดินต้องไม่เกินเนื้อที่ตามที่มาตรา 30 กำหนด เพื่อเป็นการกระจายสิทธิในที่ดินไปยังผู้ไร้ที่ดินทำกินอย่างทั่วถึง

  • ลิงค์ความคิดเห็น เสกสรร วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย เสกสรร

    เห็นด้วยกับมาตรา 9 ที่ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจร่วมกับ ส.ป.ก. หรือ ส.ป.ก.จังหวัด ดำเนินการติดตั้งป้ายประกาศแสดงกรรมสิทธิ์ของ ส.ป.ก.

  • ลิงค์ความคิดเห็น เสกสรร วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย เสกสรร

    เห็นด้วยกับมาตรา 9 mujให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจร่วมกับ ส.ป.ก. หรือ ส.ป.ก.จังหวัด ดำเนินการติดตั้งป้ายประกาศแสดงกรรมสิทธิ์ของ ส.ป.ก.