Facebook


ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่หน่วยงานตามมาตรา ๒๘ ต้องปฏิบัติ และการจัดให้มีคณะกรรมการควบคุมความปลอดภัยทางชีวภาพ พ.ศ. ....

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 370 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์
ไอเท็มน่าสนใจ
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    ไม่มีหลักการที่เกี่ยวข้อง

    ร่างประกาศกระทรวงฉบับนี้ได้มีเนื้อหา ๑๑ ข้อ



    • ข้อ ๑
    • ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่หน่วยงานตามมาตรา ๒๘ ต้องปฏิบัติ และการจัดให้มีคณะกรรมการควบคุม ความปลอดภัยทางชีวภาพ พ.ศ. ....” 

    • ข้อ ๒
    • ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป 

    • ข้อ ๓
    • ในประกาศนี้


           “หน่วยงาน” หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม สถาบันการศึกษาของรัฐ สถานพยาบาลของรัฐ องค์การมหาชน หน่วยงานอื่นของรัฐ องค์การเภสัชกรรม และสภากาชาดไทย  


           “การศึกษาวิจัย” หมายความว่า การศึกษาค้นคว้า การวิเคราะห์ หรือการทดลอง อย่างเป็นระบบโดยใช้เชื้อโรคและพิษจากสัตว์เป็นวัตถุแห่งการทดลอง เพื่อให้พบข้อเท็จจริง  หรือหลักการ ที่จะนําไปใช้ในการตั้งกฎ ทฤษฎี แนวทางปฏิบัติ หรือสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ   ทั้งนี้ เฉพาะเพื่อการควบคุมโรค การป้องกันโรค และการบําบัดโรค

    • ข้อ ๔
    • หน่วยงานที่มีการศึกษาวิจัยเพื่อประโยชน์ในการควบคุมโรค การป้องกันโรค และการบําบัดโรค จะผลิตหรือครอบครองเชื้อโรคกลุ่มที่ ๒ เชื้อโรคกลุ่มที่ ๓ พิษจากสัตว์กลุ่มที่ ๑ หรือพิษจากสัตว์กลุ่มที่ ๒ ได้ ต้องดําเนินการ ดังต่อไปนี้


      (๑) จัดให้มีผู้ดําเนินการและผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการตามประกาศที่ออกตามมาตรา ๖ (๕)  


      (๒) จัดให้มีคณะกรรมการควบคุมความปลอดภัยทางชีวภาพตามความในหมวด ๒ แห่งประกาศนี้


      (๓) ปฏิบัติตามประกาศเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการ ศึกษาวิจัย เพื่อการควบคุมโรค การป้องกันโรค และการบําบัดโรค ที่ออกตามมาตรา ๖ (๑๐) 

    • ข้อ ๕
    • เมื่อได้ดําเนินการตามข้อ ๔ แล้ว ให้หน่วยงานมีหนังสือแจ้งรายละเอียด การดําเนินการและข้อมูลของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ที่จะมีการผลิตหรือครอบครองต่ออธิบดี  พร้อมทั้งเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณา ทั้งนี้ ตามแบบที่อธิบดีกําหนดโดยประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา


           เมื่อได้แจ้งรายละเอียดการดําเนินการและข้อมูลของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ที่จะมี การผลิตหรือครอบครองต่ออธิบดีแล้ว ให้ถือเสมือนว่าหน่วยงานดังกล่าวเป็นผู้รับหนังสือรับรองการ แจ้งตามมาตรา ๒๑ หรือผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๒๒ จนกว่าอธิบดีจะแจ้งคําสั่งไม่ออกหนังสือ รับรองการแจ้งหรือใบอนุญาต แล้วแต่กรณี 

    • ข้อ ๖
    • เมื่อได้รับหนังสือแจ้งแล้ว ให้อธิบดีตรวจสอบหนังสือแจ้ง พร้อมด้วยเอกสาร หรือหลักฐานประกอบว่ามีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ ในกรณีที่หนังสือแจ้ง เอกสารหรือหลักฐาน ไม่ถูกต้องครบถ้วน ให้อธิบดีแจ้งให้หน่วยงานแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือแจ้ง หรือจัดส่งเอกสารหรือ หลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่อธิบดีกําหนด


           ในกรณีที่หน่วยงานไม่แก้ไขเพิ่มเติมหนังสือแจ้ง หรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐาน ให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่อธิบดีกําหนดตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าหน่วยงานทิ้งหนังสือแจ้ง  และให้อธิบดีจําหน่ายเรื่องออกจากสารบบ แล้วแจ้งเป็นหนังสือให้หน่วยงานทราบ

    • ข้อ ๗
    • ในกรณีที่อธิบดีตรวจสอบหนังสือแจ้ง เอกสารและหลักฐานแล้ว  เห็นว่ามีความถูกต้องและครบถ้วน ให้อธิบดีมีคําสั่งรับหนังสือแจ้งไว้พิจารณาและให้ออกใบรับแจ้ง แก่หน่วยงานภายในสองวันนับแต่ได้รับแจ้ง 

    • ข้อ ๘
    • เมื่อมีคําสั่งรับหนังสือแจ้งตามข้อ ๗ แล้ว อธิบดีจะออกหนังสือรับรองการ แจ้งหรือใบอนุญาตให้แก่หน่วยงานได้ต่อเมื่อหน่วยงานได้ดําเนินการจัดให้มีผู้ดําเนินการและผู้มีหน้าที่ ปฏิบัติการตามประกาศที่ออกตามมาตรา ๖ (๕) และจัดให้มีคณะกรรมการควบคุมความปลอดภัย ทางชีวภาพตามความในหมวด ๒ แห่งประกาศนี้ รวมทั้งมีสถานที่และอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตและครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ตามประกาศเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการ ศึกษาวิจัย เพื่อการควบคุมโรค การป้องกันโรค และการบําบัดโรค ที่ออกตามมาตรา ๖ (๑๐)


           ให้อธิบดีแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือให้หน่วยงานทราบภายในสามสิบวันนับแต่ วันที่ได้รับการแจ้ง


           หนังสือรับรองการแจ้งหรือใบอนุญาต ให้มีอายุ ๑ ปี นับแต่วันที่ออกหนังสือรับรอง การแจ้งหรือใบอนุญาต แล้วแต่กรณี 

    • ข้อ ๙
    • หน่วยงานที่ผลิตและครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ต้องจัดทําบัญชี รายชื่อเชื้อโรคและพิษจากสัตว์และจัดส่งต้นฉบับบัญชีดังกล่าวต่ออธิบดีทุกสามเดือน และเก็บสําเนา บัญชีไว้ที่หน่วยงานเพื่อเป็นหลักฐานในการตรวจสอบตามแบบที่อธิบดีกําหนดโดยประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา 

    • ข้อ ๑๐
    • คณะกรรมการควบคุมความปลอดภัยทางชีวภาพ ที่หน่วยงานจัดตั้งขึ้น จะต้องมีจํานวนไม่น้อยกว่าห้าคน ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการ ศึกษาวิจัยเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ในระดับที่สามารถกํากับดูแลการใช้เชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ใน งานวิจัยให้มีความปลอดภัยต่อผู้วิจัย ประชาชน และสิ่งแวดล้อม 

    • ข้อ ๑๑
    • คณะกรรมการควบคุมความปลอดภัยทางชีวภาพมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้


      (๑) กํากับดูแลการใช้เชื้อโรคและพิษจากสัตว์ในการศึกษาวิจัยของหน่วยงานให้มี ความปลอดภัยและเป็นไปตามกฎหมาย


      (๒) พิจารณาและกําหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในการผลิตและการ ครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ที่ใช้ในการศึกษาวิจัยให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่จะทําให้ เกิดโรคหรืออันตราย


      (๓) ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินความปลอดภัยในการใช้เชื้อโรคและพิษจากสัตว์ใน งานวิจัยของหน่วยงาน


      (๔) ประสานงานและให้ความร่วมมือกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ในการกํากับ ดูแลการใช้เชื้อโรคและพิษจากสัตว์ในการศึกษาวิจัยของหน่วยงานให้มีความปลอดภัยและเป็นไปตาม กฎหมาย  


      (๕) อํานาจหน้าที่อื่นที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยตามที่หน่วยงานมอบหมาย

ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีรายละเอียดของร่างที่เกี่ยวข้อง
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail