Facebook


ร่างพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่..) พ.ศ. .... เปิดรับฟังความคิดเห็น (กำหนดรับฟังความคิดเห็นระหว่างวันที่ 5 ถึง วันที่ 20 มิถุนายน 2560)

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 1185 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

 กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้เสนอแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534  ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. 2551เพื่อให้การปฏิบัติเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎรให้มีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาบ้านเมืองรองรับเรื่องการจัดการประชากรของประเทศไทยในประชาคมอาเซี่ยนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ



ดาวน์โหลดไฟล์แนบ:
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

     


    โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการปฏิบัติเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎรให้มีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาบ้านเมือง รองรับเรื่องการจัดการประชากรของประเทศไทยในประชาคมอาเซี่ยนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นระบบสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง  แก้ไขปัญหาการจดทะเบียนการเกิดของเด็กที่ไร้รากเหง้าให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงและหลักสิทธิมนุษยชน  และแก้ไขปัญหาการแจ้งย้ายที่อยู่ รวมถึงการกำหนดเลขประจำบ้าน การจัดทำทะเบียนบ้านและทะเบียนบ้านชั่วคราว ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้       


     



    ปัญหาและสาเหตุ


    (1) เนื่องจากในปัจจุบันมีที่อยู่อาศัยลักษณะใหม่ๆ และอาคารเพื่อการใช้สอย    อย่างอื่น นอกจากการใช้อยู่อาศัย ซึ่งตามกฎหมายทะเบียนราษฎรยังไม่มีความชัดเจนและไม่ครอบคลุมถึง


    (2) ปัญหาความซ้ำซ้อนของการจัดทำฐานข้อมูลประชาชนของแต่ละหน่วยงานรัฐ   ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณในการดำเนินการดังกล่าว


    (3) การจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลราษฎรของประเทศไทยของผู้ที่เกิดในต่างประเทศยังไม่สมบูรณ์


    (4) ปัญหาของเด็กซึ่งถูกทอดทิ้ง เด็กเร่ร่อน และเด็กที่ไม่ปรากฏบุพการี ที่ไม่อยู่ในสถานะที่จะได้รับการพิสูจน์สถานะการเกิด ทำให้เป็นคนไร้รากเหง้าที่ไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาสถานะและสัญชาติได้


    (5) สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลไทย สามารถให้บริการและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับทะเบียนราษฎรให้ประชาชนในต่างประเทศ ได้เฉพาะการรับจดทะเบียนการเกิดและการตาย และดำเนินการให้ได้เฉพาะคนสัญชาติไทยและคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย   ตามกฎหมายว่าด้วยคนเขาเมือง ยังไม่รวมถึงงานทะเบียนราษฎรอื่นและคนต่างด้าวประเภทอื่น


    (6) ปัญหาการแจ้งย้ายที่อยู่ โดยแจ้งย้ายออกแต่ไม่ย้ายเข้าบ้านหลังใด ทำให้ข้อมูลทะเบียนราษฎรไม่ถูกต้องกับความเป็นจริง และตามกฎหมายยังไม่เป็นการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการแจ้งย้ายที่อยู่ต่างท้องที่


    (7) ปัญหาการขอเลขประจำบ้านของบ้านที่ยังปลูกสร้างไม่แล้วเสร็จ แต่มีความจำเป็นต้องใช้ทะเบียนบ้าน และบ้านที่ปลูกสร้างเพื่อการใช้สอยอื่น ไม่ใช่เพื่อการอยู่อาศัย


    (8) ปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐสำหรับประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน หรือที่ดิน  หวงห้ามไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัย แล้วปลูกสร้างที่อยู่อาศัยและมาขอทะเบียนบ้านสำหรับสิ่งปลูกสร้างนั้น 


     



    • ความจำเป็นที่ต้องทำภารกิจ  


      (1) เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการจำแนกบ้านเพื่อการอยู่อาศัย และอาคารเพื่อการ ใช้สอยอย่างอื่น และรองรับที่อยู่อาศัยลักษณะใหม่ๆ


      (2) เพื่อให้การใช้ข้อมูลทะเบียนราษฎรเกิดประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการและหน่วยงานรัฐได้มีประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน ประหยัดงบประมาณ และสามารถสนองนโยบายของรัฐในการบริการประชาชน


      (3) เพื่อให้การจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลราษฎรของประเทศไทย รวมถึงการพิสูจน์สิทธิของบุคคลมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ทั้งผู้ที่เกิดในประเทศและต่างประเทศ


      (4) เพื่อแก้ไขปัญหาเด็กซึ่งถูกทอดทิ้ง เด็กเร่ร่อน และเด็กที่ไม่ปรากฏบุพการี ให้ได้รับการจดทะเบียนการเกิด ซึ่งเป็นต้นเรื่องของการใช้สิทธิต่างๆ


      (5) เพื่อให้การปฏิบัติงานทะเบียนราษฎรของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลไทย สามารถบริการและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับทะเบียนราษฎรให้ประชาชนในต่างประเทศได้เพิ่มขึ้น และเพื่อให้ระบบการจัดการประชากรของประเทศไทยมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการจดทะเบียนการเกิดของราษฎรไทยในต่างประเทศ


      (6) เพื่อให้การแก้ไขปัญหาการแจ้งย้ายที่อยู่ ให้มีผลปฏิบัติตามกฎหมาย แก้ไขปัญหาการแจ้งย้ายลอย (แจ้งย้ายออกแต่ไม่ย้ายเข้าบ้านหลังใด) ทำให้ข้อมูลทะเบียนราษฎรไม่ถูกต้องกับความ เป็นจริง และเป็นการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่ปฏิบัติตามกฎหมายแจ้งย้ายที่อยู่ต่างท้องที่ได้


      (7)  เพื่อแก้ไขปัญหาการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอื่นที่มีส่วนสัมพันธ์กับบ้านและทะเบียนบ้าน


      (8) เพื่อสนับสนุนมาตรการป้องกันการบุกรุกที่ดินของรัฐ สำหรับประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน หรือที่ดินหวงห้ามไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัย 


       

  • แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ในประเด็นต่อไปนี้


    1. แก้ไขบทนิยามคำว่า  “บ้าน” ให้มีความชัดเจนและครอบคลุมถึงสิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่น ซึ่งสามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัยประจำด้วย (แก้ไขมาตรา 4)


    2. แก้ไขเพิ่มเติมเรื่องการเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎร เพื่อประโยชน์ในการบริหารกิจการบ้านเมือง (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 15 วรรคสาม)


    3. แก้ไขเพิ่มเติมเรื่องการกำหนดให้เลขประจำตัวประชาชนกับบุคคลที่เกิดต่างประเทศและได้    จดทะเบียนคนเกิดกับนายทะเบียนประจำสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทย (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 16)


    4. เพิ่มเติมเรื่องการจดทะเบียนการเกิดสำหรับเด็กซึ่งถูกทอดทิ้ง เด็กเร่ร่อน และเด็กที่ไม่ปรากฏบุพการีในสถานสงเคราะห์ ที่ไม่สามารถพิสูจน์สถานะการเกิดได้ (เพิ่มเติม มาตรา 19/2) และให้ใช้หลักเกณฑ์ที่กำหนดขึ้นกับเด็กในลักษณะเดียวกันที่ไม่ได้อยู่ในการอุปการะของสถานสงเคราะห์ด้วย


    5. แก้ไขเพิ่มเติมเรื่องการทะเบียนราษฎรในต่างประเทศ โดยให้นายทะเบียนประจำสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทย สามารถปฏิบัติงานทะเบียนราษฎรได้มากกว่าการจดทะเบียนคนเกิดและคนตาย และให้บริการครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น(แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 28 วรรคหนึ่ง)


    6. แก้ไขเพิ่มเติมเรื่องการแจ้งการย้ายที่อยู่ให้มีความชัดเจน สามารถบังคับใช้กฎหมายได้จริงอย่างเหมาะสม และเกิดความสะดวกยิ่งขึ้น (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 30)


    7. แก้ไขเพิ่มเติมเรื่องการกำหนดให้เลขประจำบ้าน การจัดทำทะเบียนบ้านและทะเบียนบ้านชั่วคราว สำหรับบ้านเพื่อการอยู่อาศัยและอาคารเพื่อการใช้สอยในลักษณะอื่น ให้เกิดความถูกต้องเหมาะสม และสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 34)


    8. เพิ่มเติมเรื่องการปฏิบัติเกี่ยวกับเกี่ยวกับการกำหนดเลขประจำบ้าน สำหรับที่ปลูกสร้างในที่ดินสาธารณะ หรือที่ดินประเภทอื่นที่อยู่ในความดูแลของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ (เพิ่มเติม มาตรา 34/1) โดยไม่ใช้บังคับกับบ้านที่ได้รับการกำหนดเลขประจำบ้านไปแล้วก่อนมีกฎหมายฉบับนี้


     

    • ประเด็นที่จะรับฟังความคิดเห็น
    •  


      จำนวน 10 ประเด็น ของร่างพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่..) พ.ศ. ....  ตั้งแต่มาตรา 2 ถึง มาตรา 11  โดยในแต่ละมาตรา มีประเด็นจะรับฟังความคิดเห็นว่า ท่านเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หากไม่เห็นด้วย        มีเหตุผลหรือมีข้อมูลประกอบความไม่เห็นด้วยอย่างไร โดยขอให้แสดงเหตุผลหรือข้อมูลนั้นพอสังเขปตามสมควร


       

         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail
         

     


4 ความคิดเห็น

  • ลิงค์ความคิดเห็น นายเอกพงศ์ พันวงษา วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย นายเอกพงศ์ พันวงษา

    ใน ม.30 (2) วรรคท้าย ที่ระบุว่า
    เมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่นายทะเบียนผู้รับแจ้งได้รับแจ้งการย้ายออกตาม (๑) แล้ว ผู้ย้ายที่อยู่ยังไม่ได้ย้ายเข้าทะเบียนบ้านใดโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งการย้ายออก ให้นายทะเบียนผู้รับแจ้งยกเลิกการแจ้งย้ายออกแล้วเพิ่มชื่อผู้ย้ายที่อยู่ในทะเบียนบ้านกลางของสำนักทะเบียน และเมื่อผู้นั้นแจ้งขอย้ายออกจากทะเบียนบ้านกลาง ให้นายทะเบียนผู้รับแจ้งดำเนินการให้ต่อเมื่อได้ชำระค่าปรับตามมาตรา 47 (๒) แล้ว

    *อยากให้ระบบนั้นย้ายบุคคลดังกล่าวเข้า ทะเบียนบ้านกลางโดยอัตโนมัติครับ ไม่ต้องให้เป็นภาระของนายทะเบียนที่จะต้องดำเนินการอีก
    *ปัญหาในการแจ้งย้ายครับ / ผมว่าการย้ายที่อยุ่นั้นไม่ควรให้อำนาจเจ้าบ้าน/หรือบุคคลอื่นแจ้งย้ายได้ ควรเป็นหน้าที่ของผู้ย้ายต้องดำเนินการเอง หรือถ้าจะแจ้งย้ายแทนควรมีการทำหนังสือมอบอำนาจ จะดีกว่า เพราะเคยมีกรณีเจ้าบ้านย้ายโดยเจ้าตัวไม่ทราบว่าย้ายและทำใบย้ายหาย ซึ่งเจ้าบ้านมีหน้าที่เพียงย้ายเข้าบ้านกลางเท่านั้น
    *และกรณีที่บุคคลถูกย้ายเข้าบ้านกลาง สามารถแจ้งย้ายปลายทางออกจากบ้านกลางได้ทันที โดยไม่ต้องเดินทางมายังสำนักทะเบียนต้นทาง

  • ลิงค์ความคิดเห็น ธนพรรณ  ภูริภัทรพันธุ์ วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย ธนพรรณ ภูริภัทรพันธุ์

    เห็นด้วยกับพระราชบัญญัติงานทะเบียนราษฎร ที่ร่างขึ้นใหม่ เนื่องจาก เป็นเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านทะเบียนราษฎรจริง ปฏิบัติงานมาระยะเวลา 15 ปี โดยเฉพาะมาตรา 34/1 ผู้ทำงานประสบปัญหากับอิทธิพลในท้องถิ่นทั้งผู้บังคับบัญชา และบุคคลภายนอก หากมีการแก้ไขดังกล่าว ย่อมให้ปัญหาดังกล่าวหมดไป

    และอยากฝากข้อสังเกตุอีกเล็กน้อย
    ทุกวันนี้ทำงานเพื่อประชาชน แต่เลี่ยงไม่ได้ที่จะอยู่ภายใต้อำนาจของผู้นำท้องถิ่น เนื่องจากตัวตำแหน่ง นักจัดการงานทะเบียนและบัตร อยู่ภายใต้บังคับบัญชานักการเมืองท้องถิ่นที่ตนปฏิบัติงานอยู่ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แต่กลับต้องยึดระเบียบของกรมการปกครองในการปฏิบัติงาน อยากให้ปรับปรุงสายการบังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่งานทะเบียนให้ออกจากอิทธิพลเหล่านี้ อาจแยกเป็นอิสระ ขึ้นตรงต่อหน่วยงานกลาง จะเป็นไปได้มั้ยคะ ทุกวันนี้ทำงานด้วยความอึดอัดมาก

  • ลิงค์ความคิดเห็น สุชญา วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย สุชญา

    ประเด็น 13 การแยกเงินค่าใช้จ่ายของหน่วยการบริการในส่วนเงินเดือนแลค่าตอบแทนบุคลากรในส่วนที่จ่ายจากเงินงบประมาณของหน่วยบริการภาครัฐออกจากงบเหมาจ่ายรายหัวของกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทั้งการจัดทำคำของบประมาณและในการบริหารงบขาลง

  • ลิงค์ความคิดเห็น นางบพิตร พรมจันทร์ วันที่/เดือน/ปี - ชม:นาที โพสต์โดย นางบพิตร พรมจันทร์

    ประเด็นที่ 13 ควรแยกเงินเดือนออกมาจากรายได้ในการดูแลรักษาอย่างชัดเจน หากเป็นเงินก้อนเดียวกัน จะทำให้พบปัญหาตามมาระยะยาว ทั้งปัญหาครอบครัว สังคม เศรษฐกิจ และการพัฒนางานเพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดี สามารถดูแลและ พึ่งตัวเองได้นั้น จะมีอุปสรรค เนื่องจากงบประมาณในการดำเนินงานมีน้อย