Facebook

ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างกฎกระทรวงกำหนดลักษณะการอุดหนุนที่เจาะจงแก่การส่งออก

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 485 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

กฎกระทรวง

 กำหนดลักษณะการให้การอุดหนุนที่เจาะจงแก่การส่งออก

พ.ศ. ๒๕๕๙

 

---------------------------------------------

 

                    อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 วรรคสอง มาตรา 6 และมาตรา 65 (1) แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. 2542   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

 

                   ข้อ 1   ในกฎกระทรวงนี้

                    “ภาษีทางตรง” (Direct taxes) หมายความว่า ภาษีที่เรียกเก็บจากค่าจ้าง กำไร ดอกเบี้ย ค่าเช่า ค่าสิทธิ และให้หมายความรวมถึงภาษีที่เรียกเก็บจากรายได้รูปแบบอื่นใด ภาษีที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์

                    “ค่าธรรมเนียมในการนำเข้า” (Import charges) หมายความว่า ภาษีศุลกากร อากร และค่าธรรมเนียมอื่นใดที่จัดเก็บจากการนำเข้า

                    “ภาษีทางอ้อม” (Indirect taxes) หมายความว่า ภาษีการค้า ภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม อากรแสตมป์ และภาษีอื่นใดที่นอกเหนือจากภาษีทางตรงและค่าธรรมเนียมในการนำเข้า

                     “ภาษีทางอ้อมระหว่างการผลิต” (Prior-stage indirect taxes) หมายความว่า ภาษีที่เรียกเก็บจากสินค้าหรือบริการที่ใช้โดยตรงหรือโดยอ้อมในการผลิตสินค้า

                    “ภาษีทางอ้อมสะสม” (Cumulative indirect taxes) หมายความว่า ภาษีทางอ้อมที่เรียกเก็บจากสินค้าหรือบริการที่ใช้ในขั้นตอนต่างๆ ในกรณีที่ไม่มีระบบเครดิตภาษีสำหรับการผลิตในแต่ละขั้นตอน

                    “การลดหย่อนภาษี” (Remission of taxes) หมายความว่า การจ่ายคืนหรือการให้ส่วนลดภาษี

                      “การลดหย่อนหรือการคืนค่าธรรมเนียมในการนำเข้า” (Remission or drawback) หมายความว่า การยกเว้นทั้งหมดหรือบางส่วน หรือการชะลอการชำระ (Deferral) ค่าธรรมเนียมในการนำเข้า

 

                   ข้อ 2   การให้การอุดหนุนของรัฐบาลประเทศแหล่งกำเนิดสินค้าหรือประเทศผู้ส่งออกที่มีลักษณะเจาะจงแก่การส่งออกไม่ว่าโดยทางนิตินัยหรือโดยทางพฤตินัยตามลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นการอุดหนุนที่ตอบโต้ได้

                   (1) การให้การอุดหนุนแก่การส่งออกโดยตรงต่อวิสาหกิจ

                   (2) การให้ถือครองเงินตราต่างประเทศ หรือการปฏิบัติในลักษณะเดียวกัน เพื่อเป็นสิทธิประโยชน์พิเศษที่เกี่ยวกับการส่งออก (Currency retention scheme)[1]

        (3) การให้หรือกำหนดเงื่อนไขการให้ค่าขนส่งและค่าระวางภายในประเทศเพื่อการส่งออกที่ดีกว่าการให้เพื่อการจำหน่ายในประเทศ 

         (4) การให้ปัจจัยการผลิต ในรูปสินค้าหรือบริการทั้งทางตรงและทางอ้อม ในการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก ซึ่งมีเงื่อนไขที่ดีกว่าการให้สำหรับการผลิตเพื่อการบริโภคในประเทศ ทั้งนี้ เงื่อนไขของการให้ปัจจัยการผลิตในรูปสินค้าในการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกจะต้องดีกว่าเงื่อนไขทั่วไปในตลาดโลก

                   (5) การลดหย่อนภาษีทางตรงหรือการชะลอการชำระภาษีทางตรง หรือค่าใช้จ่ายสวัสดิการสังคม ทั้งหมดหรือบางส่วน ที่เฉพาะเจาะจงกับการส่งออก   

                   (6) การให้หักค่าใช้จ่ายใดๆ เป็นพิเศษ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการส่งออก หรือความสามารถในการส่งออก ในการคำนวณภาษีทางตรง ที่มากกว่าหรือนอกเหนือจากที่ให้แก่การผลิตสินค้าเพื่อบริโภคภายในประเทศ

                   (7) การยกเว้นหรือการลดหย่อนภาษีทางอ้อม แก่การผลิตและการจำหน่ายสินค้าเพื่อการส่งออก ซึ่งมากกว่าการยกเว้นหรือการลดหย่อนภาษีสำหรับการผลิตและการจำหน่ายสินค้าชนิดเดียวกันที่จำหน่ายเพื่อการบริโภคภายในประเทศ

                   (8) การยกเว้นหรือการลดหย่อนภาษีทางอ้อมสะสม รวมถึงการชะลอการชำระภาษีทางอ้อมสะสม ที่เกิดขึ้นจากการใช้สินค้าและบริการในระหว่างการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก ซึ่งมากกว่าหรือนอกเหนือ  การยกเว้นหรือการลดหย่อนภาษีทางอ้อมสะสม รวมถึงการชะลอการชำระภาษีดังกล่าว ที่เกิดขึ้นในระหว่างการผลิตสินค้าชนิดเดียวกันที่จำหน่ายเพื่อการบริโภคภายในประเทศ

       ในกรณีที่ไม่มีการยกเว้นหรือการลดหย่อนภาษีทางอ้อมสะสม รวมถึงการชะลอการชำระภาษีดังกล่าว ที่เกิดขึ้นในระหว่างการผลิตสินค้าชนิดเดียวกันที่จำหน่ายเพื่อการบริโภคภายในประเทศ ให้ถือว่ามีการให้การอุดหนุนแก่การส่งออก หากการยกเว้นหรือการลดหย่อนภาษีทางอ้อมสะสม รวมถึงการชะลอการชำระภาษี ที่เกิดขึ้นในระหว่างการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกดังกล่าวเกินกว่าภาระภาษีทางอ้อมสะสมที่เกิดขึ้นจริง โดยให้มีการหักส่วนสูญเสียตามหลักเกณฑ์ปกติจากกระบวนการผลิตแล้ว

                    ภาษีทางอ้อมที่สะสมระหว่างการผลิตตามวรรคหนึ่ง ไม่รวมถึงระบบภาษีมูลค่าเพิ่มและการปรับภาษีที่ชายแดน (Border-tax adjustment) เพื่อการนั้น           

                    (9) การลดหย่อนหรือการคืนค่าธรรมเนียมในการนำเข้าปัจจัยการผลิตที่ใช้ในการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก เกินกว่าค่าธรรมเนียมที่มีการเรียกเก็บจริง โดยให้มีการหักส่วนสูญเสียตามหลักเกณฑ์ปกติจากกระบวนการผลิตแล้ว ยกเว้น ในกรณีที่มีการใช้ปัจจัยการผลิตทดแทนที่มีระบบหรือกระบวนการที่สามารถตรวจสอบการใช้ปัจจัยการผลิตในประเทศทดแทนการนำเข้าในการผลิตเพื่อการส่งออกได้ตามหลักเกณฑ์การใช้ปัจจัยการผลิตทดแทนเพื่อการลดหย่อนหรือการคืนค่าธรรมเนียมในการนำเข้า

                   ในกรณีที่ใช้ปัจจัยการผลิตภายในประเทศทดแทนปัจจัยการผลิตที่นำเข้าโดยมีปริมาณ คุณภาพและคุณสมบัติเดียวกัน เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากการลดหย่อนหรือการคืนค่าธรรมเนียมดังกล่าวได้ หากการนำเข้าปัจจัยการผลิตและการส่งออกสินค้าดำเนินการอย่างสอดคล้องกันภายในระยะเวลาอันควร แต่ไม่เกิน 2 ปี ให้ถือว่ามีการใช้ปัจจัยการผลิตทดแทนตามวรรคหนึ่ง

                    (10) การใช้มาตรการการค้ำประกันหรือการประกันการส่งออก ซึ่งเป็นการลดต้นทุนของสินค้าหรือไม่ได้สะท้อนความเสี่ยงที่แท้จริง ที่มีค่าเบี้ยประกันไม่ครอบคลุมต้นทุนการดำเนินการระยะยาวและการขาดทุนจากมาตรการดังกล่าว

                    (11) การสนับสนุนจากรัฐบาล (หรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ควบคุมหรือได้รับมอบหมายจากรัฐบาล) ในการให้สินเชื่อเพื่อการส่งออก ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าอัตราที่ต้องจ่ายจริง (หรืออัตราที่ต่ำกว่าอัตราที่ควรจะต้องจ่ายหากกู้จากตลาดทุนระหว่างประเทศ บนพื้นฐานของสินเชื่อที่มีอายุวงเงิน เงื่อนไข และสกุลเงินเดียวกัน) หรือการที่รัฐบาลชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดหรือบางส่วนที่เกิดขึ้นแก่ผู้ส่งออกหรือสถาบันการเงินเพื่อให้ได้มาซึ่งสินเชื่อเพื่อการส่งออกอย่างมีนัย ยกเว้นในกรณีที่ข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการให้สินเชื่อเพื่อการส่งออกโดยรัฐบาลมีข้อกำหนดที่แตกต่างไปจากที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้

                    (12) ค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกิดขึ้นของรัฐบาลที่เป็นการอุดหนุนเพื่อการส่งออกตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. 2542

                                                         

                                       ให้ไว้ ณ วันที่                        พ.ศ. ...

 

                                            (..................................................) 

                                             รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์



[1] Currency retention scheme หมายถึง การที่รัฐบาลให้ผู้ส่งออกสามารถรักษากำไรจากการส่งออกในสกุลเงินตราต่างประเทศ โดยไม่ต้องเปลี่ยนเป็นเงินสกุลของประเทศดังกล่าว เพื่ออำนวยความสะดวกในการนำกำไรดังกล่าวไปใช้ในการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศหรือขายสินค้าดังกล่าวแก่ผู้นำเข้ารายอื่นๆ รวมถึงการปฏิบัติในลักษณะเดียวกันนี้ ที่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นการส่งออก

ไอเท็มน่าสนใจ
ดาวน์โหลดไฟล์แนบ:
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. โครงสร้าง
  4. สาระสำคัญ
  5. ประเด็น
  6. รายละเอียดของร่าง

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

    หลักการ


                                                    


             


                          การอุดหนุนของรัฐบาลต่างประเทศที่มีลักษณะเจาะจงแก่การส่งออกเป็นการอุดหนุนที่สามารถตอบโต้ได้ภายใต้ความตกลงว่าด้วยการอุดหนุนและมาตรการตอบโต้การอุดหนุนขององค์การการค้าโลก


     


    เหตุผล


     


             


                        โดยที่มาตรา 5 วรรคสอง และมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. 2542 บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการพิจารณาการอุดหนุน เพื่อให้มีกฎกระทรวงว่าด้วยการให้การอุดหนุนที่มีลักษณะเจาะจงแก่การส่งออกของรัฐบาลต่างประเทศไม่ว่าโดยทางพฤตินัยหรือโดยทางนิตินัย ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๖5 (1) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ประกอบการพิจารณาการกำหนดมาตรการตอบโต้การอุดหนุนสินค้าจากต่างประเทศ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้



    ไม่มีโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้อง
ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีรายละเอียดของร่างที่เกี่ยวข้อง
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail