Facebook


ร่างพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 1022 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

 

ไอเท็มน่าสนใจ
ดาวน์โหลดไฟล์แนบ:
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    ไม่มีหลักการที่เกี่ยวข้อง

    เนื่องจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ ได้มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๑ ดังนั้น เพื่อมิให้เกิดความลักลั่นในการดำเนินงาน และให้การปฏิบัติการหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ท. และสำนักงาน ป.ป.ท. เป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ จึงเห็นควรเสนอร่างพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาโดยเร็ว



    • เนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๓๔ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ ได้กำหนดให้หน้าที่และอำนาจในการไต่สวนและวินิจฉัยว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม เป็นของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในกรณีจำเป็นจะมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่และอำนาจเกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตดำเนินการแทนในเรื่องที่มิใช่ความผิดร้ายแรงหรือที่เป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐบางระดับ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรับธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยดังกล่าว มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงหน้าที่และอำนาจในการไต่สวนข้อเท็จจริงและชี้มูลเกี่ยวกับการกระทำการทุจริตในภาครัฐของคณะกรรมการ ป.ป.ท. ตามพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ดังนั้น เพื่อให้หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ท. และสำนักงาน ป.ป.ท. ในการดำเนินการกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่   ในการยุติธรรม เป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา ๒๓๔ (๒) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย รวมทั้งสอดคล้องและเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต จึงจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๕๑

  • เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา ๒๓๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ รวมทั้งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ สำนักงาน ป.ป.ท. จึงได้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหาร    ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว มีสาระสำคัญ ดังนี้


    (๑) แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามศัพท์เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ (มาตรา ๓)


    (๒) แก้ไขเพิ่มเติมเรื่องเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ซึ่งเป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐโดยตำแหน่ง ให้ถือเป็นการเฉพาะตัว (มาตรา ๔)


    (๓) แก้ไขเพิ่มเติมเรื่องอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ท. ตามมาตรา ๑๗ มาตรา ๕)


    (๔) เพิ่มเติมมาตรา ๑๗/๑ กำหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ท. มีอำนาจดำเนินการกับบุคคลอื่นซึ่งเป็นตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุน รวมทั้งผู้ให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ หรือนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด และการดำเนินการในคดีที่มีการกระทำอันเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท(มาตรา ๖)


    (๕) เพิ่มเติมมาตรา ๑๗/๒ กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการเปิดเผยข้อมูลที่ได้มาอันเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ (มาตรา ๖)


    (๖) เพิ่มเติมมาตรา ๑๗/๓ กำหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ท. หรือผู้ที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. มอบหมายมีอำนาจดำเนินการขอให้ศาลที่มีเขตอำนาจออกหมายจับและควบคุมตัวผู้ถูกกล่าวหาไว้ (มาตรา ๖)


    (๗) เพิ่มเติมมาตรา ๑๗/๔ กำหนดเรื่องการให้ความช่วยเหลือเมื่อถูกดำเนินคดีอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ (มาตรา ๖)

    (๘) ยกเลิกบทบัญญัติหมวด ๒ การไต่สวนข้อเท็จจริง แห่งพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๕๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ แล้วแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ (มาตรา ๗)


    (๙) เพิ่มเติมเรื่องอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ท.ในการรับเรื่องร้องเรียน และตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐมีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริตในภาครัฐ (มาตรา ๘)


    (๑๐) เพิ่มเติมเรื่องมี ใช้ และพกพาอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ยุทธภัณฑ์ และอุปกรณ์เกี่ยวข้องเพื่อความปลอดภัยของกรรมการ อนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง พนักงาน ป.ป.ท. และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. (มาตรา ๙)


    (๑๑) แก้ไขเพิ่มเติมมาตรการคุ้มครองเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ (มาตรา ๑๐)


    (๑๒) แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๕๘/๓ ให้สำนักงาน ป.ป.ท. มีอำนาจในการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานกรณีที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายเงินแผ่นดิน (มาตรา ๑๑)


    (๑๓) เพิ่มเติมมาตรา ๕๘/๔ การดำเนินการตามมาตรา ๕๘/๑ มาตรา ๕๘/๒ และ   มาตรา ๕๘/๓ ให้พนักงาน ป.ป.ท. หรือเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. มีอำนาจตามมาตรา ๑๘ (๑) หรือ (๒) ด้วย (มาตรา ๑๒)


    (๑๔) แก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้กรรมการ อนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง พนักงาน ป.ป.ท. และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. มีอำนาจในการจับและคุมขัง (มาตรา ๑๓)


    (๑๕) เพิ่มเติมบทกำหนดโทษกรณีเปิดเผยข้อความ ข้อเท็จจริง หรือข้อมูลที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ได้มาเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยมิได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ป.ป.ท. (มาตรา ๑๔)


    (๑๖) เพิ่มเติมบทกำหนดโทษกรณีขัดขวางการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ ป.ป.ท. อนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง พนักงานป.ป.ท. หรือเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ในการปฏิบัติหน้าที่ และกรณีแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ฟ้องเท็จหรือเบิกความอันเป็นเท็จต่อศาล เพื่อจะแกล้งบุคคลใดให้ถูกไต่สวนข้อเท็จจริง (มาตรา ๑๕)


    (๑๗) แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๖๕ กรณีกรรมการ อนุกรรมการ พนักงาน ป.ป.ท. หรือเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. เปิดเผยข้อความ ข้อเท็จจริง หรือข้อมูลที่ได้มาเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ ต้องระวางโทษสองเท่าที่กฎหม่นกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น และในกรณีที่บุคคลดังกล่าวปฏฺบัติหน้าที่โดยขาดความเที่ยงธรรมให้ถือว่าเป็นการทุจริตในภาครัฐ (มาตรา ๑๖)


     

    ไม่มีรายละเอียดของร่างที่เกี่ยวข้อง
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail