Facebook


ร่างพระราชบัญญัติการเคหะแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .....

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 5213 เวลา ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

บันทึกหลักการและเหตุผล

 

ประกอบร่างพระราชบัญญัติการเคหะแห่งชาติ  (ฉบับที่...) 

 

พ.ศ.....

 

--------------------

 

 

หลักการ

 

 

                   แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเคหะแห่งชาติ  พ.ศ.  ๒๕๓๗  ดังต่อไปนี้

 

                   (๑)  แก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ของการเคหะแห่งชาติให้รวมถึงการจัดให้มีสาธารณูปโภคและสาธารณูปการต่าง ๆ  ตลอดจนการพัฒนาผู้อยู่อาศัยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา  ๖ (๑))

 

                   (๒)  แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจกระทำกิจการภายในขอบแห่งวัตถุประสงค์ของ         การเคหะแห่งชาติให้กว้างขึ้น  (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา

  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    บันทึกหลักการและเหตุผล
    ประกอบร่างพระราชบัญญัติการเคหะแห่งชาติ (ฉบับที่...)
    พ.ศ.....
    --------------------

    หลักการ

    แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเคหะแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๗ ดังต่อไปนี้
    (๑) แก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ของการเคหะแห่งชาติให้รวมถึงการจัดให้มีสาธารณูปโภคและสาธารณูปการต่าง ๆ ตลอดจนการพัฒนาผู้อยู่อาศัยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๖ (๑))
    (๒) แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจกระทำกิจการภายในขอบแห่งวัตถุประสงค์ของ การเคหะแห่งชาติให้กว้างขึ้น (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๙ (๘) และเพิ่มมาตรา ๙ (๙) และ (๑๐))
    (๓) กำหนดให้มีนิติบุคคลชุมชนการเคหะ (เพิ่มหมวด ๒/๑ นิติบุคคลชุมชนการเคหะมาตรา ๒๕/๑ ถึง มาตรา ๒๕/๑๖)


    เหตุผล

    โดยที่ปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายแก้ไขปัญหาความยากจนและขยายโอกาสให้คนยากจนและคนด้อยโอกาส ซึ่งนโยบายประการหนึ่งคือการส่งเสริมให้ผู้มีรายได้น้อยได้มีที่อยู่อาศัย รวมทั้งได้รับการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ดังนั้น เพื่อให้การเคหะแห่งชาติสามารถดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ สมควรปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของการเคหะแห่งชาติให้รองรับกับการพัฒนาเมืองและการบริหารชุมชน อีกทั้งสมควรส่งเสริมให้ประชาชนผู้อยู่อาศัยในโครงการการจัดให้มีที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติได้มีการรวมตัวจัดตั้งเป็นนิติบุคคล เพื่อบริหารจัดการสาธารณูปโภคและทรัพย์สินที่ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ตลอดจนมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยของผู้อยู่อาศัยด้วยกันเองจึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้



    ไม่มีโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้อง
ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง
    • มาตรา ๑
    • พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติการเคหะแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
    • มาตรา ๒
    • พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
    • มาตรา ๓
    • ให้ยกเลิกความใน (๑) ของมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติการเคหะแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๗ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
      (๑) จัดให้มีเคหะเพื่อให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัย รวมตลอดถึงการจัดให้มีสาธารณูปโภค สาธารณูปการ และสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้อยู่อาศัย การทำนุบำรุง ปรับปรุง
      และพัฒนาบรรดาเคหะดังกล่าวรวมทั้งพัฒนาผู้อยู่อาศัยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งในทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม
    • มาตรา ๔
    • ให้ยกเลิกความใน (๘) ของมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติ การเคหะแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๗ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
      (๘) เข้าร่วมดำเนินกิจการกับบุคคลอื่น หรือถือหุ้นในบริษัทจำกัดหรือ
      บริษัทมหาชนจำกัด เพื่อดำเนินกิจการอันอยู่ในขอบแห่งวัตถุประสงค์ของ กคช.
    • มาตรา ๕
    • ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๙) และ (๑๐) ของมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติการเคหะแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๗
      (๙) เรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ
      (๑๐) กระทำการอย่างอื่นบรรดาที่เกี่ยวเนื่องกับการจัดการให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของ กคช.
    • มาตรา ๖
    • ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด ๒/๑ นิติบุคคลชุมชนการเคหะ มาตรา ๒๕/๑ ถึงมาตรา ๒๕/๑๖ แห่งพระราชบัญญัติการเคหะแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๗
      หมวด ๒/๑นิติบุคคลชุมชนการเคหะ
      มาตรา ๒๕/๑ ในหมวดนี้
      เจ้าของเคหะ หมายความว่า ผู้เป็นเจ้าของเคหะในโครงการและหมายความรวมถึงคู่สัญญากับ กคช. ตามสัญญาจะซื้อจะขายหรือสัญญาเช่าซื้อเคหะในโครงการด้วย แต่ไม่รวมถึง กคช. ในฐานะที่เป็นเจ้าของเคหะในโครงการ
      โครงการ หมายความว่า โครงการของ กคช. ในการจัดให้มีเคหะที่มิใช่อาคารชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด
      สมาชิก หมายความว่า สมาชิกนิติบุคคลชุมชนการเคหะ
      ทรัพย์สินที่ใช้ประโยชน์ร่วมกัน หมายความว่า ที่ดิน อาคาร หรือทรัพย์สินอื่นที่ กคช. ได้จัดทำหรือมีไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกันของผู้อยู่อาศัย หรือที่ผู้อยู่อาศัยได้จัดทำหรือร่วมกันจัดให้มีขึ้นเพื่อประโยชน์ร่วมกัน
      มาตรา ๒๕/๒ เมื่อมีผู้อยู่อาศัยเป็นจำนวนเกินสามในสี่ของเคหะทั้งหมดในโครงการแล้ว และโครงการนั้นมีเคหะตั้งแต่สองร้อยหน่วยขึ้นไป ให้ กคช. ดำเนินการให้มีการจัดตั้งนิติบุคคลชุมชนการเคหะเพื่อดูแลและบำรุงรักษาสาธารณูปโภคและทรัพย์สินที่ใช้ประโยชน์ร่วมกัน
      มาตรา ๒๕/๓ ในการดำเนินการเพื่อให้มีการจัดตั้งนิติบุคคลชุมชนการเคหะ ตามมาตรา ๒๕/๒ ให้ กคช. จัดให้มีร่างข้อบังคับของนิติบุคคลชุมชนการเคหะที่จะจัดตั้ง เสนอต่อที่ประชุมเจ้าของเคหะ พร้อมทั้งสอบถามความเห็นเจ้าของเคหะเกี่ยวกับการจัดตั้งนิติบุคคลชุมชนการเคหะ
      ในกรณีที่เจ้าของเคหะตามวรรคหนึ่งแสดงความเห็นคัดค้านการจัดตั้งนิติบุคคลชุมชนการเคหะไม่เกินกึ่งหนึ่งของเจ้าของเคหะทั้งหมดในขณะนั้น และเสียงข้างมากของเจ้าของเคหะซึ่งอยู่ในที่ประชุมเห็นชอบด้วยกับร่างข้อบังคับนั้นแล้ว ให้ กคช. รับจดทะเบียนข้อบังคับและขึ้นทะเบียนชุมชนการเคหะนั้นเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้
      ในกรณีที่เจ้าของเคหะตามวรรคหนึ่งแสดงความเห็นคัดค้านในการจัดตั้งนิติบุคคลชุมชนการเคหะเกินกึ่งหนึ่งของเจ้าของเคหะทั้งหมดในขณะนั้น ให้ยุติการดำเนินการจัดตั้งนิติบุคคลชุมชนการเคหะนั้น การประชุมและการสอบถามความเห็นเจ้าของเคหะตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กคช. กำหนด
      มาตรา ๒๕/๔ ในกรณีโครงการที่มีเคหะน้อยกว่าสองร้อยหน่วย หรือกรณีการดำเนินการจั้งตั้งนิติบุคคลชุมนการเคหะยุติลงตามมาตรา ๒๕/๓ วรรคสาม หรือกรณีนิติบุคคลชุมชนการเคหะถูกเพิกถอนทะเบียนตามมาตรา ๒๕/๑๕ หากเจ้าของเคหะในโครงการดังกล่าวประสงค์จะจัดตั้งนิติบุคคลชุมชนการเคหะ ให้กระทำได้โดยเข้าชื่อรวมกันจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของเจ้าของเคหะทั้งหมดในโครงการนั้น และยื่นคำขอจัดตั้งนิติบุคคลชุมชนการเคหะพร้อมด้วยร่างข้อบังคับนิติบุคคลชุมชนการเคหะที่จะจัดตั้งต่อ กคช. ทั้งนี้ เมื่อ กคช. ได้รับคำขอแล้วให้ดำเนินการต่อไปโดยนำความในมาตรา ๒๕/๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
      การเข้าชื่อและการยื่นคำขอตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ กคช. กำหนด
      มาตรา ๒๕/๕ การรับจดทะเบียนข้อบังคับ การขึ้นทะเบียนนิติบุคคล และการควบคุมนิติบุคคลชุมชนการเคหะ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กคช. กำหนด
      ข้อบังคับของนิติบุคคลชุมชนการเคหะอย่างน้อยต้องมี่รายการดังต่อไปนี้
      (๑) ชื่อนิติบุคคลชุมชนการเคหะ
      (๒) วัตถุประสงค์
      (๓) ที่ตั้งสำนักงาน
      (๔) ข้อกำหนดเกี่ยวกับคณะกรรมการชุมชนการเคหะ ได้แก่ จำนวนกรรมการ การเลือก วาระการดำรงตำแหน่ง อำนาจหน้าที่ ค่าตอบแทน และการประชุมของคณะกรรมการชุมชนการเคหะ
      (๕) ข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินงาน การบัญชี และการเงิน
      (๖) ข้อกำหนดเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
      (๗) ข้อกำหนดเกี่ยวกับการประชุมใหญ่ของสมาชิก
      มาตรา ๒๕/๖ ให้นิติบุคคลชุมชนการเคหะมีคณะกรรมการชุมชนการเคหะเป็น ผู้ดำเนินกิจการของนิติบุคคลให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับของนิติบุคคลชุมชนการเคหะนั้น และอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของที่ประชุมใหญ่ของสมาชิก
      ประธานกรรมการชุมชนการเคหะเป็นผู้แทนของนิติบุคคลชุมชนการเคหะในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก แต่อาจมอบหมายเป็นหนังสือให้กรรมการชุมชนการเคหะคนหนึ่งทำการแทนในเรื่องที่มอบหมายได้
      มาตรา ๒๕/๗ กรรมการชุมชนการเคหะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
      (๑) เป็นผู้อยู่อาศัยในโครงการนั้น
      (๒) เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ
      (๓) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
      (๔) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
      (๕) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี
      (๖) ไม่เคยถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งกรรมการชุมชนการเคหะใด เว้นแต่พ้นกำหนดตำแหน่งเมื่อ
      มาตรา ๒๕/๘ นอกจากการพ้นตำแหน่งตามวาระ กรรมการชุมชการเคหะพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
      (๑) ตาย
      (๒) ลาออก
      (๓) มิได้อาศัยในโครงการติดต่อกันเกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน
      (๔) มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๕/๗ (๓) และ (๔)
      (๕) ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให
    • มาตรา ๗
    • เจ้าของเคหะในโครงการที่ กคช. ดำเนินการไปแล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หากประสงค์จะจัดตั้งนิติบุคคลชุมชนการเคหะตามพระราชบัญญัติการเคหะแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้กระทำได้โดยเข้าชื่อกันจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของเจ้าของเคหะทั้งหมดในโครงการนั้น และยื่นคำขอจัดตั้งนิติบุคคลชุมชนการเคหะพร้อมด้วยร่างข้อบังคับของนิติบุคคลชุมชนการเคหะที่จะจัดตั้งต่อ กคช. ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ กคช. กำหนด
      เมื่อ กคช. ได้รับคำขอตามวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการให้มีการจัดตั้งนิติบุคคลชุมชนการเคหะนั้นโดยเร็ว โดยให้นำความในหมวด ๒/๑ นิติบุคคลชุมชนการเคหะ แห่งพระราชบัญญัติการเคหะแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับโดยอนุโลม
    • มาตรา ๘
    • ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

      ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ


      ......................................
      นายกรัฐมนตรี
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail