Facebook


ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชน)

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 285 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์
ไอเท็มน่าสนใจ
ดาวน์โหลดไฟล์แนบ:
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

     


    หลักการ


                        แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ ดังต่อไปนี้


    (๑)กำหนดให้มีเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชน และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจตั้งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชนให้ปฏิบัติหน้าที่แทนเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ โดยมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนในจำนวนที่เหมาะสม ตามที่กฎหมายกำหนด (เพิ่มมาตรา 148/2 ถึงมาตรา 148/41 


    เหตุผล


    โดยที่พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 กำหนดให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นผู้มีอำนาจในการจัดกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ในคดีล้มละลายแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ที่มีปริมาณคดีเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และมีความซับซ้อนทางด้านบัญชีและการเงินมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ จึงควรที่จะมีระบบให้เอกชนเข้ามาทำหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ โดยให้เอกชนขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานของรัฐ และให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจตั้ง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชน ให้ปฏิบัติหน้าที่แทนเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายกำหนด โดยให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชนมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนในจำนวนที่เหมาะสมตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งสอดคล้องและเป็นไปตามข้อเสนอแนะเพื่อการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่คณะรัฐมนตรีรับทราบและให้เร่งรัดการพิจารณาขับเคลื่อนการดำเนินการตามข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูปประเทศต่อไป ตามมาตรา 266 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  จึงมีความจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้


     


     


     


                       


     



    สภาพปัญหาและสาเหตุ


    เนื่องด้วยพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓  กำหนดให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นผู้แทนในคดีล้มละลายแต่เพียงผู้เดียว  แต่อย่างไรก็ดีในปัจจุบันคดีล้มละลายมีเป็นจำนวนมากจึงอาจทำให้การปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่เต็มประสิทธิภาพ ประกอบกับคดีมีความซับซ้อนทางด้านบัญชีและด้านการเงินมากยิ่งขึ้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านกฎหมาย ด้านการเงิน ด้านบัญชี ด้านเศรษฐศาสตร์ แต่ปัจจุบันเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มักจะเป็นผู้ที่มีความรู้ทางกฎหมายเพียงด้านเดียว จึงอาจไม่เพียงพอต่อการดำเนินการในฐานะเป็นผู้ดำเนินการจัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้  ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดผลเสียต่อเจ้าหนี้ ลูกหนี้ และผู้มีส่วนได้เสีย ดังนั้นจึงควรมีเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่เป็นเอกชนที่มีความรอบรู้ในหลายด้านเข้ามาทำหน้าที่จัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ในคดีล้มละลาย โดยมีเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของกรมบังคับคดีเป็นผู้กำกับดูแลในการปฏิบัติงานเพื่อสร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่นให้กับประชาชน 


     



    •      ปัจจุบันภารกิจของกรมบังคับคดีด้านการบังคับคดีล้มละลายมีปริมาณคดีล้มละลายที่เพิ่มจำนวนสูงขึ้น ซึ่งสวนทางกับจำนวนบุคลากรของกรมบังคับคดีที่มีอยู่อย่างจำกัด จึงส่งผลโดยตรงให้ประสิทธิภาพในการบังคับคดีล้มละลายไม่เต็มประสิทธิภาพ ทำให้เกิดความเสียหายแก่    เจ้าหนี้ ลูกหนี้ และผู้มีส่วนได้เสีย ดังนั้น เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับคดีล้มละลายให้สามารถรวบรวมทรัพย์สินมาแบ่งชำระให้แก่เจ้าหนี้ ได้รวดเร็วขึ้น อันจะเป็นการอำนวยประโยชน์ให้แก่ประชาชนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน เสริมสร้าง ความเชื่อมั่นในการลงทุนให้กับประเทศตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๗๙) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔) และในเรื่องการถ่ายโอนภารกิจภาครัฐ ในประเด็นเรื่อง การถ่ายโอนภารกิจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้ให้ความเห็นชอบให้เสนอรายงานของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เรื่อง การถ่ายโอนภารกิจภาครัฐ : การถ่ายโอนภารกิจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ต่อคณะรัฐมนตรี ตามมาตรา ๒๖๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และคณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาเมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๐ ลงมติว่าได้รับทราบการดำเนินการเกี่ยวกับข้อเสนอแนะเพื่อการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๖๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตามที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายสุวิทย์ เมษินทรีย์) ประธานกรรมการประสานงาน รวม ๓ ฝ่าย (คณะรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติแห่งชาติและสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ) เสนอ พร้อมทั้งให้พิจารณาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศต่อไป ดังนั้นจึงสมควรที่จะตรากฎหมายเพื่อให้มีเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่เป็นเอกชน


       

  • เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย โดยเพิ่มเติมเป็นหมวด 5/1 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชน


    ๑. เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชน คือ บุคคลธรรมดาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชนหรือนิติบุคคลซึ่งต้องมีบุคคลธรรมดาที่ขึ้นทะเบียนเป็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชน            อย่างน้อยหนึ่งคน


    ๑.๑ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังนี้


    ๑.๑.๑ บุคคลธรรมดาซึ่งจะเป็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชนต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังนี้  


     (๑) มีสัญชาติไทย 


     (๒) อายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปีบริบูรณ์ ในวันยื่นคำขอจดทะเบียน 


    (๓) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปด้านนิติศาสตร์ ด้านการเงิน ด้านบัญชี ด้านเศรษฐศาสตร์ 


     (๔) ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดีและไม่เป็นผู้ได้กระทำการใดซึ่งแสดงให้เห็นว่าไม่น่าไว้วางใจในความซื่อสัตย์สุจริต 


     (๕) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ 


     (๖) ไม่อยู่ในระหว่างต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาให้จำคุกในขณะยื่นคำขอจดทะเบียน 


     (๗) ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในคดีที่คณะกรรมการเห็นว่า             จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ 


     (๘) ไม่อยู่ในระหว่างถูกพิทักษ์ทรัพย์ หรือไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไม่เคยเป็นบุคคลล้มละลายและยังไม่พ้นกำหนด ๕ ปีนับแต่วันที่มีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายหรือปลดจากการล้มละลาย หรือไม่เคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต


         ๑.๑.๒ นิติบุคคลซึ่งเป็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชนต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังนี้ 


     (๑) เป็นผู้ประกอบธุรกิจที่มีวัตถุประสงค์ในการรับจัดกิจการและทรัพย์สินของผู้อื่น 


     (๒) มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่าห้าล้านบาท และชำระมูลค่าหุ้นเต็มจำนวนแล้ว 


     (๓) มีวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจเป็นที่ปรึกษาทางด้านการกฎหมาย  


     (๔) มีสายงานที่รับผิดชอบการปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชนโดยจะต้องมีผู้ปฏิบัติงานเต็มเวลาไม่น้อยกว่าสามคน ซึ่งเป็นคนสัญชาติไทยไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง และผู้ปฏิบัติงานดังกล่าวทั้งหมดต้องมีความรู้อย่างน้อยระดับปริญญาตรี โดยมีประสบการณ์ในการทำงานด้านการเงิน การบัญชี หรือกฎหมาย          ไม่น้อยกว่าสามปี และอย่างน้อยหนึ่งคนจะต้องมีความรู้ด้านการกฎหมาย 


     (๕) ผู้บริหารของนิติบุคคลนั้นมีจริยธรรม มีความสามารถ และมีประสบการณ์ในธุรกิจที่จะดำเนินการ มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีประวัติเคยถูกไล่ออก ปลดออก ให้ออก หรือต้องคดีเนื่องจากกระทำทุจริตทำงานอันส่อไปในทางไม่สุจริต หรือบริหารงานหรืกระทำการอื่นใดอันเป็นเหตุให้เกิดการกระทำความผิด                ตามกฎหมายหรือที่เป็นความผิดร้ายแรง อันแสดงถึงการขาดความรับผิดชอบหรือขาดความรอบคอบในการบริหารงาน และไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์  


      (๖) มีหลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติงานที่รัดกุมและเชื่อถือได้ 


     (๗) ไม่อยู่ในระหว่างถูกพิทักษ์ทรัพย์ หรือเป็นบุคคลล้มละลาย หรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายและยังไม่พ้นกำหนด ๕ ปีนับแต่วันที่มีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายหรือปลดจากการล้มละลาย หรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต  


    ๑.๒ บุคคลที่เคยเป็นข้าราชการกรมบังคับคดีอาจขอจดทะเบียนเป็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชนได้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง 


    ๑.๓ ต้องผ่านการอบรมหลักสูตรเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชนและทดสอบความรู้ตามที่คณะกรรมการกำหนด 


     ๑.๔ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชนจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการบังคับคดีล้มละลายและปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง


     


     ๑.๕ กฎกระทรวงประกอบด้วย มาตรฐานการปฏิบัติหน้าที่ในการบังคับคดีล้มละลายและจรรยาบรรณวิชาชีพตลอดจนข้อกำหนด ความรู้ความสามารถทางวิชาชีพ ความซื่อสัตย์สุจริต ความโปร่งใส ความเป็นอิสระและความเที่ยงธรรม  ความผิดรับผิดชอบต่อคู่ความและการรักษาความลับ ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในการปฏิบัติงาน และข้อควรปฏิบัติที่คณะกรรมการพิจารณาแล้วว่าจำเป็นต่อการประกอบวิชาชีพเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชน


    ๒. อำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชน


     ๒.๑ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชนมีหน้าที่บังคับคดีล้มละลายที่นิติบุคคลเป็นเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ เว้นแต่คดีที่ส่วนราชการเป็นเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ และคดีฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้


    ๒.๒ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชนมีอำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ เว้นแต่ การเป็นพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 


    ๓. ระยะเวลาการขึ้นทะเบียน เมื่อได้ขึ้นทะเบียนเป็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชนสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตลอดระยะเวลา เว้นแต่มีเหตุให้ถูกถอดถอนจากการขึ้นทะเบียนเป็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชน หรือขาดคุณสมบัติ/เข้าลักษณะต้องห้าม แต่ทั้งนี้ต้องผ่านการทดสอบและประเมินคุณสมบัติตามที่กำหนดเป็นระยะ


    ๔. การควบคุมกำกับดูแล  


     ๔.๑ คณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชนเป็นผู้ควบคุมและกำกับดูแลมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชน


    ๔.๒ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของกรมบังคับคดีเป็นผู้ควบคุมดูแล และตรวจสอบการปฏิบัติงานด้านคดีและการเงิน 


    ๔.๓ บุคคลภายนอกและผู้มีส่วนได้เสียสามารถแจ้งต่อคณะกรรมการหรือกรมบังคับคดีเพื่อขอให้ตรวจสอบการทำงานของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชน


                    ๔.๔ มีระบบการตรวจสอบผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยการรายงานผ่านระบบและการรายงานทางเอกสาร โดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของกรมบังคับคดี


      ๔.๕ มีการเปิดบัญชีของกองทรัพย์สินรายคดีแยกออกจากบัญชีส่วนตัวของเจ้าพนักงาน            พิทักษ์ทรัพย์เอกชน 


     ๔.๖ มีการจ่ายสำนวนให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชนทางระบบอิเล็กทรอนิกส์   (Random)  


      ๔.๗ หากพบว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชนมีการปฏิบัติหน้าที่ผิด กฎ ระเบียบ ฝ่าฝืนจรรยาบรรณวิชาชีพ จริยธรรมเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของกรมบังคับคดีสามารถเปลี่ยนตัวเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชนผู้รับผิดชอบสำนวนคดีได้จากระบบ โดยสามารถเรียกให้ส่งคืนสำนวนและเงินที่รวบรวมได้โดยทันที           หากฝ่าฝืนมีโทษปรับทางปกครอง   


      ๕. คณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชน


    ๕.๑ คณะกรรมการประกอบด้วย อธิบดีกรมบังคับคดี รองอธิบดีที่ได้รับมอบหมาย ผู้แทนสำนักงานศาลยุติธรรม ผู้แทนศาลล้มละลายกลาง ผู้แทนสำนักงานศาลปกครองสูงสุด และผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้แทนสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ผู้แทนสภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ที่มีความรู้             ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายล้มละลาย จำนวนสองคน และแต่งตั้งจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน บริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ บัญชี การเงิน จำนวนสองคน โดยมีวาระคราวละ ๓ ปี ดำรงตำแหน่งติดต่อกันไม่เกิน ๒ วาระ           และให้ผู้อำนวยการกองบังคับคดีล้มละลายเป็นเลขานุการคณะกรรมการ


     ๕.๑.๑ คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ


     (ก) คุณสมบัติ มีสัญชาติไทย  อายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์ และไม่เกินเจ็ดสิบปีบริบูรณ์


    (ข) ลักษณะต้องห้าม เช่น อยู่ในระหว่างถูกพิทักษ์ทรัพย์ หรือเป็นบุคคลล้มละลาย หรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายและยังไม่พ้นกำหนด ๕ ปีนับแต่วันที่มีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายหรือปลดจากการล้มละลาย หรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต  เป็นผู้ไร้ความสามารถ บุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติ เคยรับโทษทางวินัยร้ายแรง 


           ๕.๑.๒ การพ้นจากตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ  ตาย ลาออก รัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่องหรือทุจริตต่อหน้าที่  มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือหย่อนความสามารถ ขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้าม


           ๕.๒ อำนาจคณะกรรมการ พิจารณาคุณสมบัติของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชน  ขึ้นทะเบียนเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชน  สั่งพักการปฏิบัติงานหรือถอดชื่อออกจากทะเบียน  กำหนดคุณสมบัติของ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชน จริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพ  การตั้งและการคัดค้านเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชน ออกระเบียบวิธีการปฏิบัติงาน กำหนดและจ่ายเงินค่าตอบแทนเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชน การอบรมและทดสอบความรู้และประเมินผลงาน  กำหนดหลักสูตรการศึกษา และเกณฑ์การทดสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชน และกำหนดหลักประกันทั่วไป และหลักประกันเฉพาะคดี 


        ๖. ค่าตอบแทนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชน ร้อยละ 1 จากเงินที่รวบรวมได้โดย  เบิกค่าใช้จ่ายได้จากเงินในคดีตามความเป็นจริง 


       ๗. โทษ


    ใช้โทษทางปกครอง


      ๑. กรณีเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชนกระทำการฝ่าฝืนจรรยาบรรณ วิชาชีพ หรือ ปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน 


            - ตักเตือนเป็นหนังสือ  ภาคทัณฑ์  พักการปฏิบัติงานครั้งละไม่เกินหนึ่งปี เพิกถอนชื่อออกจากทะเบียน


             ๒. กรณีเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชนปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต  


             -  ปรับทางปกครอง


                ๘. หลักประกันความเสียหาย


     - หลักประกันทั่วไป กรณีได้ขึ้นทะเบียนเป็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชน


     


     - หลักประกันเฉพาะคดี เมื่อได้รับสำนวน


     


     

    • ประเด็นในการแสดงความคิดเห็น
    • จำนวน 8 ประเด็น ตามหลักการและสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่..) พ.ศ. .... (เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอกชน) โดยในแต่ละหลักการมีประเด็นจะรับฟังความคิดเห็นว่าท่านเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หากไม่เห็นด้วยมีเหตุผลหรือมีข้อมูลยืนยันความไม่เห็นด้วยอย่างไร โดยแสดงเหตุผลหรือข้อมูลนั้นตามสมควร

         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail