Facebook


ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 6978 เวลา ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

ร่าง

พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง  (ฉบับที่ ..)

 

 

.. .

 

 

__________________________

 

 

 

 

 

…………………………..

 

 

…………………………..

 

 

…………………………..

 

 

………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    โดยที่บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ในส่วนที่เกี่ยวกับ การบังคับคดีที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันบางส่วนยังมีข้อขัดข้อง ไม่มีการคุ้มครองสิทธิของบุคคลภายนอกคดีอย่างเพียงพอ มีการอาศัยช่องว่างจากบทบัญญัติแห่งกฎหมายโดยไม่สุจริต ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม แก่คู่ความผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดี อันทำให้เกิดความล่าช้าในการปฏิบัติงาน สมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติดังกล่าวให้มีความเหมาะสม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

    แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ดังต่อไปนี้
    (๑) กำหนดหลักเกณฑ์ในการลดขั้นตอนการบังคับคดีที่มิได้ส่งผลกระทบต่อความยุติธรรมลง
    (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๗๘ วรรคสาม ๒๘๕ วรรคสี่ มาตรา ๒๘๖ วรรคห้า มาตรา ๓๐๖
    มาตรา ๓๐๗ วรรคสอง มาตรา ๓๐๘)
    (๒) กำหนดมาตรการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินของบุคคลภายนอกคดี (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๘๓
    วรรคสอง)
    (๓) กำหนดมาตรการเพื่อป้องกันการอาศัยช่องว่างทางกฎหมายที่ไม่สุจริต (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๐๙
    วรรคสอง)
    (๔) กำหนดหลักเกณฑ์เพื่อแก้ไขข้อขัดข้องและอุปสรรคในการดำเนินงานด้านการบังคับคดี
    (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๑๐ (๑) (๒)
    เพิ่มเติมมาตรา ๒๗๘ วรรคหก มาตรา ๒๗๙ วรรคสอง มาตรา ๓๐๙ ทวิ วรรคห้า
    มาตรา ๓๐๙ จัตวา มาตรา ๓๐๙ เบญจ )






    • ประเด็นแรก
    • ประเด็นแรก ลดขั้นตอนในการบังคับคดีที่มิได้ส่งผลกระทบต่อความยุติธรรมลง
    • ประเด็นที่สอง
    • ประเด็นที่สอง เพิ่มมาตราการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินของบุคคลภายนอกคดี
    • ประเด็นที่สาม
    • ประเด็นที่สาม เพิ่มมาตรการป้องกันการอาศัยช่องว่างทางกฎหมายโดยไม่สุจริต
    • ประเด็นที่สี่
    • ประเด็นที่สี่ เพื่อขจัดข้อขัดข้องและอุปสรรคในการดำเนินงานบังคับคดี
  • ประเด็นแรก ลดขั้นตอนในการบังคับคดีที่มิได้ส่งผลกระทบต่อความยุติธรรมลง
  • ประเด็นแรก ลดขั้นตอนในการบังคับคดีที่มิได้ส่งผลกระทบต่อความยุติธรรมลง
    เหตุผลหลักในการขอแก้ไขกฎหมายเพื่อลดขั้นตอนในการบังคับคดีก็เนื่องมาแต่
    ในชั้นการบังคับตามคำพิพากษานั้นถือเป็นปลายทางของกระบวนการยุติธรรมในการยุติข้อพิพาทระหว่างคู่ความภายหลังจากที่ได้มีการต่อสู้กันมาในชั้นพิจารณาแล้ว ย่อมถือได้ว่าข้อยุติตามคำพิพากษาดังกล่าวผ่านการกลั่นกรองมาระดับหนึ่ง จึงสมควรที่จะเร่งรัดให้คู่ความได้รับการเยียวยาหรือปฏิบัติตามคำพิพากษาโดยเร็ว มิต้องให้ล่าช้าออกไปเพราะขั้นตอนการบังคับคดีอีก ประกอบกับขั้นตอนที่กรมบังคับคดีเสนอขอแก้ไขก็จำกัดเฉพาะเท่าที่พิจารณาแล้วเห็นว่ามิได้มีผลต่อความยุติธรรมในการบังคับคดีแต่อย่างใด จึงได้ดำเนินการขอแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งรวมทั้งสิ้น ๖ มาตรา ได้แก่ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๗๘ วรรคสาม มาตรา ๒๘๕ วรรคสี่ มาตรา ๒๘๖ วรรคห้า มาตรา ๓๐๖ มาตรา ๓๐๗ และ มาตรา ๓๐๘
  • ประเด็นที่สอง เพิ่มมาตรการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินของบุคคลภายนอกคดี
  • ประเด็นที่สอง เพิ่มมาตรการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินของบุคคลภายนอกคดี
    ด้วยเหตุที่บทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในปัจจุบันได้ให้อำนาจเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอย่างกว้างขวางในการที่จะนำชี้ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินต่าง ๆ ซึ่งอ้างว่าเป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษา แต่กลับปรากฏว่าในหลายกรณีแม้ เจ้าพนักงานบังคับคดีมีความสงสัยว่าทรัพย์สินที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษานำชี้ให้ยึดหรืออายัดดังกล่าวเป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษาจริงหรือไม่ ก็มิอาจที่จะกระทำการอย่างใดได้ นอกจากจำต้องดำเนินการตามความประสงค์ของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ทั้งนี้ เพราะถูกจำกัดโดยผลของประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งอนุญาตให้เจ้าพนักงานบังคับคดีสามารถร้องขอต่อศาลเพื่อกำหนด วิธีดำเนินการอย่างใด ๆ แก่ทรัพย์สินซึ่งเจ้าพนักงานมีความสงสัยว่าเป็นของลูกหนี้หรือไม่เฉพาะในกรณีทรัพย์สินที่มีทะเบียนเท่านั้น แม้ว่าภายหลังจากที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินดังกล่าวแล้ว กฎหมายจะได้บัญญัติช่องทางให้แก่บุคคลซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานบังคับคดี ได้ยึดไว้สามารถร้องขอต่อศาลเพื่อให้มีคำสั่งปล่อยทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้ก็ตาม ทว่า ในช่วงก่อนระยะเวลาที่ศาลจะได้มีคำสั่ง สิทธิของผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สินอันแท้จริงย่อมถูกกระทบเป็นอย่างมากเพราะทรัพย์สินใดที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดไว้ย่อมถูกจำกัดการทำนิติกรรมใด ๆ ที่เป็นการจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินนั้น ด้วยเหตุดังกล่าว จึงสมควรที่จะขยายบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีสามารถร้องต่อศาลเพื่อกำหนดวิธีการอย่างใด ๆ แก่ทรัพย์สินที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษานำชี้ให้ยึดหรืออายัด ซึ่งเจ้าพนักงานมีความสงสัยว่าทรัพย์สินดังกล่าว
    เป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่ได้ โดยมิจำกัดว่าจะต้องเป็นทรัพย์สินที่ปรากฏหลักฐานทางทะเบียนเท่านั้นดังที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งได้บัญญัติไว้ในปัจจุบันจึงเป็นที่มา ในการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๘๓ วรรคสอง ครั้งนี้
  • ประเด็นที่สาม เพิ่มมาตรการป้องกันการอาศัยช่องว่างทางกฎหมายโดยไม่สุจริต
  • ประเด็นที่สาม เพิ่มมาตรการป้องกันการอาศัยช่องว่างทางกฎหมายโดยไม่สุจริต
    ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งแม้จะได้บัญญัติวิธีการดำเนินการบังคับตาม คำพิพากษาใด ๆ ที่ต้องกระทำผ่านหรืออาศัยเจ้าพนักงานบังคับคดีไว้ แต่ก็มิได้เป็นการมอบอำนาจให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีโดยเด็ดขาดและปราศจากการตรวจสอบการใช้อำนาจแต่อย่างใด ดังจะเห็น ได้จากบทบัญญัติ มาตรา ๒๙๖ และมาตรา ๓๐๙ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เป็นต้น ทั้งนี้ ก็เพื่อสร้างหลักประกันแก่คู่ความตลอดจนบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในการบังคับคดี ว่าจะได้รับความยุติธรรมอย่างแท้จริงจากการดำเนินการของเจ้าพนักงานบังคับคดี
    อย่างไรก็ดี กลับปรากฏว่าบุคคลบางกลุ่มได้อาศัยช่องทางการตรวจสอบต่าง ๆ ที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ไปในทางไม่สุจริต หวังเพียงแต่เพื่อที่จะทำให้การบังคับคดีเนิ่นช้าออกไป มากที่สุดเท่านั้น ที่น่าตกใจยิ่งไปกว่าก็คือ ปริมาณของบุคคลผู้อาศัยช่องว่างทางกฎหมายโดยเจตนา ไม่สุจริตดังกล่าวกำลังทวีจำนวนมากขึ้นทุกขณะจนส่งผลกระทบในวงกว้างต่อบุคคลผู้สุจริตทุกฝ่าย ในกระบวนการบังคับคดี ด้วยเหตุนี้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการขอแก้ไขประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่งเพื่อป้องกันปัญหาข้างต้น แต่ทั้งนี้ก็ยังคงอยู่ภายใต้หลักการที่ว่าจะต้องมิให้กระทบกระเทือนต่อความยุติธรรมที่คู่ความตลอดจนบุคคลผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในกระบวนการบังคับคดีพึงได้รับ จนนำมาสู่การแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๐๙ วรรคสอง ต่อไป
  • ประเด็นที่สี่ เพื่อขจัดข้อขัดข้องและอุปสรรคในการดำเนินงานบังคับคดี
  • ประเด็นที่สี่ เพื่อขจัดข้อขัดข้องและอุปสรรคในการดำเนินงานบังคับคดี
    ท่ามกลางสภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสภาพเศรษฐกิจและสังคม ในปัจจุบัน ย่อมมิอาจปฏิเสธความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนเพื่อให้เท่าทันกับสภาวการณ์ข้างต้นได้ ตัวบทกฎหมายก็เช่นเดียวกัน ข้อเท็จจริงสภาพปัญหาใหม่ย่อมก่อตัวขึ้นตลอดเวลา เนื้อหาในกฎหมายที่ได้มีการบัญญัติไว้แต่เดิมย่อมไม่อาจครอบคลุมหรือไม่ตรงตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและอาจมีผลกระทบต่อการวินิจฉัยปัญหานั้น ๆ ได้
    ในส่วนงานบังคับคดีก็เช่นเดียวกัน ณ ปัจจุบันกรมบังคับคดีพบสภาพปัญหาต่าง ๆ ที่ไม่อาจหาทางแก้ไขได้ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งหลายประการ อาทิ กรณีผู้ประมูลซื้ออาคารชุดได้จากการขายทอดตลาดของกรมบังคับคดีแล้วมิอาจดำเนินการ
    จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ เนื่องจากไม่สามารถนำหนังสือรับรองรายการชำระหนี้ค่าใช้จ่ายส่วนกลางมาประกอบขณะยื่นขอจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เพราะไม่มีนิติบุคคลอาคารชุดที่จะดำเนินการ
    ออกหนังสือดังกล่าว เป็นเหตุให้มีปริมาณอาคารชุดที่ดำเนินการยึดแล้วแต่ยังไม่สามารถขายทอดตลาดได้
    ตกค้างอยู่ในชั้นบังคับคดีเป็นจำนวนมาก เป็นต้น ด้วยเหตุนี้กรมบังคับคดีจึงได้ดำเนินการทั้งในส่วนการแก้ไขบทบัญญัติเดิมของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและเพิ่มเติมบทบัญญัติใหม่ขึ้นเพื่อขจัดข้อข้องต่าง ๆ ในการดำเนินงานบังคับคดี รวมทั้งสิ้น ๖ มาตรา ได้แก่ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๑๐ (๑) (๒) เพิ่มเติมบทบัญญัติมาตรา ๒๗๘ วรรคหก มาตรา ๒๗๙ วรรคสอง มาตรา ๓๐๙ ทวิ วรรคห้า มาตรา ๓๐๙ จัตวา และ มาตรา ๓๐๙ เบญจ
    • ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ..)พ.ศ. .
    • ร่าง
      พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ..)
      พ.ศ. .
      __________________________

      ..
      ..
      ..
      ..
      โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
      พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ และมาตรา ๔๘ ของรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

      มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .
      มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
      มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในวรรคสามของมาตรา ๒๗๘ แห่งประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่งและให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
      ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทำบันทึกแล้วรักษาไว้ในที่ปลอดภัย ซึ่งวิธีการบังคับทั้งหลายที่ได้จัดทำไปและรายงานศาลทราบ
      มาตรา ๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคหกของมาตรา ๒๗๘ แห่งประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง
      ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ เจ้าพนักงานบังคับคดีอาจขอให้ศาลมีคำสั่งเกี่ยวกับ การใดที่เป็นปัญหาได้
      มาตรา ๕ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของมาตรา ๒๗๙ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
      ความในวรรคก่อนไม่ใช้บังคับแก่การขายทอดตลาดทรัพย์ของเจ้าพนักงานบังคับคดี
      มาตรา ๖ ให้ยกเลิกความในวรรคสองของมาตรา ๒๘๓ แห่งประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่งและให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
      ถ้าเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ยึดทรัพย์อันจะต้องยึดภายในเวลาอันควรต้องทำ โดยปราศจากความระมัดระวังหรือโดยสมรู้เป็นใจกับลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือบุคคลใดซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์ที่จะต้องยึดหรือเพิกเฉยไม่กระทำการโดยเร็วตามสมควร เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาผู้ต้องเสียหายเพราะการนั้นอาจยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ปลดเปลื้องทุกข์ ถ้าศาลไต่สวนเป็นที่พอใจว่าข้ออ้างนั้นเป็นความจริง ก็ให้ศาลมีคำสั่งว่าเจ้าพนักงานผู้นั้นตกอยู่ในความรับผิด จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้ แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไม่เกินกว่าจำนวนตามคำพิพากษา ถ้าเจ้าพนักงานไม่ชำระค่าสินไหมทดแทนตามคำสั่งของศาล ศาลอาจออกหมายบังคับเอาแก่ทรัพย์สินของเจ้าพนักงานผู้นั้นได้ แต่ถ้าเจ้าพนักงานมีความสงสัยในการยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้นำชี้ดังกล่าวแล้ว ซึ่งบุคคลอื่นนอกจากลูกหนี้ตามคำพิพากษาเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่จะยึดหรืออายัดนั้น เจ้าพนักงานนั้นชอบที่จะ งดเว้นยึดหรืออายัดทรัพย์สินนั้น และร้องต่อศาลให้กำหนดการอย่างใด ๆ เพื่อมิให้ตนต้องรับผิดใน ค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวมาแล้ว
      มาตรา ๗ ให้ยกเลิกความในวรรคสี่ของมาตรา ๒๘๕ แห่งประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่งและให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
      คำสั่งของศาลตามมาตรานี้ให้เป็นที่สุด
      มาตรา ๘ ให้ยกเลิกความในวรรคห้าของมาตรา ๒๘๖ แห่งประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่งและให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
      คำสั่งของศาลตามมาตรานี้ให้เป็นที่สุด



      มาตรา ๙ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๐๖ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
      มาตรา ๓๐๖ เมื่อได้ยึดสังหาริมทรัพย์มีรูปร่างหรืออสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดหรือบางส่วนของลูกหนี้ตามคำพิพากษา และได้จัดการตามมาตรา ๓๐๓ และมาตรา ๓๐๔ แล้ว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ยึดได้เมื่อพ้นระยะเวลาอย่างน้อยห้าวันนับแต่วันที่ยึด โดยให้แจ้ง วันขายทอดตลาดแก่บรรดาบุคคลผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินที่จะขายทอดตลาด ซึ่งทราบได้ตามทะเบียนหรือโดยประการอื่น

      มาตรา ๑๐ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๐๗ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
      มาตรา ๓๐๗ ถ้ารายได้ประจำปีจากอสังหาริมทรัพย์หรือการประกอบอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือกสิกรรมของลูกหนี้ตามคำพิพากษาอาจเพียงพอที่จะชำระหนี้ตามคำพิพากษา พร้อมด้วยค่าฤชาธรรมเนียมในการฟ้องร้องและการบังคับคดี เมื่อศาลเห็นสมควรหรือเมื่อลูกหนี้ ตามคำพิพากษาร้องขอ ศาลอาจมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีงดการขายทอดตลาดทรัพย์สินของ ลูกหนี้ตามคำพิพากษาและตั้งผู้จัดการอสังหาริมทรัพย์หรือการประกอบกิจการเหล่านั้นได้ และบังคับให้มอบเงินรายได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีภายในเวลาและกำหนดตามที่ศาลเห็นสมควร
      คำสั่งของศาลตามมาตรานี้ให้เป็นที่สุด
      มาตรา ๑๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๐๘ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
      มาตรา ๓๐๘ การขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ยึดนั้นให้ดำเนินตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และกฎกร
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail