Facebook


เปิดรับฟังความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติภาษีการได้รับประโยชน์จากการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของรัฐ พ.ศ. ....

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 2549 เวลา ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

ให้มีกฎหมายว่าด้วยการจัดเก็บภาษีการได้รับประโยชน์ในการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค

ขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของรัฐในประเทศไทย เนื่องจากรัฐบาลอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดทำ

โครงการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ซึ่งมีต้นทุนในการดำเนินการค่อนข้างมาก ประกอบกับเมื่อโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จจะส่งผลให้ที่ดินหรือห้องชุดบริเวณรอบโครงการมีมูลค่าสูงขึ้น ดังนั้น เพื่อให้ภาครัฐสามารถจัดเก็บภาษีจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินหรือเป็นเจ้าของห้องชุดที่ได้รับประโยชน์จากส่วนต่างของมูลค่าที่ดินหรือห้องชุดอันเนื่องมาจากการพัฒนาโครงการดังกล่าวและนำรายได้จากการจัดเก็บภาษีดังกล่าวมาใช้ในการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค

ขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของรัฐ 

 

  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

    ให้มีกฎหมายว่าด้วยการจัดเก็บภาษีการได้รับประโยชน์ในการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค


    ขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของรัฐในประเทศไทย เนื่องจากรัฐบาลอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดทำ


    โครงการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ซึ่งมีต้นทุนในการดำเนินการค่อนข้างมาก ประกอบกับเมื่อโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จจะส่งผลให้ที่ดินหรือห้องชุดบริเวณรอบโครงการมีมูลค่าสูงขึ้น ดังนั้น เพื่อให้ภาครัฐสามารถจัดเก็บภาษีจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินหรือเป็นเจ้าของห้องชุดที่ได้รับประโยชน์จากส่วนต่างของมูลค่าที่ดินหรือห้องชุดอันเนื่องมาจากการพัฒนาโครงการดังกล่าวและนำรายได้จากการจัดเก็บภาษีดังกล่าวมาใช้ในการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค


    ขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของรัฐ 


     



    โครงการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง (โครงการฯ) นับเป็น


    ส่วนหนึ่งของนโยบายการเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศที่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา 


    ได้แถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๗ โดยนโยบายดังกล่าวระบุว่า 


    รัฐบาลจะพัฒนาระบบขนส่งมวลชน โดยให้ความสำคัญกับโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน


    ในกรุงเทพมหานคร และรถไฟฟ้าเชื่อมกรุงเทพมหานครกับเมืองบริวารเพิ่มเติม เพื่อลดเวลา


    ในการเดินทางของประชาชนและเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้านคมนาคมทางอากาศโดยปรับปรุง


    ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระยะที่ ๒ ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานสากลในภูมิภาค 


    ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ท่าอากาศยานในภูมิภาค เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณการจราจรทางอากาศ 


    ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสนับสนุนให้เกิดการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมการบินของประเทศ 


    การซ่อมบำรุงอากาศยาน และการพัฒนาขีดความสามารถในการให้บริการขนส่งทางอากาศ ให้มี


    คุณภาพได้มาตรฐานในระดับสากล รวมทั้งการใช้ท่าอากาศยานในภูมิภาคเสริมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ


    และท่าอากาศยานดอนเมือง เช่น ท่าอากาศยานอู่ตะเภา เป็นต้น และด้านการคมนาคมทางน้ำ 


    โดยพัฒนาการขนส่งสินค้าทางลำน้ำและชายฝั่งทะเล เพื่อลดต้นทุนระบบโลจิสติกส์ของประเทศ 


    เริ่มจากการเร่งรัดพัฒนาท่าเทียบเรือชายฝั่งที่ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือชายฝั่งทะเลอ่าวไทยและ


    อันดามัน ตลอดจนผลักดันให้ท่าเรือในลำน้ำเจ้าพระยาและป่าสักมีการใช้ประโยชน์ในการขนส่งสินค้า 


    ภายในประเทศและเชื่อมโยงกับท่าเรือแหลมฉบัง รวมทั้งการขุดลอกร่องน้ำลึก


    ทั้งนี้ เมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๘ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ภายใต้แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ - ๒๕๖๕ วงเงินจำนวน 


    ๑.๗๙ ล้านล้านบาท ซึ่งการลงทุนดังกล่าวถือเป็นโครงการระยะยาวที่จะส่งผลให้ประชาชน


    มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและส่งเสริมด้านการค้าและเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ อย่างไรก็ดี 


    การลงทุนดังกล่าวได้ส่งผลให้มูลค่าของที่ดินและห้องชุดรอบบริเวณโครงการฯ เพิ่มสูงขึ้น


    ดังจะเห็นจากในกรณีราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินบริเวณแนวรถไฟฟ้าในปี พ.ศ. ๒๕๕๙ - ๒๕๖๒ 


    มีการปรับตัวสูงขึ้นถึงร้อยละ ๑๐๐ – ๑๕๐ เมื่อเทียบกับในรอบ ๔ ปีก่อนหน้า ส่งผลให้เจ้าของที่ดิน


    หรือห้องชุดได้รับประโยชน์จากส่วนต่างของมูลค่าที่ดินและห้องชุดที่เพิ่มขึ้น จึงสมควรจะคืนผลประโยชน์บางส่วนให้รัฐเพื่อนำไปพัฒนาโครงการฯ ต่อไป ในกรณีที่มีการซื้อขายหรือเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ 


    จากการศึกษาประสบการณ์ต่างประเทศพบว่า หลายประเทศ เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส โปแลนด์ 


    โคลัมเบีย เป็นต้น มีการจัดเก็บภาษีจากผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการโครงการฯ ของรัฐ ขณะที่ประเทศไทยยังไม่มีการออกกฎหมายเพื่อจัดเก็บภาษีดังกล่าว ทำให้รัฐต้องรับภาระในการดำเนินการเพียงฝ่ายเดียว 


     



    • เพื่อลดภาระด้านงบประมาณในการพัฒนาโครงการฯ ที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก 


      โดยการจัดเก็บภาษีจากผู้ที่ได้รับประโยชน์และมูลค่าที่ดินและห้องชุดที่เพิ่มขึ้นจากการพัฒนาโครงการฯ ของภาครัฐ 


       

  • ร่างพระราชบัญญัติภาษีการได้รับประโยชน์จากการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของรัฐ พ.ศ. .... (ร่างพระราชบัญญัติฯ) (Windfall Tax) มีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้


    ๔.๑ ผู้เสียภาษี คือ ผู้ขายที่ดินหรือห้องชุด เจ้าของที่ดินหรือห้องชุดที่ใช้ประโยชน์ในที่ดิน


    เชิงพาณิชย์ที่มีมูลค่าสูงกว่า ๕๐ ล้านบาท และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นเจ้าของห้องชุด


    รอการจำหน่าย ซึ่งอยู่รอบพื้นที่ที่มีโครงการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของรัฐ (โครงการฯ)


    ๔.๒ โครงการฯ ที่จัดเก็บภาษี คือ โครงการรถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน สนามบิน ท่าเรือ โครงการทางด่วนพิเศษ และโครงการอื่น ๆ ที่กำหนดในกฎกระทรวง


    ๔.๓ การจัดเก็บภาษี ใน ๒ กรณี ดังนี้


    กรณีที่ ๑ คือ การจัดเก็บในระหว่างการดำเนินโครงการฯ จะจัดเก็บจากการขายหรือเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ในที่ดินหรือห้องชุดทุกครั้ง รอบพื้นที่โครงการฯ ในรัศมีที่กำหนด


    กรณีที่ ๒ คือ การจัดเก็บเมื่อการดำเนินโครงการฯ แล้วเสร็จ จะจัดเก็บจากที่ดินหรือ


    ห้องชุดที่ใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ที่มีมูลค่าสูงกว่า ๕๐ ล้านบาท (ยกเว้นใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัยและทำเกษตรกรรม) และเก็บจากห้องชุดของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่รอการจำหน่าย ซึ่งอยู่รอบพื้นที่ที่มีโครงการฯ โดยให้เก็บภาษีดังกล่าวในปีถัดจากปีที่โครงการฯ แล้วเสร็จเพียงครั้งเดียว


    ๔.๔ พื้นที่จัดเก็บภาษี กำหนดขอบเขตไว้ ดังนี้


     


    ประเภทของโครงการฯพื้นที่จัดเก็บภาษี (รัศมีรอบโครงการฯ โดยประมาณ)


    ๑. รถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่   


          รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนพื้นที่ในรัศมี ๒.๕ กิโลเมตร รอบสถานี


    ๒. สนามบินพื้นที่ในรัศมี ๕ กิโลเมตร จากแนวเขตห้ามก่อสร้างของสนามบิน


    ๓. ท่าเรือพื้นที่ในรัศมี ๕ กิโลเมตร จากแนวเขตที่ดินของท่าเรือ


    ๔. โครงการทางด่วนพิเศษพื้นที่ในรัศมี ๒.๕ กิโลเมตร รอบทางขึ้นและทางลง


     


    ทั้งนี้ ขอบเขตพื้นที่จัดเก็บภาษีดังกล่าวจะกำหนดเป็นเพดานรัศมีสูงสุดไว้ในร่างพระราชบัญญัติฯ แต่พื้นที่จัดเก็บจริงจะพิจารณากำหนดโดยคณะกรรมการพิจารณากำหนดพื้นที่จัดเก็บภาษี โดยออกเป็นกฎกระทรวงเพื่อบังคับใช้ต่อไป


    ๔.๕ ผู้จัดเก็บภาษี กำหนดให้กรมที่ดินเป็นหน่วยงานที่จัดเก็บภาษีในกรณีที่ ๑ และ


    องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานที่จัดเก็บภาษีในกรณีที่ ๒


    ๔.๖ อัตราภาษีที่จัดเก็บ กำหนดเพดานอัตราสูงสุดของภาษีที่กรมที่ดินและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจจัดเก็บได้ ไม่เกินร้อยละ ๕ ของฐานภาษี ส่วนอัตราภาษีที่จะจัดเก็บจริงจากผู้เสียภาษี จะออกเป็นพระราชกฤษฎีกาโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี


    ๔.๗ ฐานภาษีเพื่อการคำนวณภาษี ได้แก่ ส่วนต่างของมูลค่าที่ดินหรือห้องชุดที่เพิ่มขึ้นระหว่างมูลค่าก่อนวันที่รัฐเริ่มดำเนินโครงการฯ และมูลค่าในวันที่โครงการฯ แล้วเสร็จ แล้วแต่กรณี เว้นแต่ห้องชุดที่ผู้พัฒนาโครงการอาคารชุดเป็นผู้จำหน่าย หรือห้องชุดที่ยังไม่ได้จำหน่ายภายหลังวันที่โครงการฯ แล้วเสร็จ ให้คำนวณส่วนต่างของมูลค่าห้องชุดโดยใช้มูลค่าห้องชุดที่คำนวณได้คูณด้วย


    ร้อยละยี่สิบ


    การคำนวณมูลค่าที่ดินและห้องชุด ให้ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินและราคาประเมินทุนทรัพย์ห้องชุดเพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน


    ที่คณะกรรมการกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์กำหนดเป็นเกณฑ์ในการคำนวณ


    “วันที่รัฐเริ่มดำเนินโครงการฯ” หมายถึง วันที่ทำสัญญาก่อสร้างโครงการฯ


    “วันที่โครงการฯ แล้วเสร็จ” หมายถึง วันที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุมีมติตรวจรับโครงการฯ เสร็จสิ้นทุกระบบและได้รับส่งมอบงาน


    ๔.๘ การคำนวณภาษี ให้ใช้ฐานภาษีของที่ดินหรือห้องชุดที่คำนวณได้คูณด้วยอัตราภาษี


    ๔.๙ เงินภาษี ภาษีที่จัดเก็บจะนำส่งเข้ากองทุนพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของรัฐ ซึ่งจะนำไปใช้ในการพัฒนาโครงการฯ ต่อไป ทั้งนี้ กองทุนดังกล่าวจะอยู่ภายใต้


    การบริหารของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ


    ๔.๑๐ กำหนดให้มี “คณะกรรมการพิจารณากำหนดพื้นที่จัดเก็บภาษี” ประกอบด้วย 


    ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานกรรมการ และเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ปลัดกระทรวงคมนาคมหรือผู้แทน ปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือผู้แทน เป็นกรรมการ และผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เป็นกรรมการและเลขานุการ และให้แต่งตั้งข้าราชการของสำนักงานเศรษฐกิจการคลังเป็นผู้ช่วยเลขานุการ โดยคณะกรรมการดังกล่าวมีอำนาจหน้าที่


    ในการอนุมัติให้กำหนดพื้นที่จัดเก็บภาษี และวินิจฉัยปัญหา ให้คำปรึกษาหรือแนะนำในการจัดเก็บภาษี เพื่อให้การจัดเก็บภาษีดังกล่าวมีมาตรฐานเดียวกัน รวมทั้งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ ที่เป็นผู้แทนในระดับกรมดำเนินการตามที่คณะกรรมการฯ มอบหมาย


     

    ไม่มีรายละเอียดของร่างที่เกี่ยวข้อง
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail