Facebook


เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติทรัสต์ พ.ศ. .... (Fax : 02 273 9987 E-mail : tanapon@fpo.go.th)

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 2645 เวลา ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีข้อจำกัดในการใช้เครื่องมือเพื่อบริหารจัดการทรัพย์สินส่วนบุคคล อีกทั้งกฎหมายการก่อตั้งทรัสต์ที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน (พระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน พ.ศ. 2550) ก็ไม่เอื้ออำนวยต่อการบริหารจัดการทรัพย์สินส่วนบุคคลดังกล่าว จึงเป็นเหตุให้มีทรัพย์สินในประเทศไทยเป็นจำนวนมากถูกถ่ายเทออกไปบริหารจัดการนอกประเทศ  ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาจึงเป็นการสมควรที่จะนำหลักกฎหมายเพื่อให้มีการก่อตั้งทรัสต์เป็นการทั่วไปมาใช้กับการบริหารจัดการทรัพย์สินส่วนบุคคลดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพเพื่อลดการเคลื่อนย้ายเงินทุนออกนอกประเทศ อันจะส่งผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

ในระยะยาว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

 

  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    ไม่มีหลักการที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้อง
  • ร่างพระราชบัญญัติทรัสต์ พ.ศ. .... ประกอบด้วย 7 หมวด โดยแต่ละหมวดมีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้


    (1)  การก่อตั้งทรัสต์


    (1.1)  กำหนดนิยาม


    “ทรัสต์” หมายความว่า นิติสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นตามสัญญาก่อตั้งทรัสต์


    “สัญญาก่อตั้งทรัสต์” หมายความว่า สัญญาซึ่งบุคคลฝ่ายหนึ่งเรียกว่า ผู้ก่อตั้งทรัสต์ 


    โอนหรือก่อทรัพยสิทธิหรือสิทธิใด ๆ ในทรัพย์สินให้แก่บุคคลอีกฝ่ายหนึ่งเรียกว่า ทรัสตี ด้วยความไว้วางใจ


    ให้ทรัสตีจัดการทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ของบุคคลอีกฝ่ายหนึ่งเรียกว่า ผู้รับประโยชน์ 


    “กองทรัสต์” หมายความว่า บรรดาทรัพย์สินที่กำหนดตามสัญญาก่อตั้งทรัสต์ และให้หมายความรวมถึงบรรดาทรัพย์สิน ดอกผล หนี้สิน และความรับผิดที่เกิดขึ้นจากการจัดการตามสัญญาก่อตั้งทรัสต์ หรือตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้


    (1.2)  ขอบเขตของทรัสต์


    กำหนดวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งทรัสต์ภายใต้ร่างพระราชบัญญัติทรัสต์ฯ ไว้ชัดเจน 


    เพื่อมิให้เกิดความซ้ำซ้อนกับการก่อตั้งทรัสต์ภายใต้พระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน พ.ศ. 2550 ดังนี้


    1)  เป็นการก่อตั้งทรัสต์ที่มิใช่เพื่อการระดมทุน


    2)  เป็นการจัดการทรัสต์ที่อยู่นอกเหนือจากกฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน


    3)  เป็นการจัดการทรัสต์ที่มีลักษณะนอกเหนือจากการเป็นทรัสต์เพื่อการประกอบธุรกิจที่มีกฎหมายกำกับดูแลเป็นการเฉพาะ


    (1.3)  สัญญาก่อตั้งทรัสต์


    1)  ทรัสต์ย่อมก่อตั้งขึ้นเมื่อมีการทำสัญญาเป็นหนังสือ และผู้ก่อตั้งทรัสต์ต้องโอนทรัพย์สินหรือก่อทรัพยสิทธิหรือสิทธิใด ๆ ที่จะให้เป็นกองทรัสต์แก่ทรัสตี  ทั้งนี้ ผู้ก่อตั้งทรัสต์และทรัสตีจะเป็นบุคคลเดียวกันไม่ได้ 


    2)  ระยะเวลาของกองทรัสต์ คู่สัญญาอาจตกลงร่วมกันเพื่อกำหนดระยะเวลาของกองทรัสต์ไว้ในสัญญาก่อตั้งทรัสต์ก็ได้ แต่หากคู่สัญญาไม่ได้กำหนดระยะเวลาของกองทรัสต์ไว้ในสัญญาก่อตั้งทรัสต์ ให้ถือว่าเป็นกองทรัสต์ที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา  


    3)  ผู้ก่อตั้งทรัสต์เป็นได้ทั้งบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล 


    4)  สัญญาก่อตั้งทรัสต์จะต้องมีรายการหรือข้อความอย่างน้อยดังต่อไปนี้ จึงจะถือว่า


    ไม่เป็นโมฆะ


    4.1)  ชื่อผู้ก่อตั้งทรัสต์และทรัสตี


    4.๒)  ผู้รับประโยชน์ โดยการระบุชื่อ หรือคุณสมบัติ หรือลักษณะที่แสดงให้เห็นว่าบุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นผู้รับประโยชน์ก็ได้


    4.๓)  วัตถุประสงค์ของทรัสต์


    4.๔)  ทรัพย์สินที่จะให้เป็นกองทรัสต์


    5)  กรณีที่กองทรัสต์มีการลงทุน ถือครองอสังหาริมทรัพย์ หรือประกอบธุรกิจ ซึ่งมีกฎหมาย กฎ หรือข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน การถือครองอสังหาริมทรัพย์ หรือการประกอบธุรกิจของ


    คนต่างด้าวไว้ ให้สัญญาก่อตั้งทรัสต์ระบุสัดส่วนผู้รับประโยชน์ หรือจัดสรรผลประโยชน์แก่บุคคลต่างด้าวเพื่อไม่ให้ขัดหรือแย้งกับกฎหมาย กฎ หรือข้อกำหนดนั้น


    (1.4)  ผลของการก่อตั้งทรัสต์


    เมื่อก่อตั้งทรัสต์ขึ้นแล้ว ให้ผู้ก่อตั้งทรัสต์ ทรัสตี และผู้รับประโยชน์มีสิทธิและหน้าที่ดังต่อไปนี้


    ๑)  ผู้ก่อตั้งทรัสต์ย่อมมีสิทธิหรือหน้าที่เฉพาะเท่าที่กำหนดในสัญญาก่อตั้งทรัสต์


    ๒)  ทรัสตีมีสิทธิตามกฎหมายเหนือกองทรัสต์ในฐานะผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือผู้มีสิทธิเหนือทรัพย์สิน และมีหน้าที่จัดการกองทรัสต์ตามสัญญาก่อตั้งทรัสต์


    ๓)  ผู้รับประโยชน์ย่อมมีสิทธิได้รับประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการจัดการกองทรัสต์ตามสัญญาก่อตั้งทรัสต์และมีสิทธิอื่น ๆ ตามสัญญาก่อตั้งทรัสต์  


    (1.5)  การเปลี่ยนแปลงสัญญาก่อตั้งทรัสต์และทรัสตี


    1)  การเปลี่ยนแปลงสัญญาก่อตั้งทรัสต์ให้กระทำได้ตามที่กำหนดไว้ในสัญญาก่อตั้ง


    ทรัสต์ และหากในกรณีที่สัญญาก่อตั้งทรัสต์มิได้กำหนดไว้ ผู้รับประโยชน์และทรัสตีอาจตกลงเปลี่ยนแปลงสัญญาก่อตั้งทรัสต์ได้ แต่ต้องไม่ขัดต่อเจตนารมณ์ของการก่อตั้งทรัสต์


    2)  สำหรับการเปลี่ยนแปลงทรัสตี ให้กระทำได้ตามที่กำหนดไว้ในสัญญาก่อตั้งทรัสต์ หรือเมื่อมีเหตุตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติ ได้แก่ ทรัสตีลาออก ทรัสตีถูกพิทักษ์ทรัพย์ สิ้นสภาพนิติบุคคล หรือถูกถอดถอน เป็นต้น ซึ่งการลาออกหรือถูกถอดถอน หากสัญญาก่อตั้งทรัสต์ไม่ได้กำหนดไว้ ให้ทรัสตีต้องแจ้ง


    การลาออกเป็นหนังสือให้ผู้รับประโยชน์ทราบ และผู้รับประโยชน์อาจถอดถอนทรัสตีได้ ถ้าจัดการทรัสต์


    ไม่เป็นไปตามสัญญาก่อตั้งทรัสต์


    3)  ในการตั้งทรัสตีรายใหม่ ให้กระทำได้ตามที่กำหนดในสัญญาก่อตั้งทรัสต์ หากไม่ได้กำหนดไว้ ให้เป็นไปตามมติของผู้รับประโยชน์หรือคำสั่งศาล 


     


    (2)  สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดของทรัสตี


    ให้ทรัสตีมีหน้าที่ต้องจัดการกองทรัสต์ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และใช้ความระมัดระวังเยี่ยงผู้มีวิชาชีพ และต้องปฏิบัติต่อผู้รับประโยชน์อย่างเป็นธรรม และจัดการกองทรัสต์เพื่อประโยชน์สูงสุดของ


    ผู้รับประโยชน์ รวมทั้งต้องไม่กระทำการใดอันเป็นการขัดแย้งกับประโยชน์ของกองทรัสต์ 


    (3)  สิทธิของผู้รับประโยชน์และความคุ้มครอง


    (3.1)  กำหนดให้ผู้รับประโยชน์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องให้ทรัสตีจัดการทรัสต์ให้ถูกต้อง รวมทั้งมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายและติดตามเอาทรัพย์สินคืนจากบุคคลภายนอก 


    (3.2)  กำหนดให้ผู้รับประโยชน์มีสิทธิที่จะตรวจสอบการดำเนินงานของทรัสตี 


    (3.3)  กำหนดให้ความคุ้มครองกองทรัสต์ มิให้นำมาชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ที่เป็นหนี้ส่วนตัวของทรัสตี 


    (4)  ความระงับสิ้นไปของทรัสต์


    ทรัสต์ย่อมสิ้นสุดลงตามที่กำหนดในสัญญาก่อตั้งทรัสต์และในกรณีดังต่อไปนี้


    1)  เมื่อได้ปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ของสัญญาก่อตั้งทรัสต์ครบถ้วนแล้ว


    2)  เมื่อผู้ก่อตั้งทรัสต์และทรัสตีตกลงเลิกสัญญาก่อตั้งทรัสต์


    3)  เมื่อผู้รับประโยชน์และทรัสตีตกลงเลิกสัญญาก่อตั้งทรัสต์ในกรณีที่ผู้ก่อตั้งทรัสต์ถึงแก่ความตาย


    4)  เมื่อครบกำหนดระยะเวลา สำหรับกรณีที่กองทรัสต์มีการกำหนดระยะเวลาไว้ในสัญญาก่อตั้งทรัสต์


    5)  เมื่อศาลมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งให้เลิกทรัสต์หรือเหตุอื่นตามที่ทรัสตีหรือผู้รับประโยชน์ร้องขอ


    6)  เมื่อปรากฏว่าไม่มีผู้รับประโยชน์เหลืออยู่  


    7)  เมื่อปรากฏว่าไม่มีทรัพย์สินในกองทรัสต์เหลืออยู่


    8)  เมื่อปรากฏเหตุที่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงทรัสตี แต่สัญญาก่อตั้งทรัสต์มิได้กำหนดไว้ให้มี


    การเปลี่ยนแปลงทรัสตี 


    (5)  การกำกับดูแลทรัสตี  


    (5.1)  การอนุญาต ห้ามมิให้บุคคลใดประกอบธุรกิจเป็นทรัสตี เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต.


    (5.2)  ผู้ที่อาจยื่นคำขออนุญาตเพื่อประกอบธุรกิจเป็นทรัสตีจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกอบด้วย


    1)  ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน


    2)  สถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น


    3)  บริษัทหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์


    4)  นิติบุคคลอื่นใดตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด


    (5.3)  การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจ 


    1)  ทรัสตีต้องจัดให้มีระบบงานอย่างเหมาะสมในการจัดการกองทรัสต์ 


    2)  กำหนดให้ทรัสตีต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด เช่น หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการกระทำตามอำนาจหน้าที่ของทรัสตี การดำรงฐานะทางการเงิน การทำประกันภัยสำหรับความรับผิดที่เกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจเป็นทรัสตี เป็นต้น


     


    (6)  พนักงานเจ้าหน้าที่


    (6.1)  ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ประกอบธุรกิจของทรัสตี เพื่อรวบรวมเอกสารหรือหลักฐานที่อาจเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ


    (6.2)  การปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา


    (6.3)  ให้สำนักงาน ก.ล.ต. มีหน้าที่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำความผิดและการลงโทษบุคคลซึ่งกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้


    (7)  บทกำหนดโทษ อายุความ และคณะกรรมการเปรียบเทียบความผิด


    (7.1)  บทกำหนดโทษ


    1)  โทษทางปกครอง ประกอบด้วย


    1.๑)  ภาคทัณฑ์


    1.๒)  ปรับทางปกครอง


    1.๓)  ตำหนิโดยเปิดเผยต่อสาธารณชน


    1.๔)  จำกัดการประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้


    1.๕)  พักการประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยอาจสั่งพัก


    การเป็นทรัสตีเฉพาะสัญญาก่อตั้งทรัสต์ใดหรือทุกสัญญาก็ได้


    1.๖)  เพิกถอนการอนุญาต


    2)  บุคคลดังต่อไปนี้มีอำนาจลงโทษทางปกครอง


    2.1)  สำนักงาน ก.ล.ต


    2.2)  คณะกรรมการพิจารณาโทษทางปกครอง


    2.3)  คณะกรรมการ ก.ล.ต.


    3)  ให้สำนักงาน ก.ล.ต. มีอำนาจรับค่าปรับที่เป็นโทษปรับทางปกครองตามพระราชบัญญัตินี้ โดยค่าปรับให้ตกเป็นของสำนักงาน ก.ล.ต.


    4)  ให้สำนักงาน ก.ล.ต. เป็นผู้รวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำความผิดที่มีโทษ


    ทางปกครอง และให้มีอำนาจพิจารณาในเบื้องต้นเพื่อดำเนินการตามที่พระราชบัญญัตินี้กำหนด


    5)  โทษทางอาญา ประกอบด้วย โทษจำคุกหรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ


    (7.2)  อายุความและคณะกรรมการเปรียบเทียบความผิด


    1)  ความผิดที่มีโทษทางปกครอง หากมิได้มีการลงโทษทางปกครองภายในหนึ่งปี


    นับแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่วินิจฉัยว่ามีการกระทำความผิด หรือภายในห้าปีนับแต่วันที่มีการกระทำความผิด เป็นอันขาดอายุความ


    2)  ความผิดซึ่งไม่มีผลเสียหายร้ายแรงต่อกองทรัสต์ หรือในกรณีที่ผู้รับประโยชน์ได้รับความเสียหายด้วยแต่ผู้กระทำผิดได้แก้ไขเยียวยาความเสียหายจนเป็นที่พอใจแก่ผู้รับประโยชน์แล้ว 


    ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบความผิดซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์


    มีอำนาจเปรียบเทียบได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด


    3)  เมื่อคณะกรรมการเปรียบเทียบความผิดได้ทำการเปรียบเทียบกรณีใด ตาม (2) ข้างต้น และผู้ต้องหาได้ชำระค่าปรับตามคำเปรียบเทียบภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการเปรียบเทียบความผิดกำหนดแล้ว 


    ให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องในกรณีแห่งความผิดนั้นเป็นอันระงับไป


     

    ไม่มีรายละเอียดของร่างที่เกี่ยวข้อง
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail