Facebook


ร่างพระราชบัญญัติควบคุมยาสูบ พ.ศ. ....

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 3000 เวลา ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

หมวด ๑ คณะกรรมการนโยบายยาสูบแห่งชาต

หมวด ๒ คณะกรรมการควบคุมยาสูบ 

หมวด ๓ สำนักงานคณะกรรมการควบคุมยาสูบ

หมวด ๔ การควบคุมยาสูบ

หมวด ๕ การคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่

  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    หลักการและเหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบพ.ศ. ๒๕๓๕ และพระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้บังคับใช้มากว่า ๑๕ ปีแล้ว เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น และให้สอดคล้องกับพันธกรณีที่ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันไว้ต่อกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก (WHO Framework Convention on Tobacco Control) จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้


    อรัมภบท
    หมวด ๑ คณะกรรมการนโยบายยาสูบแห่งชาติ
    หมวด ๒ คณะกรรมการควบคุมยาสูบ
    หมวด ๓ สำนักงานคณะกรรมการควบคุมยาสูบ
    หมวด ๔ การควบคุมยาสูบ
    หมวด ๕ การคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่
    หมวด ๖ การบำบัดรักษาและฟื้นฟูสภาพผู้ติดยาสูบ
    หมวด ๗ พนักงานเจ้าหน้าที่
    หมวด ๘ บทกำหนดโทษ
    บทเฉพาะกาล









    • บทนิยามศัพท์
    • ประกอบด้วยคำนิยามศัพท์ต่างๆที่ใช้ในพระราชบัญญัตินี้เพื่อให้ถ้อยคำกระชับ ได้ใจความ เวลากล่าวถึงในเนื้อหาของแต่ละมาตรา
    • หมวด ๑
    • หมวด ๑ คณะกรรมการนโยบายยาสูบแห่งชาติ เป็นการกำหนดองค์ประกอบ อำนาจ หน้าที่ วาระและการพ้นจากการดำรงตำแหน่งของกรรมการ
    • หมวด ๒
    • หมวด ๒ คณะกรรมการควบคุมยาสูบ เป็นหมวดที่กำหนดองค์ประกอบ อำนาจหน้าที่ การดำรงตำแห่นงและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ
    • หมวด ๓
    • หมวด ๓ สำนักงานคณะกรรมการควบคุมยาสูบ เป็นหมวดที่อำนาจหน้าที่ของสำนักงานฯในการดำเนินงานของคณะกรรมการควบคุมยาสูบให้บรรลุวัตถุประสงค์
    • หมวด ๔
    • หมวด ๔ การควบคุมยาสูบ เป็นหมวดที่ควบคุมมิให้มีการโฆษณายาสูบไม่ว่ารูปแบบใดๆ เพื่อป้องกันการเข้าถึงของผู้บริโภคยาสูบ โดยเฉพาะเยาวชน
    • หมวด ๕
    • หมวด ๕ การคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ เป็นหมวดที่บัญญัติมาตราการต่างๆเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ต้องได้รับอันตรายจากการสูบบุหรี่
    • หมวด ๖
    • หมวด ๖ การบำบัดรักษาและฟื้นฟูสภาพผู้ติดยาสูบ กำหนดให้บุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถที่จะขอความช่วยเหลือจากสำนักงานในการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาสูบ
    • หมวด ๗
    • หมวด ๗ พนักงานเจ้าหน้าที่ กำหนดอำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
    • หมวด ๘
    • หมวด ๘ บทกำหนดโทษ เป็นหมวดที่บัญญัติถึงโทษของผู้ที่ละเมิดต่อกฎหมายโดยมีทั้งโทษจำคุกและโทษปรับ
    • บทเฉพาะกาล
    • กำหนดให้บรรดากฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งที่ออกตามพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. ๒๕๓๕ และพระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้ยังมีผลใช้บังคับอยู่ต่อไปเพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีกฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
  • การโฆษณา
  • 1. เรื่องการห้ามการโฆษณายาสูบในรูปแบบต่างๆในร่างพระราชบัญญัตินี้มีความครอบคลุมเพียงพอแล้วหรือไม่
  • การคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่
  • 2. การคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่มีมาตราการที่เพียงพอหรือไม่
  • อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่
  • 3. อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่มีมากหรือน้อยเกินไปในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
  • โทษ
  • 4.โทษจำคุกและโทษปรับในฐานความผิดต่างๆมีความเหมาะสมหรือไม่
    • มาตรา ๑
    • พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติควบคุมยาสูบ พ.ศ. ....
    • มาตรา ๒
    • พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
    • มาตรา ๓
    • ให้ยกเลิก
      (๑) พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. ๒๕๓๕
      (๒) พระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ. ๒๕๓๕
    • มาตรา ๔
    • ในพระราชบัญญัตินี้
      ยาสูบ หมายความว่า ยาสูบตามกฎหมายว่าด้วยยาสูบและผลิตภัณฑ์อื่นใดที่มีส่วนประกอบของใบยาสูบหรือพืชนิโคเชียนาทาแบกกุ้ม (NICOTIANATABACUM) ไม่ว่าจะใช้บริโภคโดยวิธีสูบ ดูด ดม อม เคี้ยว กิน เป่าหรือพ่นเข้าไปในปากหรือจมูก หรือโดยวิธีอื่นใดเพื่อให้ได้ผลเป็นเช่นเดียวกัน
      ผู้ติดยาสูบ หมายความว่า บุคคลที่บริโภคยาสูบเป็นประจำติดต่อกันและตกอยู่ในสภาพที่จำเป็นต้องพึ่งยาสูบนั้น
      หีบห่อ หมายความว่า ซอง ห่อ หรือสิ่งบรรจุอื่นซึ่งใช้ในการหุ้มห่อบรรจุยาสูบ
      โฆษณา หมายความว่า การกระทำไม่ว่าโดยวิธีใดๆให้ประชาชนเห็น ได้ยิน หรือทราบข้อความเพื่อประโยชน์ในทางการค้า และให้หมายความรวมถึงการสื่อสารการตลาด
      การสื่อสารการตลาด หมายความว่า การกระทำกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะขายสินค้า บริการหรือภาพลักษณ์ การประชาสัมพันธ์ การเผยแพร่ข่าวสาร การส่งเสริมการขาย การแสดงสินค้า การจัดหรือสนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรมพิเศษ และการตลาดแบบตรง
      ข้อความ หมายความรวมถึง การกระทำให้ปรากฏด้วยตัวอักษร ภาพ ภาพยนตร์ แสง เสียง เครื่องหมายหรือการกระทำอย่างใดๆ ที่ทำให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าใจความหมายได้
      ฉลาก หมายความว่า รูป รอยประดิษฐ์ กระดาษหรือสิ่งอื่นใดที่ทำให้ปรากฏข้อความเกี่ยวกับสินค้าซึ่งแสดงไว้ที่สินค้าหรือภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุสินค้า หรือสอดแทรกหรือรวมไว้กับสินค้าหรือภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุสินค้าและหมายความรวมถึงเอกสาร หรือคู่มือสำหรับใช้ประกอบกับสินค้า ป้ายที่ติดตั้งหรือแสดงไว้ที่สินค้าหรือภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุสินค้านั้น
      ขาย หมายความรวมถึง จำหน่าย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน ให้ เพื่อประโยชน์ในทางการค้า
      ผู้ดำเนินการ หมายความว่า เจ้าของ ผู้จัดการ ผู้ควบคุม หรือผู้ที่รับผิดชอบดำเนินงานของสถานที่ที่ให้มีการคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่
      สูบบุหรี่ หมายความว่าการกระทำใดๆ ซึ่งมีผลทำให้เกิดควันจากการเผาไหม้ของยาสูบ
      เขตปลอดบุหรี่ หมายความว่า บริเวณที่ห้ามมิให้มีการสูบบุหรี่
      เขตสูบบุหรี่ หมายความว่า บริเวณที่ให้มีการสูบบุหรี่ได้
      คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการนโยบายยาสูบแห่งชาติ
      คณะกรรมการควบคุม หมายความว่า คณะกรรมการควบคุมยาสูบ สำนักงาน หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการควบคุมยาสูบ
      พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
      ผู้อำนวยการ หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมยาสูบ
      อธิบดี หมายความว่า อธิบดีกรมควบคุมโรค
      รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
    • มาตรา ๕
    • ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ กับออกกฎกระทรวง ระเบียบหรือประกาศ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
      กฎกระทรวง ระเบียบหรือประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
    • หมวด ๑
    • คณะกรรมการนโยบายยาสูบแห่งชาติ
    • มาตรา ๖
    • ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการนโยบายยาสูบแห่งชาติ ประกอบด้วย
      (๑) นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธานกรรมการ
      (๒) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นรองประธานกรรมการ
      (๓) กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวงคมนาคม ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
      (๔) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกินหกคน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ด้านสังคมสงเคราะห์ แพทย์ จิตวิทยา กฎหมาย เศรษฐศาสตร์ การศึกษา การศาสนา หรือนิเทศศาสตร์ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละด้านไม่เกินหนึ่งคน
      (๕) ผู้แทนองค์กรเอกชน จำนวนไม่เกินแปดคน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากบุคคล
      ซึ่งได้รับการเสนอชื่อจากองค์กรเอกชนที่มีวัตถุประสงค์มิใช่เป็นการแสวงหากำไร และดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการสนับสนุนและรณรงค์ให้มีการลดและเลิกการบริโภคยาสูบและคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ หรือดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิของเด็กและเยาวชน และเป็นผู้แทนองค์กรเอกชนที่ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิของเด็กและเยาวชนจำนวนสองคน ทั้งนี้ตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด
      ให้อธิบดีกรมควบคุมโรคเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ผู้อำนวยการเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
    • มาตรา ๗
    • กรรมการตามมาตรา ๖ (๔) และ (๕) ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
      (๑) มีสัญชาติไทย
      (๒) ไม่เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
      (๓) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
      (๔) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งในทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น กรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมือง
      หรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง
      (๕) ไม่เป็นผู้ประกอบกิจการยาสูบหรือมีส่วนได้เสียในกิจการเกี่ยวกับยาสูบ
      (๖) ไม่เป็นผู้ติดยาสูบ
    • มาตรา ๘
    • กรรมการตามมาตรา ๖ (๔) และ (๕) มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้
      ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งตามวาระในวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการแต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่ภายในเก้าสิบวัน ในระหว่างที่ยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่ ให้กรรมการซึ่งพ้น
      จากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่ากรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่
    • มาตรา ๙
    • นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการตามมาตรา ๖ (๔) และ (๕) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
      (๑) ตาย
      (๒) ลาออก
      (๓) คณะรัฐมนตรีให้ออก
      (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๗
      ในกรณีที่กรรมการตามมาตรา ๖ (๔) และ (๕) พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้มี
      การแต่งตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่กรรมการพ้นจากตำแหน่ง เว้นแต่วาระของกรรมการจะเหลือไม่ถึงเก้าสิบวัน และในระหว่างที่ยังมิได้แต่งตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้กรรมการที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้
    • มาตรา ๑๐
    • ในกรณีที่มีการแต่งตั้งกรรมการตามมาตรา ๖ (๔) และ (๕)ในระหว่างที่กรรมการตามมาตรา ๖ (๔) และ (๕) ซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งเพิ่มขึ้นหรือแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งนั้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้วนั้น
    • มาตรา ๑๑
    • การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุม
      ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่มาประชุม หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม หากรองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
      การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งใน
      การลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

    • มาตรา ๑๒
    • คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
      (๑) กำหนดนโยบาย แผนงาน และมาตรการต่างๆ เกี่ยวกับการควบคุมยาสูบและคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ ตลอดจนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสภาพผู้ติดยาสูบ เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี
      (๒) ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับนโยบาย แผนงาน และมาตรการตาม (๑) ต่อคณะกรรมการควบคุมและรัฐมนตรี
      (๓) ติดตามประเมินผลและตรวจสอบการดำเนินงานของคณะกรรมการควบคุม
      (๔) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นหรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย


    • มาตรา ๑๓
    • คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
      ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๑ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน โดยอนุโลม
    • หมวด ๒
    • คณะกรรมการควบคุมยาสูบ
    • มาตรา ๑๔
    • ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการควบคุมยาสูบ ประกอบด้วย
      (๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานกรรมการ
      (๒) ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นรองประธานกรรมการ
      (๓) กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ อัยการสูงสุด อธิบดีกรมการปกครอง
      อธิบดีกรมการแพทย์ อธิบดีกรมการศาสนา อธิบดีกรมคุมประพฤติ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น อธิบดีกรมสุขภาพจิต อธิบดีกรมสรรพสามิต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปลัดกรุงเทพมหานคร เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
      (๔) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนไม่เกินสามคน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ด้านสังคมสงเคราะห์ แพทย์ จิตวิทยา กฎหมาย เศรษฐศาสตร์ การศึกษา การศาสนา หรือนิเทศศาสตร์ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละด้านไม่เกินหนึ่งคน
      (๕) ผู้แทนองค์กรเอกชน จำนวนไม่เกินสามคน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากบุคคล
      ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากองค์กรเอกชนที่มีวัตถุประสงค์มิใช่เป็นการแสวงหากำไร และดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการสนับสนุนและรณรงค์ให้มีการลดการบริโภคยาสูบและคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ ทั้งนี้ตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด
      ให้อธิบดีกรมควบคุมโรคเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ผู้อำนวยการเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
    • มาตรา ๑๕
    • ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ มาใช้บังคับกับคณะกรรมการควบคุมโดยอนุโลม
    • มาตรา ๑๖
    • คณะกรรมการควบคุมมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
      (๑) เสนอนโยบาย แผนงาน และมาตรการต่างๆ เกี่ยวกับการควบคุมยาสูบและคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ ตลอดจนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสภาพผู้ติดยาสูบ ต่อคณะกรรมการ
      (๒) เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีในการกำหนดสถานที่ห้ามขายยาสูบ วิธีหรือลักษณะการขายยาสูบที่ต้องห้าม สถานที่หรือบริเวณห้ามสูบบุหรี่และสถานที่ที่ให้มีการคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ และการห้ามสิ่งอื่นใดที่ใช้เป็นการโฆษณายาสูบ
      (๓) เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวง ระเบียบและประกาศเพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
      (๔) ให้คำปรึกษาแนะนำ และประสานงานแก่หน่วยงานของรัฐและเอกชนเกี่ยวกับการควบคุมยาสูบและคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ รวมทั้งการเสนอมาตรการในการป้องกันผลกระทบจากการบริโภคยาสูบ
      (๕) เชิญข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้าง ของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจหรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือบุคคลหนึ่งบุคคลใดมาให้ข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นหรือให้จัดส่งเอกสาร
      หรือข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้
      (๖) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ หรือตามมติคณะกรรมการ
    • มาตรา ๑๗
    • คณะกรรมการควบคุมมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการตามที่คณะกรรมการควบคุมมอบหมาย
      ให้นำบทบัญญัติมาตรา๑๑มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน โดยอนุโลม
    • มาตรา ๑๘
    • ให้มีคณะกรรมการควบคุมยาสูบกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นประธานกรรมการ ปลัดกรุงเทพมหานครเป็นรองประธานกรรมการ ผู้แทนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ผู้แทนกรมประชาสัมพันธ์ ผู้แทนกรมสรรพสามิต ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ และผู้อำนวยการเป็นกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน ๔ คน ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ด้านสังคมสงเคราะห์ แพทย์ จิตวิทยา และกฎหมาย ด้านละหนึ่งคน
      ให้ผู้อำนวยการสำนักอนามัยเป็นกรรมการและเลขานุการ
      คณะกรรมการควบคุมยาสูบกรุงเทพมหานคร จะแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ในสำนักอนามัยไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการก็ได้
    • มาตรา ๑๙
    • ให้มีคณะกรรมการควบคุมยาสูบจังหวัด ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกรรมการ รองผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นรองประธานกรรมการ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด สรรพสามิตพื้นที่ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัด ประชาสัมพันธ์จังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่รับผิดชอบในเขตจังหวัด ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายในเขตจังหวัดที่ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งจังหวัดละไม่เกินสี่คน เป็นกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน ๔ คน ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ด้านสังคมสงเคราะห์ แพทย์ จิตวิทยา และกฎหมายด้านละหนึ่งคน
      ให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเป็นกรรมการและเลขานุการ
      คณะกรรมการควบคุมยาสูบจังหวัดจะแต่งตั้งข้าราชการในสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการก็ได้
    • มาตรา ๒๐
    • ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ และมาตรา ๑๐ มาใช้บังคับกับการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง การแต่งตั้งกรรมการแทนและการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๑๘ และมาตรา ๑๙ โดยอนุโลม เว้นแต่อำนาจของคณะรัฐมนตรีตามมาตรา ๙ (๓) ให้เป็นอำนาจของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วแต่กรณี
    • มาตรา ๒๑
    • ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๓ มาใช้บังคับกับการประชุมและการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานของคณะกรรมการควบคุมยาสูบกรุงเทพมหานครและคณะกรรมการควบคุมยาสูบจังหวัด โดยอนุโลม
    • มาตรา ๒๒
    • คณะกรรมการควบคุมยาสูบกรุงเทพมหานคร และคณะกรรมการควบคุมยาสูบจังหวัด มีอำนาจและหน้าที่ในเขตกรุงเทพมหานครหรือในเขตจังหวัดแล้วแต่กรณี ดังต่อไปนี้
      (๑) เสนอความเห็นเกี่ยวกับมาตรการต่างๆในการควบคุมยาสูบและคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ ตลอดจนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสภาพผู้ติดยาสูบ ต่อคณะกรรมการควบคุม
      (๒) ให้คำปรึกษาแนะนำ และประสานงานแก่หน่วยงานของรัฐและเอกชนเกี่ยวกับ
      การควบคุมการผลิต การนำเข้า การขาย การโฆษณา และการบริโภคยาสูบและคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ รวมทั้งการเสนอมาตรการในการป้องกันผลกระทบจากการบริโภคยา สูบ
      (๓) กำหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อเฝ้าระวังและป้องกันมิให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงยาสูบ
      (๔) กำหนดแนวทางปฏิบัติให้สอดคล้องกับนโยบายของคณะกรรมการในการ ลด
      และเลิกการบริโภคยาสูบ
      (๕) ติดตาม ประเมินผลและตรวจสอบการดำเนินงานเกี่ยวกับการ ลด และเลิก
      การบริโภคยาสูบและคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ แล้วรายงานผลต่อคณะกรรมการควบคุม
      (๖) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการหรือคณะกรรมการควบคุมมอบหมาย
    • มาตรา ๒๓
    • ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้กรรมการและอนุกรรมการเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
    • หมวด ๓
    • สำนักงานคณะกรรมการควบคุมยาสูบ
    • มาตรา ๒๔
    • ให้จัดตั้ง สำนักงานคณะกรรมการควบคุมยาสูบ ขึ้นในกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
      ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของสำนักงาน
    • มาตรา ๒๕
    • ให้สำนักงานมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
      (๑) ปฏิบัติงานธุรการของคณะกรรมการและคณะกรรมการควบคุม
      (๒) ศึกษา วิเคราะห์ และทำการศึกษาวิจัยปัญหาต่างๆเกี่ยวกับยาสูบ
      (๓) ประสานงานและร่วมมือกับคณะกรรมการควบคุมยาสูบกรุงเทพมหานคร คณะกรรมการควบคุมยาสูบจังหวัด ส่วนราชการ และหน่วยงานของรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานเกี่ยวกับยาสูบ
      (๔) เป็นศูนย์กลางข้อมูลเกี่ยวกับยาสูบ
      (๕) รวบรวมผลการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ดำเนินการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบาย รวมทั้งแผนงานและมาตรการต่างๆ ในการควบคุมยาสูบและการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสภาพผู้ติดยาสูบ ของหน่วยงานของรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง แล้วรายงานให้คณะกรรมการและคณะกรรมการควบคุมทราบ
      (๖) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการหรือคณะกรรมการควบคุม มอบหมาย
    • หมวด ๔
    • การควบคุมยาสูบ
    • มาตรา ๒๖
    • ห้ามมิให้ผู้ใด ขาย ยาสูบแก่บุคคลผู้มีอายุไม่ครบสิบแปดปีบริบูรณ์
    • มาตรา ๒๗
    • ห้ามมิให้ผู้ใดขายยาสูบหรือนำยาสูบออกแสดงเพื่อขายโดยวิธีการหรือในลักษณะดังต่อไปนี้
      (๑) การใช้เครื่องขาย
      (๒) การเร่ขาย
      (๓) โดยลดราคา แจก แถม ให้ยาสูบหรือแลกเปลี่ยนกับยาสูบหรือกับสินค้าอื่นหรือการให้บริการหรือสิทธิประโยชน์อย่างอื่นแล้วแต่กรณี
      (๔) ให้หรือเสนอให้สิทธิในการเข้าชมการแข่งขัน การแสดง การให้บริการ การชิงโชค การชิงรางวัล หรือสิทธิประโยชน์อื่นใดเป็นการตอบแทนแก่ผู้ซื้อยาสูบหรือแก่ผู้นำหีบห่อหรือสลากหรือสิ่งอื่นใดเกี่ยวกับยาสูบมาแลกเปลี่ยนหรือแลกซื้อ
      (๕) แจกจ่ายยาสูบในลักษณะเป็นตัวอย่างของยาสูบหรือเป็นการจูงใจของสาธารณชนให้บริโภคยาสูบ
      (๖) โดยวิธีการหรือลักษณะอื่นใดตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
    • มาตรา ๒๘
    • ห้ามมิให้ผู้ใดขายยาสูบในสถานที่ดังต่อไปนี้
      (๑) ศาสนสถานหรือสถานที่สำหรับปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา รวมทั้งบริเวณต่อเนื่องติดกับศาสนสถานหรือสถานที่สำหรับปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนานั้นด้วย
      (๒) สถานบริการสาธารณสุขของรัฐ สถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล และร้านขายยาตามกฎหมายว่าด้วยยา
      (๓) สถานที่ราชการ ยกเว้นบริเวณที่จัดไว้เป็นร้านค้าหรือสโมสร
      (๔) หอพักตามกฎหมายว่าด้วยหอพัก
      (๕) สถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ รวมทั้งบริเวณต่อเนื่องติดกับสถานศึกษานั้นด้วย
      (๖) สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงหรือร้านค้าในบริเวณต่อเนื่องติดกับสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
      (๗) สถานที่อื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุม

    • มาตรา ๒๙
    • ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณายาสูบหรือแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของยาสูบ
      (๑)ในสิ่งพิมพ์ เทปหรือวัสดุโทรทัศน์ ทางภาพยนตร์ ทางวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ป้ายโฆษณา หรือสิ่งอื่นใดที่ใช้เป็นการโฆษณาได้ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
      (๒) ในโรงมหรสพ หรือในการแสดง การละเล่น การประกวด การแข่งขัน การให้บริการ การใช้บุคคล หรือการประกอบกิจกรรมอื่นใดโดยมีวัตถุประสงค์หรือมีผลทำให้สาธารณชนเข้าใจว่าเป็นชื่อ หรือเครื่องหมายของยาสูบ
    • มาตรา ๓๐
    • ห้ามมิให้ผู้ใดนำชื่อหรือเครื่องหมายของยาสูบไปแสดงบนผลิตภัณฑ์อื่นใดที่ไม่ใช่ยาสูบ ในลักษณะที่อาจทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นการโฆษณาชื่อหรือเครื่องหมายของยาสูบ ทั้งนี้ให้รวมถึงการนำชื่อหรือเครื่องหมายของยาสูบมาตัด ต่อเติม หรือดัดแปลงข้อความเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์นั้นด้วย
    • มาตรา ๓๑
    • ห้ามมิให้ผู้ใดขายหรือโฆษณาผลิตภัณฑ์ที่ใช้ชื่อหรือเครื่องหมายของยาสูบเป็นชื่อหรือเครื่องหมายของผลิตภัณฑ์นั้น ทั้งนี้ให้รวมถึงการโฆษณาโดยนำชื่อหรือเครื่องหมายของยาสูบมาตัด ต่อเติม หรือดัดแปลงข้อความเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์นั้นด้วย
    • มาตรา ๓๒
    • ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาชื่อ หรือเครื่องหมายของผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือตัวแทนของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้ายาสูบในลักษณะที่อาจทำให้แพร่หลายซึ่งชื่อหรือเครื่องหมายของผู้ผลิต ผู้นำเข้าหรือตัวแทนของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้ายาสูบ
    • มาตรา ๓๓
    • ห้ามมิให้ผู้ใดผลิตหรือนำเข้า เพื่อขายหรือเพื่อจ่ายแจกเป็นการทั่วไป ซึ่งผลิตภัณฑ์อื่นใดที่มีรูปลักษณะทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นสิ่งเลียนแบบยาสูบ หรือหีบห่อผลิตภัณฑ์ดังกล่าว
      ห้ามมิให้ผู้ใดขายหรือโฆษณา ผลิตภัณฑ์ตามวรรคหนึ่ง
    • มาตรา ๓๔
    • ยาสูบที่จะขายได้ต้องมีส่วนประกอบตามมาตรฐานที่กำหนดในกฎกระทรวง
      ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้ายาสูบมีหน้าที่ต้องแจ้งรายการส่วนประกอบของยาสูบให้กระทรวงสาธารณสุขทราบตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
      ในกรณีที่ยาสูบใดมีส่วนประกอบไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง ให้รัฐมนตรีมีอำนาจออกคำสั่งห้ามมิให้มีการขายหรือนำเข้ายาสูบนั้น
    • มาตรา ๓๕
    • ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้ายาสูบต้องแสดงฉลากที่หีบห่อยาสูบก่อนที่จะนำออกจากแหล่งผลิตหรือก่อนที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักร แล้วแต่กรณี
      หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการแสดงฉลากและข้อความในฉลากให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
    • มาตรา ๓๖
    • ห้ามมิให้ผู้ใดขายยาสูบที่มิได้แสดงฉลากตามที่กำหนดในมาตรา ๓๕ บนหีบห่อยาสูบ
    • หมวด ๕
    • การคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่
    • มาตรา ๓๗
    • ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา
      (๑) กำหนดชื่อหรือประเภทของสถานที่และกำหนดส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของสถานที่นั้นให้มีการคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่
      (๒) กำหนดสภาพ ลักษณะและมาตรฐาน ของเขตปลอดบุหรี่และเขตสูบบุหรี่
      (๓) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการแสดงเครื่องหมายในเขตสูบบุหรี่หรือเขตปลอดบุหรี่
    • มาตรา ๓๘
    • เมื่อรัฐมนตรีประกาศตามมาตรา ๓๗ แล้ว ให้ผู้ดำเนินการมีหน้าที่
      (๑) จัดและดูแลให้เขตปลอดบุหรี่หรือเขตสูบบุหรี่ มีสภาพ ลักษณะ และมาตรฐานตามที่รัฐมนตรีกำหนด
      (๒) จัดและดูแลให้มีเครื่องหมายในเขตปลอดบุหรี่หรือเขตสูบบุหรี่ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนด
    • มาตรา ๓๙
    • ห้ามมิให้ผู้ใดสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่
    • หมวด ๖
    • การบำบัดรักษาและฟื้นฟูสภาพผู้ติดยาสูบ
    • มาตรา ๔๐
    • ผู้ติดยาสูบหรือญาติ คณะบุคคล หรือองค์กรทั้งภาครัฐหรือเอกชนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสภาพผู้ติดยาสูบ อาจขอรับการสนับสนุนเพื่อการบำบัดรักษาหรือฟื้นฟูสภาพ จากสำนักงานได้ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขตามที่คณะกรรมการควบคุมกำหนด
    • หมวด ๗
    • พนักงานเจ้าหน้าที่
    • มาตรา ๔๑
    • ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
      (๑) เข้าไปในสถานที่ทำการของผู้ผลิต นำเข้า หรือขายยาสูบ สถานที่ผลิต นำเข้า หรือขายยาสูบ สถานที่เก็บยาสูบ ในเวลาทำการของสถานที่นั้น รวมถึงเข้าตรวจสอบยานพาหนะเพื่อตรวจสอบการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
      (๒) นำยาสูบในปริมาณพอสมควรไปเป็นตัวอย่างเพื่อตรวจสอบ
      (๓) ยึดหรืออายัดยาสูบหรือสิ่งอื่นใดที่เกี่ยวข้องของผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ขายหรือผู้ดำเนินการที่ฝ่าฝืนหรือไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
      (๔) มีหนังสือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งเอกสารหรือวัตถุใดมาเพื่อประกอบการพิจารณา
      (๕) เข้าไปในสถานที่ตามที่รัฐมนตรีประกาศตามมาตรา ๓๗ (๑) ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือเวลาทำการของสถานที่นั้น เพื่อตรวจสอบหรือควบคุมให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
    • มาตรา ๔๒
    • ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง
      บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
    • มาตรา ๔๓
    • ให้ผู้ดำเนินการและบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องกับสถานที่สาธารณะอำนวยความสะดวกตามสมควรแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๔๑
    • มาตรา ๔๔
    • ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
    • หมวด ๘
    • บทกำหนดโทษ
    • มาตรา ๔๕
    • ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ หรือมาตรา ๒๘ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    • มาตรา ๔๖
    • ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๙ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน ห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    • มาตรา ๔๗
    • ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๓๐ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    • มาตรา ๔๘
    • ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ หรือมาตรา ๓๓ วรรคหนึ่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
      ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๓๓ วรรคสองต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    • มาตรา ๔๙
    • ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๔ หรือมาตรา ๓๕ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    • มาตรา ๕๐
    • ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๓๖ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท
    • มาตรา ๕๑
    • ในกรณีที่ผู้ฝ่าฝืน มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ หรือมาตรา ๓๖ เป็นผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษเป็นสองเท่าของโทษที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น
    • มาตรา ๕๒
    • ผู้ดำเนินการผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๘ (๑) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาท
    • มาตรา ๕๓
    • ผู้ดำเนินการผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๘ (๒) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามพันบาท
    • มาตรา ๕๔
    • ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๓๙ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามพันบาท
    • มาตรา ๕๕
    • ผู้ใดต่อสู้หรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๔๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
      ผู้ใดไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๔๓ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามพันบาท
    • มาตรา ๕๖
    • ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดซึ่งต้องรับโทษตามพระราชบัญญัตินี้เป็นนิติบุคคลกรรมการผู้จัดการ หรือผู้รับผิดชอบในการดำเนินการของนิติบุคคลนั้น ต้องรับโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการกระทำของนิติบุคคลนั้นได้กระทำโดยตนมิได้รู้เห็นหรือยินยอมด้วย
    • มาตรา ๕๗
    • บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ให้คณะกรรมการควบคุม มีอำนาจเปรียบเทียบได้ และในการนี้ให้คณะกรรมการควบคุมมีอำนาจมอบหมายให้คณะอนุกรรมการ พนักงานสอบสวน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการเปรียบเทียบได้ โดยจะกำหนดหลักเกณฑ์ในการเปรียบเทียบ หรือเงื่อนไขประการใดๆให้แก่ผู้ได้รับมอบหมายตามที่เห็นสมควรก็ได้
      ในการสอบสวน ถ้าพนักงานสอบสวนพบว่าบุคคลใดกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ และบุคคลนั้นยินยอมให้เปรียบเทียบ ให้พนักงานสอบสวนส่งเรื่องมายังคณะกรรมการควบคุมหรือผู้ซึ่งคณะกรรมการควบคุมมอบหมายให้มีอำนาจเปรียบเทียบตามวรรคหนึ่งภายในเจ็ดวัน นับแต่วันที่ผู้นั้นแสดงความยินยอมให้เปรียบเทียบ
      เมื่อผู้กระทำความผิดได้เสียค่าปรับตามที่เปรียบเทียบแล้วให้ถือว่าคดีเลิกกัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
    • บทเฉพาะกาล
    • มาตรา ๕๘
    • บรรดากฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งที่ออกตามพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. ๒๕๓๕ และพระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้ยังมีผลใช้บังคับอยู่ต่อไปเพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีกฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
    • หมายเหตุ
    • :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบพ.ศ. ๒๕๓๕ และพระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ. ๒๕๓๕
      ได้บังคับใช้มากว่า ๑๕ ปีแล้ว เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น และให้สอดคล้อง
      กับพันธกรณีที่ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันไว้ต่อกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก (WHO Framework Convention on Tobacco Control) จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail