Facebook


ร่างพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....(อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา) กำหนดรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่วันที่ 6-24 มิถุนายน 2560 (Fax:022812904 Email:legal@alro.go.th)

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 17720 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

                                                                 ร่าง

                                                          พระราชบัญญัติ

                                การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ฉบับที่ ..)   พ.ศ. ....

 

                           ......................................................................

                           ........................................................................

                           ........................................................................

 

..........................................................................................................................................................

................................................................................

 

 

 โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518

มาตรา 1  พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....”

มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา  เป็นต้นไป

 มาตรา 3 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 9/1 แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518  

“มาตรา ๙/๑ รายได้ที่ ส.ป.ก. ได้รับจากการดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้

ให้นำส่งเข้าบัญชีตามมาตรา ๙ วรรคสอง 

การใช้จ่ายเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมมาตรา ๙ วรรคสาม   เพื่อการจ่ายค่าชดเชยการบุกเบิกก่นถางและการพัฒนาที่ดินตามมาตรา ๓๐ วรรคสาม การจ่ายค่าตอบแทนตามมาตรา ๓๙ และการใช้จ่ายอื่น ๆ ให้กระทำได้ ตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง”

มาตรา 4 ให้ยกเลิกความใน (4) ของมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดิน

เพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

 “(4) เงิน ดอกผล หรือผลประโยชน์ใด ๆ ที่ ส.ป.ก. ได้รับเกี่ยวกับการดำเนินการ ตามพระราชบัญญัตินี้”

มาตรา 5 ให้ยกเลิกความในมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา 14 ให้กรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งตามมาตรา 12 และมาตรา 13 มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี

        ในกรณีที่มีการแต่งตั้งกรรมการในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระ  อยู่ในตำแหน่ง ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งซ่อมนั้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้วนั้น

กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่ง อาจได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการอีกได้ แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน”

มาตรา 6 ให้ยกเลิกความในมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518

 มาตรา 7 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 29/1 แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518  

       “มาตรา 29/1 ในกรณีมีผู้ประสงค์จะขายที่ดินเพื่อเกษตรกรรมซึ่งมิได้อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน ให้ ส.ป.ก. มีอำนาจจัดซื้อที่ดินนั้น เพื่อนำมาดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ได้ และให้ถือเสมือนว่าเป็นที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยไม่ต้องดำเนินการกำหนดเขตที่ดินนั้นให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดินตามมาตรา 25”  

มาตรา 8 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 29/2 แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518  

       “มาตรา 29/2  ให้ ส.ป.ก. จำแนกการใช้ประโยชน์ที่ดินในที่ดินที่ได้มาตามพระราชบัญญัตินี้ โดยคำนึงถึงสัดส่วนของพื้นที่แต่ละเขต สภาพพื้นที่ ศักยภาพของดิน การใช้ประโยชน์  สภาพแวดล้อม วิถีชีวิตของชุมชน และการขยายตัวของชุมชนในอนาคต  โดยให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแห่งท้องที่ซึ่งเกี่ยวข้องมีส่วนร่วมพิจารณาเสนอความเห็นในการจำแนกด้วย ทั้งนี้ ให้จำแนกเป็นเขตพื้นที่ ดังต่อไปนี้

      (1) เขตพื้นที่ที่เหมาะสมกับการเกษตร

        (2) เขตพื้นที่ที่สงวนไว้เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันของชุมชน

      (3)  เขตพื้นที่เพื่อการอื่น นอกเหนือจาก (1) และ (2)

 หลักเกณฑ์ วิธีการจำแนก และเปลี่ยนแปลงเขตการใช้ประโยชน์ที่ดิน ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด” 

มาตรา 9 ให้ยกเลิกความในมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2532 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

 “มาตรา 30 บรรดาที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ ส.ป.ก.ได้มา ให้ ส.ป.ก. มีอำนาจจัดให้เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรได้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด  ทั้งนี้ ตามขนาดการถือครองในที่ดินดังกล่าว ต่อไปนี้

       (1) จำนวนที่ดินไม่เกินห้าสิบไร่ สำหรับเกษตรกรและบุคคลในครอบครัวเดียวกัน ซึ่งประกอบเกษตรกรรมอย่างอื่นนอกจากเกษตรกรรมเลี้ยงสัตว์ใหญ่ ตาม (2)

       (2) จำนวนที่ดินไม่เกินหนึ่งร้อยไร่ สำหรับเกษตรกรและบุคคลในครอบครัวเดียวกัน ซึ่งใช้ประกอบเกษตรกรรมเลี้ยงสัตว์ใหญ่ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกาศกำหนด

       (3) จำนวนที่ดินที่คณะกรรมการเห็นสมควร สำหรับสถาบันเกษตรกร    ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงประเภทและลักษณะการดำเนินงานของสถาบันเกษตรกรนั้น ๆ

ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ถ้าเป็นการจัดให้เกษตรกร และเป็นที่ดิน ที่คณะกรรมการกำหนดมิให้มีการโอนสิทธิในที่ดิน ก็ให้จัดให้เกษตรกรเช่า ในกรณีอื่นให้จัดให้เกษตรกรเช่าหรือเช่าซื้อตามที่เกษตรกรแสดงความจำนง  ถ้าเป็นการจัดให้สถาบันเกษตรกรให้จัดให้สถาบันเกษตรกรเช่า

ในกรณีที่ดินที่ ส.ป.ก.ได้มา เป็นที่ดินของรัฐและยังมิได้มีการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน ถ้าเป็นการจัดให้แก่เกษตรกร ให้จัดให้เกษตรกรเข้าทำประโยชน์ในที่ดินนั้น  

บรรดาที่ดินที่ ส.ป.ก. ได้มา ถ้าเป็นที่ดินของรัฐและมีเกษตรกรถือครองอยู่แล้ว  เกินจำนวนที่กำหนดในวรรคหนึ่งก่อนเวลาที่คณะกรรมการกำหนด  เมื่อเกษตรกรดังกล่าวยื่นคำร้องและยินยอมชำระค่าเช่าหรือค่าชดเชยที่ดินในอัตราหรือจำนวนที่เพิ่มขึ้นตามที่คณะกรรมการกำหนด สำหรับที่ดินส่วนที่เกินตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการจัดที่ดินให้เกษตรกรเช่าหรือจัดให้แล้วแต่กรณี ตามจำนวนที่เกษตรกรถือครองได้ แต่เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกินหนึ่งร้อยไร่ ในการกำหนดอัตราค่าเช่าหรือค่าชดเชยที่ดินดังกล่าว ต้องคำนึงถึงระยะเวลาและวิธีการที่เกษตรกรได้ที่ดินนั้นมา ความสามารถในการทำประโยชน์ ประเภทของเกษตรกรรม และการทำประโยชน์ที่ได้ทำไว้แล้วในที่ดินนั้น

ในการจัดที่ดินให้เกษตรกรตามวรรคสี่ ถ้าเกษตรกรได้เข้าครอบครองที่ดินดังกล่าวก่อน พ.ศ. 2510 ให้เรียกเก็บเฉพาะค่าธรรมเนียมในการโอนและรังวัด และค่าปรับปรุงพัฒนาที่ดินที่ ส.ป.ก. ดำเนินการให้ ตามจำนวนที่คณะกรรมการกำหนด เฉพาะส่วนที่ไม่เกินห้าสิบไร่ 

นอกจากการจัดที่ดินให้แก่เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกร ตาม (1) (2) และ (3) แล้ว ให้ ส.ป.ก. มีอำนาจอนุญาตให้ทบวงการเมือง องค์การของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ ใช้ที่ดินเพื่อประโยชน์สาธารณะ รวมถึงอนุญาตให้บุคคลใดใช้ประโยชน์ในที่ดินที่ได้จำแนกไว้ตามมาตรา 29/2 (3) หรืออสังหาริมทรัพย์ในที่ดินดังกล่าว โดยเรียกเก็บค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ในที่ดิน เพื่อนำเงินเข้ากองทุน  การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้ ส่วนหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาตหรือการให้ผู้ได้รับอนุญาตถือปฏิบัติ ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

การจัดที่ดินให้เช่าหรือเช่าซื้อตามมาตรานี้ ไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมการเช่าหรือเช่าซื้อ  และสิทธิการเช่า เช่าซื้อ หรือเข้าทำประโยชน์ตามมาตรานี้จะโอนแก่กันได้หรือตกทอดทางมรดกได้ เฉพาะตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด”

มาตรา 10 ให้ยกเลิกความในมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518

มาตรา 11 ให้ยกเลิกความในมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

 “มาตรา 38  ถ้า ส.ป.ก. และคู่สัญญา เกี่ยวข้องในกิจการใดที่กฎหมายกำหนดให้จดทะเบียนในอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ในการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ให้ ส.ป.ก. และคู่สัญญา ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนนั้น” 

 มาตรา 12 ให้ยกเลิกความในมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

 “มาตรา 39 ที่ดินที่บุคคลได้รับสิทธิเป็นโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการ ทำประโยชน์จากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จะทำการแบ่งแยก หรือโอนสิทธิในที่ดินนั้นไปยังผู้อื่นมิได้   เว้นแต่เป็นการโอนหรือตกทอดทางมรดกแก่ทายาทโดยธรรม หรือโอนไปยัง ส.ป.ก. เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือโอนให้แก่ทบวงการเมือง องค์การของรัฐบาล หรือรัฐวิสาหกิจ ทั้งนี้  ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนด ในกฎกระทรวง

                ทายาทโดยธรรมผู้รับมรดกหรือทายาทผู้รับโอนที่ดินดังกล่าว จะต้องเป็นผู้ไม่มีที่ดินเป็นของตนเองและบุคคลในครอบครัวเดียวกัน หรือมีที่ดินเป็นของตนเองและบุคคลในครอบครัวเดียวกัน แต่เมื่อรวมกับที่ดินที่รับมรดกหรือรับโอนแล้ว จะต้องไม่เกินกว่าเนื้อที่ตามที่มาตรา 30 กำหนด

ในกรณีที่ทายาทโดยธรรมตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง มีที่ดินของตนเองและบุคคลในครอบครัวเดียวกันอยู่ก่อน เมื่อรวมกับที่ดินที่รับโอนหรือรับมรดกแล้วมีเนื้อที่เกินกว่ามาตรา 30 กำหนด ให้ผู้นั้นจำหน่ายที่ดินส่วนที่เกินให้กับ ส.ป.ก. ภายในหนึ่งปี นับแต่วันที่ได้รับที่ดินนั้นมา ถ้าไม่จำหน่ายภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ ส.ป.ก. มีอำนาจเวนคืนที่ดินส่วนที่เกินนั้นเพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมต่อไป

ข้อจำกัดสิทธิเกี่ยวกับจำนวนที่ดินต้องไม่เกินเนื้อที่ตามที่มาตรา 30 กำหนด และให้มีผลผูกพันทายาทโดยธรรมผู้รับโอนสิทธิและรับมรดกสิทธิทุกรายด้วย”

มาตรา 13 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 39/1 แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518  

          “มาตรา 39/1 บุคคลที่ได้รับสิทธิตามมาตรา 39 จะต้องใช้ประโยชน์ในที่ดินตามวัตถุประสงค์ที่ได้รับการจัด  การใช้ที่ดินเพื่อประโยชน์อย่างอื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ได้รับการจัด หรือทำการปลูกสร้างสิ่งใด ๆ หรือทำการใด ๆ แก่ที่ดินนั้น อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จะต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากคณะกรรมการหรือผู้ซึ่งคณะกรรมการมอบหมาย

ในกรณีที่มีผู้ฝ่าฝืนความในวรรคหนึ่ง คณะกรรมการหรือผู้ซึ่งคณะกรรมการมอบหมาย มีอำนาจสั่งให้ผู้ฝ่าฝืน รื้อถอน ทำให้ที่ดินคืนสู่สภาพเดิม หรืองดเว้นการกระทำนั้นภายในระยะเวลาที่กำหนด  ถ้าผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม เมื่อได้ติดประกาศคำสั่งไว้  ณ บริเวณนั้น และที่ทำการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน และไม่มีการปฏิบัติตามคำสั่งนั้น ให้ผู้ซึ่งคณะกรรมการมอบหมาย ดำเนินการรื้อถอนหรือทำให้ที่ดินคืนสู่สภาพเดิม โดยผู้ฝ่าฝืนจะเรียกร้องค่าเสียหายมิได้ และต้องเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนหรือทำให้ที่ดินคืนสู่สภาพเดิมนั้นด้วย”

มาตรา 14 ให้ยกเลิกความในมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518

มาตรา 15 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

 

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

...............................................

นายกรัฐมนตรี

 

ไอเท็มน่าสนใจ
ดาวน์โหลดไฟล์แนบ:
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

    บันทึกหลักการและเหตุผล


    ประกอบร่างพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ฉบับที่ ..) 


    พ.ศ. ....


     


    หลักการ


    แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ดังต่อไปนี้


     (1) เพิ่มให้ครอบคลุมรายได้ทุกประเภทที่เกิดจากการดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ทั้งหมด และให้ ส.ป.ก. มีอำนาจนำเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมมาจ่ายเป็นค่าชดเชยที่ดิน ส.ป.ก.4-01 ค่าตอบแทนที่ดินที่เกษตรกรได้รับกรรมสิทธิ์และใช้จ่ายอื่นได้ (เพิ่มมาตรา 9/1 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง ) 


     (2) แก้ไขเพิ่มเติมที่มาของรายได้ที่ ส.ป.ก. ได้รับ ให้ครอบคลุมทุกประเภท (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 10 (4) ) 


    (3) แก้ไขเพิ่มเติมวาระของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนเกษตรกร (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 14 วรรคหนึ่ง และวรรคสาม) 


    (4) ยกเลิกการห้ามจำหน่ายหรือก่อให้เกิดภาระติดพันใด ๆ ในที่ดิน (ยกเลิกมาตรา 28) 


    (5) เพิ่มให้ ส.ป.ก. มีอำนาจจัดซื้อที่ดินนอกเขตปฏิรูปที่ดินได้ (เพิ่มมาตรา 29/1)


    (6) เพิ่มให้ ส.ป.ก. มีอำนาจจำแนกการใช้ประโยชน์ในที่ดิน (เพิ่มมาตรา 29/2)


    (7) เพิ่มวิธีการจัดที่ดินของรัฐให้สอดรับกับนิยามคำว่า “การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม” และแก้ไขเพิ่มเติมถ้อยคำให้สอดรับกับวรรคสามที่เพิ่มขึ้นมา (เพิ่มมาตรา 30 วรรคสาม และแก้ไขเพิ่มเติมวรรคสี่และวรรคหก)  


    (8) แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจให้ ส.ป.ก. สามารถบริหารจัดการที่ดินที่ได้มาตามพระราชบัญญัตินี้ทั้งหมด (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 30 วรรคห้า )  


    (9) ยกเลิกการแจ้งการครอบครองที่ดิน (ยกเลิกมาตรา 33) 


    (10) แก้ไขเพิ่มเติมการยกเว้นค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมให้กับคู่สัญญาของ ส.ป.ก. (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 38)  


    (11) แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การโอนสิทธิและตกทอดทางมรดกสิทธิในที่ดินที่เกษตรกรได้รับกรรมสิทธิ์ และกำหนดให้มีการควบคุมขนาดเนื้อที่การถือครองที่ดินดังกล่าว (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 39 วรรคหนึ่ง เพิ่มวรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่) 


    (12) เพิ่มให้มีการควบคุมการใช้ประโยชน์ในที่ดินเกษตรกรได้รับกรรมสิทธิ์ (เพิ่มมาตรา 39/1 )


    (13) ยกเลิกบทกำหนดโทษ กรณีไม่แจ้งการครอบครองที่ดินตามมาตรา 33 (ยกเลิกมาตรา 48) 


            



    ปัญหาและสาเหตุฯ


    การปฏิบัติงานของ ส.ป.ก.ขาดความคล่องตัวและไม่ประสบผลสำเร็จในการดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเท่าที่ควร ในเรื่องการใช้จ่ายเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม การจัดซื้อจัดหาที่ดินและการจัดที่ดิน การโอนและตกทอดมรดกสิทธิในที่ดิน รวมถึงการควบคุมขนาดเนื้อที่และการใช้ประโยชน์ในที่ดิน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้สามารถนำเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมมาใช้จ่ายช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากจน และให้ ส.ป.ก. มีอำนาจบริหารจัดการที่ดินที่ได้มาตามพระราชบัญญัตินี้ทั้งหมด เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากรที่ดินและสอดคล้องกับวิถีชีวิตของเกษตรกรที่เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนและเกษตรกรกระทำผิดกฎหมายปฏิรูปที่ดินน้อยลงและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น  


     


     



    • เหตุผลความจำเป็นในการเสนอร่างพระราชบัญญัติ
    •  


      พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2519 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2532 มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โดยการนำที่ดินของรัฐหรือที่ดินที่รัฐจัดซื้อมาจัดให้กับผู้ไร้ที่ดินทำกินหรือมีที่ดินเพียงเล็กน้อยไม่เพียงพอแก่การครองชีพเพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งได้ใช้บังคับมาเป็นระยะเวลานาน ทำให้มีบทบัญญัติหลายประการไม่ชัดเจน ไม่ทันสมัยและเป็นปัญหาอุปสรรคต่อการดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ในเรื่องวัตถุประสงค์และการใช้จ่ายเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมและขอบเขตการจัดที่ดินยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ การโอนสิทธิและตกทอดทางมรดกสิทธิในที่ดินเขตปฏิรูปที่ดินไม่สอดคล้องกับกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การจัดซื้อที่ดินเกิดความล่าช้า และไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ไร้ที่ดินทำกิน รวมทั้งที่ดินของรัฐที่ได้รับมาดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมมีการใช้ประโยชน์ในที่ดินหลากหลายนอกเหนือจากการใช้ที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมอยู่แล้ว หรือมีสภาพที่ดินไม่เหมาะสมต่อการประกอบเกษตรกรรม ประกอบกับปัจจุบันเกษตรกรและชุมชนมีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ มีการขยายตัวของชุมชนเมือง ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ในที่ดินจากเกษตรกรรมไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นตามวิถีชีวิตของชุมชนเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว ส่งผลให้ ส.ป.ก. ไม่สามารถบริหารจัดการที่ดินได้ทั้งหมดเพราะมีข้อจำกัดของอำนาจตามกฎหมาย จึงจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์และการใช้จ่ายเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เพื่อให้มีความชัดเจนในการนำเงินกองทุนมาจ่ายเป็นค่าชดเชยการบุกเบิกก่นถางที่ดินและการสูญเสียโอกาสทำกินในที่ดินให้แก่เกษตรกรผู้ได้รับหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) และจ่ายเป็นค่าตอบแทนในที่ดินกรรมสิทธิ์ในการขอคืนให้แก่ ส.ป.ก. ปรับถ้อยคำให้สอดรับกับรายได้ทุกประเภทที่ ส.ป.ก. ได้รับจากการปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัตินี้ แก้ไขวาระของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนเกษตรกร เพิ่มเติมอำนาจให้ ส.ป.ก. สามารถบริหารจัดการที่ดินที่ได้มาตามพระราชบัญญัตินี้ได้อย่างครบถ้วนและเหมาะสมกับสภาพข้อเท็จจริงของที่ดิน ไม่ว่าที่ดินนั้นจะไม่เหมาะสมกับการเกษตรกรรมหรือเป็นเขตชุมชนก็ตาม ปรับปรุงการยกเว้นค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมให้กับคู่สัญญาของ  ส.ป.ก. เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เจ้าของที่ดินขายที่ดินให้กับ ส.ป.ก. มากขึ้น ปรับปรุงหลักเกณฑ์การโอนสิทธิและตกทอดทางมรดกสิทธิในที่ดินที่เกษตรกรได้รับกรรมสิทธิ์ให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพิ่มเติมให้ ส.ป.ก. มีอำนาจจัดซื้อที่ดินนอกเขตปฏิรูปที่ดินได้ และกำหนดให้ ส.ป.ก. มีอำนาจจำแนกการใช้ประโยชน์ในที่ดินตามความเหมาะสมของสภาพพื้นที่และศักยภาพของที่ดิน เพื่อให้การใช้ทรัพยากรที่ดินเกิดความคุ้มค่าสูงสุดและสอดคล้องกับวิถีชีวิตของเกษตรกรที่เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์  ปรับปรุงวิธีการจัดที่ดินของรัฐให้ชัดเจน  กำหนดให้มีการควบคุมขนาดเนื้อที่การถือครองที่ดินที่เกษตรกรได้รับกรรมสิทธิ์และควบคุมการใช้ประโยชน์  ในที่ดินดังกล่าว เพื่อคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรมและให้มีการกระจายสิทธิการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม ยกเลิกการห้ามจำหน่ายหรือก่อให้เกิดภาระติดพันใด ๆ การแจ้งการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน รวมทั้งบทกำหนดโทษ กรณีไม่กระทำตามหรือฝ่าฝืนบทบัญญัติดังกล่าว และได้ปรับปรุงบทบัญญัติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับการปรับปรุงบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้


       

  • สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ
  •  


    (1) เพิ่มให้ครอบคลุมรายได้ทุกประเภทที่เกิดจากการดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ทั้งหมด  และให้ ส.ป.ก. มีอำนาจนำเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมมาจ่ายเป็นค่าชดเชยที่ดิน ส.ป.ก.4-01 ค่าตอบแทนที่ดินที่เกษตรกรได้รับกรรมสิทธิ์และใช้จ่ายอื่น ๆ ได้ (เพิ่มมาตรา 9/1 วรรคหนึ่งและวรรคสอง)


    (2) แก้ไขเพิ่มเติมที่มาของรายได้ที่ ส.ป.ก. ได้รับ ให้ครอบคลุมทุกประเภท (แก้ไขเพิ่มเติม  มาตรา 10 (4) 


    (3) แก้ไขเพิ่มเติมวาระของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนเกษตรกร (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 14 วรรคหนึ่ง และวรรคสาม) 


    (4) ยกเลิกการห้ามจำหน่ายหรือก่อให้เกิดภาระติดพันใด ๆ ในที่ดิน (ยกเลิกมาตรา 28) 


    (5) เพิ่มให้ ส.ป.ก. มีอำนาจจัดซื้อที่ดินนอกเขตปฏิรูปที่ดินได้ (เพิ่มมาตรา 29/1)


    (6) เพิ่มให้ ส.ป.ก. มีอำนาจจำแนกการใช้ประโยชน์ในที่ดิน (เพิ่มมาตรา 29/2)


    (7) เพิ่มวิธีการจัดที่ดินของรัฐให้สอดรับกับนิยามคำว่า “การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม” และแก้ไขเพิ่มเติมถ้อยคำให้สอดรับกับวรรคสามที่เพิ่มขึ้นมา (เพิ่มมาตรา 30 วรรคสาม และแก้ไขเพิ่มเติมวรรคสี่     และวรรคหก)  


    (8) แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจให้ ส.ป.ก. สามารถบริหารจัดการที่ดินที่ได้มาตามพระราชบัญญัตินี้ทั้งหมด  (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 30 วรรคห้า )  


    (9) ยกเลิกการแจ้งการครอบครองที่ดิน (ยกเลิกมาตรา 33) 


    (10) แก้ไขเพิ่มเติมการยกเว้นค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมให้กับคู่สัญญาของ ส.ป.ก. (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 38)  


    (11) แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การโอนสิทธิและตกทอดทางมรดกสิทธิในที่ดินที่เกษตรกรได้รับกรรมสิทธิ์ และกำหนดให้มีการควบคุมขนาดเนื้อที่การถือครองที่ดินดังกล่าว (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 39 วรรคหนึ่ง เพิ่มวรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่) 


    (12) เพิ่มให้มีการควบคุมการใช้ประโยชน์ในที่ดินเกษตรกรได้รับกรรมสิทธิ์ (เพิ่มมาตรา 39/1 )


    (13) ยกเลิกบทกำหนดโทษ กรณีไม่แจ้งการครอบครองที่ดินตามมาตรา 33 (ยกเลิกมาตรา 48) 

    ไม่มีรายละเอียดของร่างที่เกี่ยวข้อง
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail
         

     


20 ความคิดเห็น

  • ลิงค์ความคิดเห็น อรุณ วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย อรุณ

    เห็นด้วยกับมาตรา 39 วรรคสอง ที่กล่าวว่าทายาทโดยธรรมผู้รับมรดกหรือทายาทผู้รับโอนที่ดินดังกล่าว จะต้องเป็นผู้ไม่มีที่ดินเป็นของตนเองและบุคคลในครอบครัวเดียวกัน หรือมีที่ดินเป็นของตนเองและบุคคลในครอบครัวเดียวกัน แต่เมื่อรวมกับที่ดินที่รับมรดกหรือรับโอนแล้ว จะต้องไม่เกินกว่าเนื้อที่ตามที่มาตรา 30 กำหนด เพราะเป็นการกระจายการใช้ที่ดินอย่างทั่วถึงและเหมาะสม ไม่มากหรือน้อยไป

  • ลิงค์ความคิดเห็น บัญชา วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย บัญชา

    เป็นการแก้ไขปัญหาของ สปก ที่สะสมมาเป็นเวลานาน/ ลดภาระการทำงานของเจ้าหน้าที่/ที่ดินสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ลิงค์ความคิดเห็น kotchakorn28 วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย kotchakorn28

    เห็นด้วยกับมาตรา 39/1 ซึ่งบุคคลที่ได้รับสิทธิตามมาตรา 39 จะต้องใช้ประโยชน์ในที่ดินตามวัตถุประสงค์ที่ได้รับการจัด การใช้ที่ดินเพื่อประโยชน์อย่างอื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ได้รับการจัด หรือทำการปลูกสร้างสิ่งใด ๆ หรือทำการใด ๆ แก่ที่ดินนั้น อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จะต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากคณะกรรมการหรือผู้ซึ่งคณะกรรมการมอบหมาย เพราะจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้ที่ดินอย่างถูกต้องและไม่เกิดความเสียหายใดๆ
    และเห็นด้วยกับร่างพรบ.นี้ทั้งฉบับเพราะเป็นการปรับปรุงวิธีการจัดที่ดินของรัฐให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

  • ลิงค์ความคิดเห็น เสกสรร วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย เสกสรร

    เห็นด้วยกับมาตรา 39/1 บุคคลที่ได้รับสิทธิตามมาตรา 39 จะต้องใช้ประโยชน์ในที่ดินตามวัตถุประสงค์ที่ได้รับการจัด การใช้ที่ดินเพื่อประโยชน์อย่างอื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ได้รับการจัด หรือทำการปลูกสร้างสิ่งใด ๆ หรือทำการใด ๆ แก่ที่ดินนั้น อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จะต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากคณะกรรมการหรือผู้ซึ่งคณะกรรมการมอบหมาย

  • ลิงค์ความคิดเห็น อัมรินทร์ วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย อัมรินทร์

    เห็นด้วยกับมาตรา 29/1 ที่บอกว่าในกรณีมีผู้ประสงค์จะขายที่ดินเพื่อเกษตรกรรมซึ่งมิได้อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน ให้ ส.ป.ก. มีอำนาจจัดซื้อที่ดินนั้น เพื่อนำมาดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ได้ และให้ถือเสมือนว่าเป็นที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยไม่ต้องดำเนินการกำหนดเขตที่ดินนั้นให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดินตามมาตรา 25 เพราะจะทำให้สามารถจัดหาที่ดินได้เพิ่มขึ้น

  • ลิงค์ความคิดเห็น ฟูฟู วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย ฟูฟู

    มาตรา39/1 วรรคท้าย ในส่วนที่บอกว่าผู้ฝ่าฝืนจะเรียกร้องค่าเสียหายมิได้ และต้องเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนหรือทำให้ที่ดินคืนสู่สภาพเดิมนั้นด้วย เห็นว่าดีมากเพราะเป็นมาตรการการลงโทษที่ทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าฝ่าฝืน

  • ลิงค์ความคิดเห็น น้ำ วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย น้ำ

    เห็นด้วยกับข้อจำกัดสิทธิเกี่ยวกับจำนวนที่ดินต้องไม่เกินเนื้อที่ตามที่มาตรา 30 กำหนด เพื่อเป็นการกระจายสิทธิในที่ดินไปยังผู้ไร้ที่ดินทำกินอย่างทั่วถึง

  • ลิงค์ความคิดเห็น jod วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย jod

    เห็นด้วยกับมาตรา 38 เกี่ยวกับการยกเว้นค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมให้กับคู่สัญญาของ ส.ป.ก. ทำให้เจ้าของที่ดินอยากขายที่ให้กับส.ป.ก.มากขึ้น

  • ลิงค์ความคิดเห็น พัชรี วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย พัชรี

    เห็นด้วยกับมาตรา39วรรคสองที่ให้อำนาจคณะกรรมการหรือผู้ซึ่งคณะกรรมการมอบหมาย ได้ดำเนินการสั่งให้ผู้ฝ่าฝืน รื้อถอน ทำให้ที่ดินคืนสู่สภาพเดิม หรืองดเว้นการกระทำนั้นภายในระยะเวลาที่กำหนด เพราะจะทำให้การดำเนินการมีประสิทธิภาพและลดภาระในการดำเนินคดี เห็นด้วยกับมาตรา 10 ที่ให้อำนาจพนักงานบังคับคดีและส.ป.ก.จังหวัดในการดำเนินการ เพราะจะทำให้มีมาตรการที่ชัดเจนและง่ายต่อการดำเนินการ

  • ลิงค์ความคิดเห็น อุบล วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย อุบล

    เห็นด้วยกับมาตรา 39/1 ซึ่งบุคคลที่ได้รับสิทธิตามมาตรา 39 จะต้องใช้ประโยชน์ในที่ดินตามวัตถุประสงค์ที่ได้รับการจัด การใช้ที่ดินเพื่อประโยชน์อย่างอื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ได้รับการจัด หรือทำการปลูกสร้างสิ่งใด ๆ หรือทำการใด ๆ แก่ที่ดินนั้น อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จะต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากคณะกรรมการหรือผู้ซึ่งคณะกรรมการมอบหมาย เพราะจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้ที่ดินอย่างถูกต้องและไม่เกิดความเสียหายใดๆ