Facebook


ร่างพระราชบัญญัติการประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สิน พ.ศ. ....

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 402 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

 

หลักการ

 

ให้มีกฎหมายว่าด้วยการประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สิน

 

เหตุผล

 

โดยที่วิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สินเป็นวิชาชีพอิสระ แต่ในปัจจุบันยังไม่มี

กฎหมายควบคุมการประกอบวิชาชีพนี้  ซึ่งอาจทำให้การประเมินมูลค่าทรัพย์สินเป็นไปอย่างไม่มี

มาตรฐาน อีกทั้งยังไม่มีระบบควบคุมจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพอันมีสภาพบังคับทางกฎหมาย

สมควรจัดระเบียบการประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สิน  โดยให้อยู่ภายใต้การควบคุมและกำกับดูแลของคณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สินและหน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการ  เพื่อให้การประกอบวิชาชีพดังกล่าวเป็นไปตามมาตรฐานการประเมินมูลค่าทรัพย์สินและอยู่ภายใต้ระบบควบคุมจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพเดียวกัน  จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

 

ดาวน์โหลดไฟล์แนบ:
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

     


    หลักการ


     


    ให้มีกฎหมายว่าด้วยการประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สิน


     


    เหตุผล


     


    โดยที่วิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สินเป็นวิชาชีพอิสระ แต่ในปัจจุบันยังไม่มี


    กฎหมายควบคุมการประกอบวิชาชีพนี้  ซึ่งอาจทำให้การประเมินมูลค่าทรัพย์สินเป็นไปอย่างไม่มี


    มาตรฐาน อีกทั้งยังไม่มีระบบควบคุมจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพอันมีสภาพบังคับทางกฎหมาย


    สมควรจัดระเบียบการประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สิน  โดยให้อยู่ภายใต้การควบคุมและกำกับดูแลของคณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สินและหน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการ  เพื่อให้การประกอบวิชาชีพดังกล่าวเป็นไปตามมาตรฐานการประเมินมูลค่าทรัพย์สินและอยู่ภายใต้ระบบควบคุมจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพเดียวกัน  จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้


     



    โดยที่วิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สินเป็นวิชาชีพอิสระ แต่ในปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายควบคุมการประกอบวิชาชีพนี้  ซึ่งอาจทำให้การประเมินมูลค่าทรัพย์สินเป็นไปอย่างไม่มีมาตรฐาน อีกทั้งยังไม่มีระบบควบคุมจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพอันมีสภาพบังคับทางกฎหมาย สมควรจัดระเบียบการประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สิน



    • ความจำเป็น
    • เพื่อกำกับดูแลผู้ให้บริการด้านการประเมินมูลค่าทรัพย์สินให้มีมาตรฐานการประเมินมูลค่าทรัพย์สินอยู่ภายใต้จรรยาบรรณแห่งวิชาชีพเดียวกัน โดยให้อยู่ภายใต้การควบคุมและกำกับดูแลของคณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สินและหน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

  • สาระสำคัญ
  • เป็นร่างพระราชบัญญัติที่บัญญัติขึ้นใหม่ทั้งฉบับ มีการจัดตั้งคณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพ  และสำนักงานคณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพ โดยร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวแบ่งเป็น  8  หมวด รวมบทเฉพาะกาล  65   มาตรา  สรุปสาระสำคัญ  ดังนี้


    บทนิยาม


    กำหนดนิยามให้การประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สิน หมายความว่า  การประเมินมูลค่าทรัพย์สินโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับค่าบริการหรือค่าตอบแทนอย่างอื่น ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจนและสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติ


    กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัติฯ (มาตรา 1 - 5)


    หมวด 1 คณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพ


    กำหนดให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง  เรียกว่า  “คณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สินมีมาตรฐานและอยู่ภายใต้ระบบควบคุมจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพเดียวกัน จำนวน  15 คน ประกอบด้วย 


    (1) ปลัดกระทรวงการคลัง  เป็นประธานกรรมการ


    (2) กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวนเจ็ดคน ได้แก่ อธิบดีกรมที่ดิน อธิบดีกรมธนารักษ์ อธิบดีกรมบังคับคดี ธิบดีกรมสรรพากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และเลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย


    (3) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนสองคน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ที่มีความรู้                ความเชี่ยวชาญในการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน หรือผู้สอนหรือเคยสอนวิชาการประเมินมูลค่าทรัพย์สินในสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา


    (4) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนสองคน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้             ความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์  นิติศาสตร์ หรือบริหารธุรกิจ


    (5) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนสองคน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ประเมินมูลค่าทรัพย์สิน  รับอนุญาต 


    2


     


    ให้ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สิน เป็นกรรมการและเลขานุการ


    โดยคณะกรรมการ ทำหน้าที่ กำหนดนโยบาย  แผนงาน  และมาตรการในการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สิน  ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีในการกำหนด  ปรับปรุงและพัฒนามาตรฐานการประเมินมูลค่าทรัพย์สินและจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สิน กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการจดทะเบียนของนิติบุคคล ซึ่งประกอบกิจการให้บริการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน  เป็นต้น (มาตรา  10 – 13)


    หมวด 2 สำนักงานคณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพ


                       กำหนดให้มีการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพ เป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการ และไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ มีฐานะเป็นนิติบุคคลอยู่ในกำกับของกรมธนารักษ์             เพื่อทำหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการจดทะเบียนและออกใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ รับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สิน จัดให้มีการศึกษาอบรมและพัฒนาความรู้เกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สิน เป็นต้น กำหนดเรื่องที่มาของทุน ทรัพย์สิน  และรายได้ของสำนักงาน โดยมีผู้อำนวยการที่มาจากการแต่งตั้งของคณะกรรมการโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี เป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้าง และรับผิดชอบในการดำเนินกิจการทั้งปวงของสำนักงาน  และให้มีอำนาจในการวางระเบียบการปฏิบัติงานของสำนักงานและเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน รวมทั้งกำหนดคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่งไว้ด้วย  (มาตรา 14 – 22)


    หมวด 3 การประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สิน


    กำหนดให้ผู้อำนวยการเป็นนายทะเบียน  มีอำนาจหน้าที่ในการรักษาทะเบียนผู้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินรับอนุญาต และทะเบียนนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการให้บริการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน และมีอำนาจหน้าที่อื่นตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้ รวมทั้งกำหนดคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สิน  และกำหนดให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการจัดให้มีมาตรฐานการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อเป็นหลักในการประเมินมูลค่าทรัพย์สินของผู้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินรับอนุญาตโดยออกเป็นกฎกระทรวง (มาตรา  23 – 36)


    หมวด 4 จรรยาบรรณแห่งวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สิน


    กำหนดให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการ จัดให้มีจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สินโดยออกเป็นกฎกระทรวง โดยอย่างน้อยต้องประกอบด้วยข้อกำหนดในเรื่องดังต่อไปนี้


                       (๑) การปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน


                       (๒) ความรู้ความสามารถทางวิชาชีพ


                       (๓) ความซื่อสัตย์สุจริต ความโปร่งใส ความเป็นอิสระ และความเที่ยงธรรม


                       (๔) ความรับผิดชอบต่อผู้รับบริการและการรักษาความลับ


                       (๕) ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในการปฏิบัติงาน


                       (๖) หลักปฏิบัติต่อผู้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินอื่นและสมาคมวิชาชีพประเมินมูค่าทรัพย์สิน


    3


     


    (7) ข้อควรปฏิบัติที่คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่าจำเป็นต่อการประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สิน


    กำหนดให้นายทะเบียนมีอำนาจในการวินิจฉัยชี้ขาดการประพฤติผิดจรรยาบรรณ โดยทำเป็นคำสั่ง และให้มีการอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อคณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สินได้ (มาตรา 37 – 45)


    หมวด 5 การตรวจสอบและการบัญชี


         กำหนดให้สำนักงานวางและรักษาไว้ซึ่งบัญชีที่เป็นไปตามหลักสากลและสอดคล้องกับระบบการ


    บัญชีที่กระทรวงการคลังวางไว้ และให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของสำนักงาน  (มาตรา  46 – 49)


    หมวด 6 บทเบ็ดเตล็ด


         กำหนดให้ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ให้นายทะเบียน พนักงานเจ้าหน้าที่          มีอำนาจเข้าไปในที่ดิน อสังหาริมทรัพย์หรือสถานที่อื่นใดซึ่งมีปัญหาเกี่ยวกับการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน หรือ         เข้าไปในสถานที่ประกอบการของผู้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินรับอนุญาต  หรือนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการให้บริการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน หรือเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำหรือชี้แจงข้อเท็จจริงหรือทำคำชี้แจง           เป็นหนังสือ หรือส่งเอกสารหรือหลักฐานใด เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบมาตรฐานการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายกำหนด โดยให้กรรมการ อนุกรรมการ นายทะเบียน และพนักงานเจ้าหน้าที่ เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา (มาตรา  50 – 52)


     หมวด 7 บทกำหนดโทษ


                       มีบทกำหนดโทษทางอาญาสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่ไม่ได้รับใบอนุญาต ใบอนุญาตขาดอายุ นิติบุคคลใดประกอบกิจการให้บริการประเมินมูลค่าทรัพย์สินโดยไม่ได้รับ              จดทะเบียน รวมทั้งกำหนดให้มีการเปรียบเทียบความผิดโดยเมื่อผู้ต้องหาได้ชำระค่าปรับตามคำเปรียบเทียบแล้วให้คดีนั้นเป็นอันเลิกกัน (มาตรา 53 – 61)


     บทเฉพาะกาล


         กำหนดให้ในระยะเริ่มแรกที่ยังไม่มีคณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพ และสำนักงานคณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพให้กรมธนารักษ์จัดให้มีสำนักงานและมีอำนาจสั่งให้ข้าราชการ พนักงานราชการ  หรือลูกจ้างของกรมกรมธนารักษ์เข้าร่วมปฏิบัติงานในสำนักงานได้เป็นการชั่วคราว แต่ต้องไม่เกินหนึ่งปี

    • ประเด็นที่รับฟังความเห็น
    • จำนวน  65 ประเด็น ตามจำนวนมาตราของร่างพระราชบัญญัติการประกอบวิชาชีพประเมินมูลคาทรัพย์สิน พ.ศ. .... โดยในแต่ละมาตรามีประเด็นจะรับฟังความคิดเห็นว่า ท่านเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย  หากไม่เห็นด้วยมีเหตุผลหรือมีข้อมูลยืนยันความไม่เห็นด้วยอย่างไร โดยการแสดงเหตุผลหรือข้อมูลนั้นพอสังเขปตามสมควร  ดังรายละเอียดปรากฏตามแบบฟอร์มการให้ความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติการประกอบวิชาชีพประเมินมูลคาทรัพย์สิน พ.ศ. ....

         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail