Facebook


ร่างพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ(ฉบับที่..) พ.ศ. .... เปิดรับฟังความคิดเห็น (กำหนดรับฟังความคิดเห็นระหว่างวันที่ 6 กรกฎาคม ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2561)

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 894 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

สามารถส่งแบบรับฟังความคิดเห็นได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้ :

1. ส่วนงานนิติการ สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง (วังไชยา) ถนนนครสวรรค์ แขวงสี่แยกมหานาค เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

2. โทรสาร 02 356 9574

3. E - mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

4. ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ https://docs.google.com/forms/d/1hdL0naO1qZMffLDsPFCFQ3snBeWjWjlrivP4ZWAY4Ok

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 356 9574 (กลุ่มงานโรงรับจำนำ)

ร่างพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ (ฉบับที่ ..)

พ.ศ. ....

______________

………………………………………

………………………………………

………………………………………

            ………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

            โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยโรงรับจำนำ

            ………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

            มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “ร่างพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....”

            มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

            มาตรา ๓ ให้ยกเลิกบทนิยามคำว่า โรงรับจำนำ ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ.๒๕๐๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.. ๒๕๐๕ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๓๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

           โรงรับจำนำหมายความว่า สถานที่รับจำนำซึ่งประกอบการรับจำนำสิ่งของเป็นประกันหนี้เงินกู้เป็นปกติธุระและหมายความรวมตลอดถึงการรับหรือซื้อสิ่งของโดยจ่ายเงินให้สำหรับสิ่งของนั้นเป็นปกติธุระ โดยมีข้อตกลงหรือเข้าใจกันโดยตรงหรือโดยปริยายว่าจะได้ไถ่คืนในภายหลังด้วย ทั้งนี้ ในการรับจำนำแต่ละรายให้มีจำนวนเงินตามที่กฎกระทรวงกำหนดไว้ไม่เกินอัตราที่กำหนดในท้ายพระราชบัญญัตินี้

            มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ.๒๕๐๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

            “มาตรา ๕ ให้มีคณะกรรมการโรงรับจำนำ ประกอบด้วยปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานกรรมการ อัยการสูงสุด ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้แทนสมาคมการค้าโรงรับจำนำ เป็นกรรมการ

            ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งข้าราชการในสังกัดกรมการปกครองคนหนึ่งเป็นกรรมการและเลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการอีกไม่เกินสองคน”

            มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ.๒๕๐๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

             “มาตรา ๑๑ ใบอนุญาตให้มีอายุหนึ่งปีนับแต่วันออกใบอนุญาต

            การขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่อเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันก่อนที่ใบอนุญาตฉบับเดิมจะสิ้นอายุ เมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้ว ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขออนุญาตอยู่ในฐานะผู้รับใบอนุญาตจนกว่าจะมีคำสั่งถึงที่สุดไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต

            เมื่อได้รับคำขอต่ออายุใบอนุญาตตั้งโรงรับจำนำ ให้เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตพิจารณาสั่งการภายในเก้าสิบวัน

            มาตรา ๖ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสี่ ของมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ.๒๕๐๕

            ผู้จำนำจะชำระดอกเบี้ย ณ สถานที่อื่นใดนอกจากโรงรับจำนำตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนดก็ได้ ค่าธรรมเนียมอันเกิดจากการชำระหนี้ตามวรรคนี้ ไม่ถือว่าเป็นดอกเบี้ยตามวรรคสาม

            มาตรา ๗ ให้ยกเลิกความใน (๑) ของมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ.๒๕๐๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

            () รับจำนำหรือให้ไถ่ทรัพย์จำนำในระหว่างเวลาตั้งแต่ ๒๐.๐๐ นาฬิกา ถึง ๐๘.๐๐ นาฬิกา”

            มาตรา ๘  ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๐ วรรคสองและวรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ.๒๕๐๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

            “ตั๋วรับจำนำให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ ตั๋วรับจำนำต้องสามารถรองรับระบบอิเล็คทรอนิกส์ได้ด้วย

            มาตรา ๙ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๒๗/๑ แห่งพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ.๒๕๐๕

            “มาตรา ๒๗ /๑ การทำลายต้นขั้วตั๋วรับจำนำ ตั๋วรับจำนำที่ใช้แล้ว บัญชีทรัพย์หลุดจำนำ บัญชีงบเดือน และเอกสารอื่นใดที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.๒๕๒๖ โดยอนุโลม”

            มาตรา ๑๐ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสามของมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ.๒๕๐๕

            “ในการพิจารณาตามวรรคสองให้คำนึงถึงความร้ายแรงของการกระทำ การฝ่าฝืนกฎหมาย สำหรับความผิดเล็กน้อยเล็กน้อยหรือไม่จงใจกระทำความผิดและเป็นการกระทำครั้งแรก จะว่ากล่าวตักเตือนหรือสั่งให้แก้ไขก็ได้

            มาตรา ๑๑ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๓๓/๑ แห่งพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ.๒๕๐๕

            “มาตรา ๓๓ /๑ การโอนใบอนุญาตให้แก่บุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๙ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต

            การขอโอนใบอนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

มาตรา ๑๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔๓ แห่งพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ.๒๕๐๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

 

            “มาตรา ๔๓ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต เจ้าพนักงานตรวจโรงรับจำนำและออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราจำนวนเงินในการรับจำนำและค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ และกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

            มาตรา ๑๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๔๔ แห่งพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ.๒๕๐๕

           มาตรา ๔๔ ให้ใบอนุญาตตั้งโรงรับจำนำซึ่งยังไม่สิ้นอายุในวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ มีอายุต่อไปจนครบหนึ่งปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาตตั้งโรงรับจำนำนั้น” 

            มาตรา ๑๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

 

  .........................................

         นายกรัฐมนตรี

 

 

อัตราจำนวนเงินในการรับจำนำและค่าธรรมเนียม

(๑) จำนวนเงินในการรับจำนำ                                       รายละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท

(๒) ใบอนุญาตตั้งโรงรับจำนำของเอกชน

      (ก) ในกรุงเทพมหานคร                                         ฉบับละ  ๒๐๐,๐๐๐  บาท

      (ข) ในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร                 ฉบับละ  ๑๐๐,๐๐๐  บาท

(๓) ใบอนุญาตตั้งโรงรับจำนำของทางราชการ

      (ก) ในกรุงเทพมหานคร                                         ฉบับละ  ๑๐๐,๐๐๐ บาท

      (ข) ในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร                 ฉบับละ    ๕๐,๐๐๐ บาท

(๔) การต่ออายุใบอนุญาตตั้งโรงรับจำนำของเอกชนให้มีอัตรากึ่งหนึ่งของค่าธรรมเนียมใบอนุญาตตั้งโรงรับจำนำ

(๕) การต่ออายุใบอนุญาตตั้งโรงรับจำนำของทางราชการให้เป็นไปตามอัตราดังนี้

      (ก) ในกรุงเทพมหานคร                                          ฉบับละ   ๒๐,๐๐๐  บาท

      (ข) ในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร                  ฉบับละ   ๑๐,๐๐๐  บาท

(๖) ใบแทนใบอนุญาต                                                 ฉบับละ     ๑,๐๐๐  บาท 

 

สามารถส่งแบบรับฟังความคิดเห็นได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้ :

1. ส่วนงานนิติการ สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง (วังไชยา) ถนนนครสวรรค์ แขวงสี่แยกมหานาค เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

2. โทรสาร 02 356 9574

3. E - mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

4. ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ https://docs.google.com/forms/d/1hdL0naO1qZMffLDsPFCFQ3snBeWjWjlrivP4ZWAY4Ok

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 356 9574 (กลุ่มงานโรงรับจำนำ)

  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

     


    แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ. ๒๕๐๕ ดังต่อไปนี้


              (๑) แก้ไขบทนิยาม โรงรับจำนำ ให้จำนวนเงินที่ให้ปล่อยกู้เพิ่มขึ้นได้แต่ละรายมีจำนวนเงินตามที่กฎกระทรวงกำหนดไว้ไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ (แก้ไขมาตรา ๔)


              (๒) แก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการโรงรับจำนำให้ตำแหน่งเป็นปัจจุบันและมีผู้เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมเป็นกรรมการ (แก้ไขมาตรา ๕)


              (๓) แก้ไขระยะเวลาการสิ้นสุดของใบอนุญาตและกำหนดวิธีการในการต่อใบอนุญาต (แก้ไขมาตรา ๑๑)


              (๔) กำหนดให้ผู้จำนำสามารถชำระดอกเบี้ย ณ สถานที่อื่นใดนอกจากโรงรับจำนำตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการโรงรับจำนำประกาศกำหนด (เพิ่มวรรคสี่ ของมาตรา ๑๗)                                      


              (๕) แก้ไขเวลาการรับจำนำหรือให้ไถ่ทรัพย์จำนำ โดยห้ามมิให้ผู้รับจำนำกระทำการในระหว่างเวลาตั้งแต่ ๒๐ นาฬิกา ถึง ๘ นาฬิกา (แก้ไข (๑) ของมาตรา ๑๘)


              (๖) เพิ่มเติมตั๋วรับจำนำให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ ตั๋วรับจำนำต้องสามารถรองรับระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ด้วย (เพิ่มเติมมาตรา ๒๐)


              (๗) กำหนดวิธีการทำลายต้นขั้วตั๋วรับจำนำ ตั๋วรับจำนำที่ใช้แล้ว บัญชีทรัพย์หลุดจำนำ  บัญชีงบเดือน และเอกสารอื่นใดที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.๒๕๒๖ โดยอนุโลม (เพิ่มเติมมาตรา ๒๗/๑)     


              (๘) เพิ่มเติมกรอบการพิจารณาของคณะกรรมการโรงรับจำนำเกี่ยวกับการพักหรือเพิกถอนใบอนุญาต (เพิ่มเติมมาตรา ๒๙)


              (๙) กำหนดให้การขอโอนใบอนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (เพิ่มมาตรา ๓๓/๑)


              (๑๐) แก้ไขให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีอำนาจแต่งตั้งเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต เจ้าพนักงานตรวจโรงรับจำนำและออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราจำนวนเงินในการรับจำนำและค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ และกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ (แก้ไขมาตรา ๔๓)


     



    เนื่องจากภาวะทางเศรษฐกิจและการเงินของประเทศในปัจจุบันได้รับผลกระทบตามสภาวะทางเศรษฐกิจของโลกที่ถดถอยลง ทำให้การครองชีพของประชาชนตกอยู่ในสภาวะค่อนข้างขาดแคลน ขัดสนและมีรายได้ลดลงไม่เพียงพอต่อการที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำรงชีวิตประจำวัน ซึ่งโรงรับจำนำถือเป็นสถาบันหลักทางการเงินสำคัญที่สามารถให้ความช่วยเหลือประชาชนยามมีความเดือดร้อนจำเป็นทางด้านการเงินได้อย่างสะดวกรวดเร็วโดยมีอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำกว่าสถาบันการเงินอื่นๆ แต่จากการที่กฎหมายโรงรับจำนำได้ประกาศใช้บังคับมานานและยังไม่มีการแก้ไขปรับปรุงให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วดังกล่าว ดังนั้น เพื่อให้การตั้งโรงรับจำนำเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการตั้งโรงรับจำนำในการสงเคราะห์ประชาชนผู้ยากจนหรือขัดสน ได้มีที่พึ่งและช่องทางหาเงินมาใช้จ่ายในยามจำเป็นได้อย่างเหมาะสมกับสภาวการณ์ปัจจุบันได้มากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้



    •  


                    ๑. แก้ไขมาตรา ๔ ในเรื่องวงเงินในการรับจำนำจากวงเงินแต่ละราย จากเดิมไม่เกินหนึ่งแสนบาทโดยให้มีจำนวนเงินเป็นไปตามกฎกระทรวง แต่ไม่เกินอัตราท้ายร่างพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ (ฉบับที่ ..)  พ.ศ. .... ( ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท) มาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ.๒๕๐๕ ได้มีการแก้ไขจำนวนเงินในการรับจำนำแต่ละรายจากไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท เป็นไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท เมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๔ และมิได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมจำนวนเงินรับจำนำอีกเลยเป็นเวลา ๒๗ ปี จึงสมควรให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมวงเงินในการรับจำนำเพิ่มขึ้นอีกเพื่อให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันและเป็นการช่วยเหลือประชาชนได้รับเงินในการรับจำนำมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ โดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้          มีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดจำนวนเงินในการรับจำนำแต่ละรายไม่เกินจำนวนเงินที่กำหนดไว้ในท้ายพระราชบัญญัตินี้ 


                     ๒. แก้ไขมาตรา ๕ ในเรื่ององค์ประกอบของคณะกรรมการโรงรับจำนำให้ตำแหน่งเป็นปัจจุบันและมีผู้เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมเป็นกรรมการ เพราะชื่อผู้ดำรงตำแหน่งยังไม่เป็นปัจจุบัน เช่น ตำแหน่งอธิบดีกรมตำรวจ อธิบดีกรมอัยการ และงานโรงรับจำนำได้โอนมาให้กระทรวงมหาดไทยตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.๒๕๔๕ โดยตำแหน่งหัวหน้ากองทะเบียนกรมตำรวจไม่มีในโครงสร้างของพระราชบัญญัติสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ แล้ว ประกอบกับเพื่อให้กรรมการโรงรับจำนำ                  มีผู้เกี่ยวข้องมามีส่วนร่วมเป็นกรรมการ


                     ๓. แก้ไขมาตรา ๑๑ ในเรื่องระยะเวลาการสิ้นสุดของใบอนุญาตและกำหนดวิธีการในการต่อใบอนุญาต เพื่อเป็นการลดภาระและให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้รับจำนำในเรื่องอายุใบอนุญาตจากเดิมหมดอายุในวันที่ ๓๑ ธันวาคมของปีที่ออกใบอนุญาตเป็นหนึ่งปีนับแต่วันออกใบอนุญาต และเพื่อให้มีหลักเกณฑ์และวิธีการต่ออายุใบอนุญาตตั้งโรงรับจำนำที่ชัดเจน


                     ๔. เพิ่มวรรคสี่ของมาตรา ๑๗ โดยกำหนดให้ผู้จำนำสามารถชำระดอกเบี้ย ณ สถานที่อื่นใดนอกจากโรงรับจำนำตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการโรงรับจำนำประกาศกำหนด เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้จำนำในการชำระดอกเบี้ย ณ สถานที่อื่นใดนอกจากโรงรับจำนำได้


                     ๕. แก้ไข (๑) ของมาตรา ๑๘ ในเรื่องเวลาการรับจำนำหรือให้ไถ่ทรัพย์จำนำเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมให้โรงรับจำนำเปิดบริการได้ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๑ ๒๐.๐๐ น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่        ผู้จำนำมีเวลามากขึ้นในการจำนำหรือไถ่ทรัพย์จำนำ


                     ๖. เพิ่มเติมมาตรา ๒๐ ให้ตั๋วรับจำนำเป็นไปตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ ตั๋วรับจำนำต้องสามารถรองรับระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ด้วย เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการแก่ประชาชนผู้จำนำตามนโยบายประเทศไทย ๔.๐ ของรัฐบาล


                     ๗. เพิ่มเติมมาตรา ๒๗/๑ โดยกำหนดวิธีการทำลายต้นขั้วตั๋วรับจำนำ ตั๋วรับจำนำที่ใช้แล้ว          บัญชีทรัพย์หลุดจำนำ บัญชีงบเดือน และเอกสารอื่นใดที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.๒๕๒๖ โดยอนุโลม


                     ๘. เพิ่มเติมมาตรา ๒๙ ในเรื่องกรอบการพิจารณาของคณะกรรมการโรงรับจำนำเกี่ยวกับการพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตเพื่อให้คณะกรรมการควบคุมโรงรับจำนำ มีอำนาจในการว่ากล่าวตักเตือนหรือสั่งให้แก้ไขก็ได้สำหรับความผิดเล็กน้อยเล็กน้อยหรือไม่จงใจกระทำความผิดและเป็นการกระทำครั้งแรก


                     ๙. เพิ่มมาตรา ๓๓/๑ กำหนดให้การขอโอนใบอนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เพื่อเกิดความคล่องตัวในการดำเนินกิจการโรงรับจำนำให้มีกฎหมายรองรับเหมือนกฎหมายอื่น


                    ๑๐. แก้ไขมาตรา ๔๓ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีอำนาจแต่งตั้งเจ้าพนักงาน            ผู้ออกใบอนุญาต เจ้าพนักงานตรวจโรงรับจำนำและออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราจำนวนเงินในการรับจำนำและค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ และกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในการออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราจำนวนเงินในการรับจำนำและค่าธรรมเนียมในการออกใบอนุญาตตั้งโรงรับจำนำ  


       

  •  


     


     


              ๑. แก้ไขวงเงินในการรับจำนำจากวงเงินแต่ละราย


                  มาตรา ๓ ให้ยกเลิกบทนิยามคำว่า โรงรับจำนำ ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ.๒๕๐๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.. ๒๕๐๕ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๓๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน


                 โรงรับจำนำหมายความว่า สถานที่รับจำนำซึ่งประกอบการรับจำนำสิ่งของเป็นประกันหนี้เงินกู้เป็นปกติธุระและหมายความรวมตลอดถึงการรับหรือซื้อสิ่งของโดยจ่ายเงินให้สำหรับสิ่งของนั้นเป็นปกติธุระ โดยมีข้อตกลงหรือเข้าใจกันโดยตรงหรือโดยปริยายว่าจะได้ไถ่คืนในภายหลังด้วย ทั้งนี้ ในการรับจำนำแต่ละรายให้มีจำนวนเงินตามที่กฎกระทรวงกำหนดไว้ไม่เกินอัตราที่กำหนดในท้ายพระราชบัญญัตินี้


              ๒. แก้ไขเพิ่มองค์ประกอบของคณะกรรมการควบคุมโรงรับจำนำให้ตำแหน่งเป็นปัจจุบันและมีผู้เกี่ยวข้องมามีส่วนร่วมเป็นกรรมการ


                   มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ.๒๕๐๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน


                   “มาตรา ๕ ให้มีคณะกรรมการโรงรับจำนำ ประกอบด้วยปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานกรรมการ อัยการสูงสุด ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้แทนสมาคมการค้าโรงรับจำนำ เป็นกรรมการ


                  ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งข้าราชการในสังกัดกรมการปกครองคนหนึ่งเป็นกรรมการและเลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการอีกไม่เกินสองคน”


              ๓. แก้ไขระยะเวลาการสิ้นสุดของใบอนุญาตและกำหนดวิธีการยื่นคำขอต่อใบอนุญาตตั้งโรงรับจำนำ


                  มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ.๒๕๐๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน


                  “มาตรา ๑๑ ใบอนุญาตให้มีอายุหนึ่งปีนับแต่วันออกใบอนุญาต


                  การขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่อเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันก่อนที่ใบอนุญาตฉบับเดิมจะสิ้นอายุ เมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้ว ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขออนุญาตอยู่ในฐานะผู้รับใบอนุญาตจนกว่าจะมีคำสั่งถึงที่สุดไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต เมื่อได้รับคำขอต่ออายุใบอนุญาตตั้งโรงรับจำนำ ให้เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตพิจารณาสั่งการภายในเก้าสิบวัน


     


              ๔. กำหนดให้ผู้จำนำสามารถชำระดอกเบี้ย ณ สถานที่อื่นใดนอกจากโรงรับจำนำ


                  มาตรา ๖ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสี่ ของมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ.๒๕๐๕


                  “ผู้จำนำจะชำระดอกเบี้ย ณ สถานที่อื่นใดนอกจากโรงรับจำนำตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนดก็ได้ ค่าธรรมเนียมอันเกิดจากการชำระหนี้ตามวรรคนี้ ไม่ถือว่าเป็นดอกเบี้ยตามวรรคสาม


              ๕. แก้ไขเวลาการรับจำนำหรือให้ไถ่ทรัพย์จำนำ


     


                   มาตรา ๗ ให้ยกเลิกความใน (๑) ของมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ.๒๕๐๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน


                   () รับจำนำหรือให้ไถ่ทรัพย์จำนำในระหว่างเวลาตั้งแต่ ๒๐.๐๐ นาฬิกา ถึง ๐๘.๐๐ นาฬิกา”


              ๖. กำหนดแบบตั๋วรับจำนำเพื่อรองรับระบบอิเล็กทรอนิกส์


                  มาตรา ๘  ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๐ วรรคสองและวรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ.๒๕๐๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน


                  “ตั๋วรับจำนำให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ ตั๋วรับจำนำต้องสามารถรองรับระบบอิเล็คทรอนิกส์ได้ด้วย


              ๗. กำหนดวิธีการทำลายเอกสารที่ใช้ในการรับจำนำ


                  มาตรา ๙ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๒๗/๑ แห่งพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ.๒๕๐๕


                  “มาตรา ๒๗ /๑ การทำลายต้นขั้วตั๋วรับจำนำ ตั๋วรับจำนำที่ใช้แล้ว บัญชีทรัพย์หลุดจำนำ บัญชีงบเดือน และเอกสารอื่นใดที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.๒๕๒๖ โดยอนุโลม”


             ๘. เพิ่มเติมกรอบการพิจารณาของคณะกรรมการควบคุมโรงรับจำนำเกี่ยวกับการพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตตั้งโรงรับจำนำ


                 มาตรา ๑๐ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสามของมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ.๒๕๐๕


                  “ในการพิจารณาตามวรรคสองให้คำนึงถึงความร้ายแรงของการกระทำ การฝ่าฝืนกฎหมาย สำหรับความผิดเล็กน้อยเล็กน้อยหรือไม่จงใจกระทำความผิดและเป็นการกระทำครั้งแรก จะว่ากล่าวตักเตือนหรือสั่งให้แก้ไขก็ได้


             ๙. เพิ่มเติมบทบัญญัติของกฎหมายเรื่องการโอนใบอนุญาตตั้งโรงรับจำนำ


                 มาตรา ๑๑ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๓๓/๑ แห่งพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ.๒๕๐๕


                 “มาตรา ๓๓ /๑ การโอนใบอนุญาตให้แก่บุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๙ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต


                 การขอโอนใบอนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด” 


             ๑๐. แก้ไขให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีอำนาจในการออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราจำนวนเงินในการรับจำนำและค่าธรรมเนียม


     


                    มาตรา ๑๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔๓ แห่งพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ.๒๕๐๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน


                   “มาตรา ๔๓ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต เจ้าพนักงานตรวจโรงรับจำนำและออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราจำนวนเงินในการรับจำนำและค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ และกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้


     


     


     

    ไม่มีรายละเอียดของร่างที่เกี่ยวข้อง
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail