Facebook


ร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ....

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 4460 เวลา ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์
มาตรา ๑  พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค พ.. ….

 

 

 

 

 

 

 

                    มาตรา   พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มาตรา   ในพระราชบัญญัตินี้

 

 

 

 

 

 

องค์กรผู้บริโภค หมายความว่า องค์กรที่มีวัตถุประสงค์และมีการดำเนินงานเพื่อ

 

 

 

 

 <

  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    หลักการ
    ให้มีกฎหมายว่าด้วยองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค
    เหตุผล
    เนื่องจากการตรากฎหมาย การออกกฎ ข้อบังคับ และการกำหนดมาตรการ ต่าง ๆ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่นของรัฐยังมิได้มีการรับฟังความเห็นจากตัวแทนผู้บริโภคที่แท้จริง ทำให้กฎหมาย กฎ ข้อบังคับ และการกำหนดมาตรการต่างๆ ที่กำหนดขึ้นไม่อาจบังคับการเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการขาดองค์การที่เป็นตัวแทนผู้บริโภคในการศึกษา วิจัย ให้ความรู้ต่าง ๆ แก่ผู้บริโภค รวมทั้งในการตรวจสอบและรายงานการกระทำหรือละเลยการกระทำอันเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค สมควรมีองค์การอิสระเพื่อผู้บริโภคเพื่อทำหน้าที่ดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้


    ๑. กำหนดให้มีคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค รวมทั้งกำหนดองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการดังกล่าว
    ๒. กำหนดให้มีสำนักงานคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นหน่วยงานของรัฐมีฐานะเป็นนิติบุคคลและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการ มีหน้าที่รับผิดชอบงานธุรการ งานประชุม การศึกษาข้อมูล และกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับงานของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการ อีกทั้งกำหนดให้กิจการของสำนักงานไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม และกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน
    ๓. ให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคดำเนินการให้มีการเลือกคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
    ๔. กำหนดให้สำนักงานเสนองบประมาณรายจ่ายตามมติของคณะกรรมการต่อคณะรัฐมนตรี ไว้ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีหรืองบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม แล้วแต่กรณี
    ๕. กำหนดเกี่ยวกับที่มาของรายได้และทรัพย์สินของสำนักงานและกำหนดให้รายได้ของสำนักงานเป็นรายได้ที่ไม่ต้องนำส่งกระทรวงการคลัง อีกทั้งให้ทรัพย์สินของสำนักงานเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี


    ไม่มีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้อง
  • มาตรา ๑
  • มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ….”
  • มาตรา ๒
  • มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
  • มาตรา ๓
  • มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้
    “องค์กรผู้บริโภค” หมายความว่า องค์กรที่มีวัตถุประสงค์และมีการดำเนินงานเพื่อ
    การคุ้มครองผู้บริโภคโดยไม่แสวงหากำไร
    “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค
    “ประธานกรรมการ” หมายความว่า ประธานกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค
    “รองประธานกรรมการ” หมายความว่า รองประธานกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค
    “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค
    “สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค
    “ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค
    “รองผู้อำนวยการ” หมายความว่า รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค
  • มาตรา ๔
  • มาตรา ๔ ให้ประธานกรรมการองค์การอิสระเพื่อผู้บริโภครักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และให้มีอำนาจออกระเบียบหรือประกาศโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
    ระเบียบและประกาศตามวรรคหนึ่งที่มีผลเป็นการทั่วไป เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
  • มาตรา ๕
  • มาตรา ๕ ให้มีคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคขึ้นคณะหนึ่งประกอบด้วยประธานกรรมการคนหนึ่งและกรรมการอื่นอีกสิบสี่คน ซึ่งได้รับเลือกจากบุคคลที่เป็นตัวแทนขององค์กรผู้บริโภคที่ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสองปีและคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภครับรอง
    หลักเกณฑ์ วิธีการเลือก คุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของกรรมการตามวรรคหนึ่ง
    ให้เป็นไปตามประกาศที่คณะกรรมการกำหนด
    เมื่อมีการประชุมคณะกรรมการครั้งแรก ให้กรรมการตามวรรคหนึ่ง เลือกกันเองเป็นประธานกรรมการคนหนึ่ง และรองประธานสองคน
    ให้มีกรรมการซึ่งทำงานเต็มเวลา จำนวนสามคน
    ให้ผู้อำนวยการเป็นเลขานุการของคณะกรรมการ และผู้อำนวยการอาจแต่งตั้งพนักงานหรือลูกจ้างไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการก็ได้
    หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งกรรมการซึ่งทำงานเต็มเวลาให้เป็นไปตามประกาศ ที่คณะกรรมการกำหนด
  • มาตรา ๖
  • มาตรา ๖ กรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับเลือกใหม่ได้แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้
    กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการ ซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่จะเข้ารับหน้าที่
    เพื่อให้ได้มาซึ่งกรรมการชุดใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่เมื่อสิ้นสุดวาระของกรรมการชุดเดิม ให้ดำเนินการเลือกกรรมการชุดใหม่ก่อนครบวาระของกรรมการชุดเดิมเป็นระยะเวลาหกสิบวัน
  • มาตรา ๗
  • มาตรา ๗ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
    (๑) ตาย
    (๒) ลาออก
    (๓) พ้นจากการเป็นตัวแทนขององค์กรผู้บริโภคตามมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง
    (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการกำหนดตามมาตรา ๕ วรรคสอง
    (๕) คณะกรรมการมีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ เพราะเหตุประพฤติเสื่อมเสียหรือหย่อนความสามารถ
    ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้ดำเนินการเลือกกรรมการตามมาตรา ๕ วรรคสอง เป็นกรรมการแทนได้ และให้ผู้ที่ได้รับเลือกอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน เว้นแต่วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการเหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยยี่สิบวันจะไม่ดำเนินการเลือกก็ได้
  • มาตรา ๘
  • มาตรา ๘ การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการที่มีอยู่ จึงเป็นองค์ประชุม
    ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานเป็นประธานในที่ประชุม ถ้ารองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
    ในการวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมาก ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานใน ที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
    ในการประชุม ถ้ามีการพิจารณาเรื่องที่กรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสีย กรรมการผู้นั้นไม่มีสิทธิเข้าประชุม

  • มาตรา ๙
  • มาตรา ๙ คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
    (๑) รับฟังความคิดเห็นจากองค์กรผู้บริโภคเพื่อให้ความเห็นแก่หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ เกี่ยวกับการตรากฎหมาย กฎ และข้อบังคับ และการให้ความเห็นในการกำหนดมาตรการต่าง ๆ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค เว้นแต่มีข้อมูลจากการศึกษาหรือมีผลการวิจัยในเรื่องนั้นแล้ว
    (๒) ส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรผู้บริโภคในการคุ้มครองผู้บริโภค
    (๓) ส่งเสริมความร่วมมือและการประสานงานระหว่างหน่วยราชการ องค์กรเอกชนและองค์กรอื่นในการส่งเสริมผู้บริโภคและการคุ้มครองผู้บริโภค
    (๔) จัดให้มีการประชุมสมัชชาตัวแทนองค์กรผู้บริโภคอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เพื่อประเมินการทำงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภค และเพื่อเสนอแนะแนวทางในการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคแก่หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่นของรัฐเพื่อดำเนินการใด ๆ ในการคุ้มครองผู้บริโภค
    (๕) ส่งเสริมการศึกษา การวิจัย และการเผยแพร่ความรู้ในการคุ้มครองผู้บริโภค
    (๖) จัดทำรายงานเฉพาะกรณี รายงานประจำปี เพื่อประเมินสถานการณ์ผู้บริโภค เสนอต่อคณะรัฐมนตรี รัฐสภาและเผยแพร่ต่อสาธารณชน
    (๗) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการใด ๆ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
    (๘) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่น ซึ่งกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ
    หลักเกณฑ์ และวิธีการ การจัดการประชุมสมัชชาตัวแทนองค์กรผู้บริโภค ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
  • มาตรา ๑๐
  • มาตรา ๑๐ ในกรณีที่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานของรัฐเห็นสมควรมีกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ หรือกำหนดมาตรการเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ให้หน่วยงานดังกล่าวเสนอเรื่องนั้นต่อคณะกรรมการเพื่อให้ความเห็นประกอบการพิจารณา และให้คณะกรรมการให้ความเห็นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่อง หากคณะกรรมการไม่ให้ความเห็นภายในกำหนดเวลาดังกล่าวให้หน่วยงานนั้นดำเนินการต่อไปได้
    ในการให้ความเห็นตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการอาจให้หน่วยงานนั้นรายงานผลต่อคณะกรรมการภายในระยะเวลาอันสมควรก็ได้
  • มาตรา ๑๑
  • มาตรา ๑๑ ให้มีสำนักงานคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นหน่วยงานของรัฐมีฐานะเป็นนิติบุคคลและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการ โดยมีผู้อำนวยการเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของพนักงานและลูกจ้างของสำนักงานและรับผิดชอบการปฏิบัติงานของสำนักงาน และจะให้มีรองผู้อำนวยการเป็นผู้ช่วยสั่งและปฏิบัติงานรองจากผู้อำนวยการก็ได้
    กิจการของสำนักงาน ไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม และกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน แต่พนักงานและลูกจ้างของสำนักงานต้องได้รับความคุ้มครองและประโยชน์ตอบแทนไม่น้อยกว่า ที่กำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม และกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน
    ให้สำนักงานตามวรรคหนึ่งมีพนักงานและลูกจ้างไม่เกินยี่สิบคน แต่คณะกรรมการ อาจให้มีพนักงานและลูกจ้างเพิ่มขึ้นได้ตามความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงาน ทั้งนี้ โดยความเห็นชอบของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
  • มาตรา ๑๒
  • มาตรา ๑๒ สำนักงาน มีหน้าที่รับผิดชอบงานธุรการ งานประชุม การศึกษาข้อมูล และกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับงานของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ รวมทั้งปฏิบัติการอื่นตามที่คณะกรรมการและคณะอนุกรรมการมอบหมาย
  • มาตรา ๑๓
  • มาตรา ๑๓ ในการกำกับดูแลสำนักงาน ให้ประธานกรรมการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการออกระเบียบหรือประกาศเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารสำนักงาน การบริหารงานบุคคล การงบประมาณ การเงินและทรัพย์สิน และการดำเนินการอื่นในเรื่องดังต่อไปนี้
    (๑) การจัดแบ่งส่วนงานของสำนักงาน และขอบเขตหน้าที่ของส่วนงานดังกล่าว
    (๒) แต่งตั้งถอดถอนผู้อำนวยการ และรองผู้อำนวยการ
    (๓) การกำหนดตำแหน่ง อัตราเงินเดือน และค่าตอบแทนอื่นของผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ พนักงานและลูกจ้างของสำนักงาน
    (๔) การคัดเลือก การบรรจุ การแต่งตั้ง การถอดถอน วินัย และการลงโทษทางวินัย การออกจากตำแหน่ง การร้องทุกข์ และการอุทธรณ์การลงโทษ สำหรับผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ และพนักงานของสำนักงาน รวมทั้งวิธีการและเงื่อนไขในการจ้างลูกจ้างของสำนักงาน
    (๕) การคัดเลือก การกำหนดอัตราค่าจ้างหรือค่าตอบแทน
    (๖) การบริหารและจัดการการเงินและทรัพย์สินของสำนักงาน
    (๗) การจัดสวัสดิการหรือการสงเคราะห์อื่นแก่ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ พนักงานหรือลูกจ้างของสำนักงาน
  • มาตรา ๑๔
  • มาตรา ๑๔ ผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการต้องเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีสัญชาติไทยโดยการเกิด มีอายุไม่เกินหกสิบห้าปีบริบูรณ์ และมีคุณวุฒิ ประสบการณ์และความสำเร็จด้านการบริหารตามที่คณะกรรมการกำหนด
    ผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการมีวาระการดำรงตำแหน่งสี่ปีนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่ได้ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน
  • มาตรา ๑๕
  • มาตรา ๑๕ ผู้อำนวยการมีหน้าที่ควบคุมดูแลงานโดยทั่วไปของสำนักงานให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ และมติของคณะกรรมการ และให้มีอำนาจ ดังนี้
    (๑) วางระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของพนักงานหรือลูกจ้างในสำนักงาน
    (๒) วางระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของสำนักงาน
    ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด และเท่าที่ไม่ขัดกับระเบียบหรือประกาศ หรือมติของคณะกรรมการ

  • มาตรา ๑๖
  • มาตรา ๑๖ ในกิจการของสำนักงานที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้แทนของสำนักงาน เพื่อการนี้ผู้อำนวยการจะมอบอำนาจให้บุคคลใดปฏิบัติงานเฉพาะอย่างแทนก็ได้ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
  • มาตรา ๑๗
  • มาตรา ๑๗ ให้สำนักงานเสนองบประมาณรายจ่ายตามมติของคณะกรรมการต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อจัดสรรเป็นเงินอุดหนุนของคณะกรรมการและสำนักงานไว้ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม แล้วแต่กรณี
  • มาตรา ๑๘
  • มาตรา ๑๘ รายได้และทรัพย์สินในการดำเนินกิจการของสำนักงานประกอบด้วย
    (๑) เงินอุดหนุนตามมาตรา ๑๗
    (๒) รายได้จากค่าธรรมเนียมและดอกผลของเงินหรือรายได้จากทรัพย์สินของสำนักงาน
    (๓) รายได้อื่น
  • มาตรา ๑๙
  • มาตรา ๑๙ รายได้ของสำนักงานไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หรือกฎหมายอื่น
    ให้อสังหาริมทรัพย์ซึ่งสำนักงานจัดหาด้วยเงินรายได้ของสำนักงาน เป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงาน
    ให้สำนักงานมีอำนาจในการปกครอง ดูแล บำรุงรักษาทรัพย์สินของสำนักงาน
  • มาตรา ๒๐
  • มาตรา ๒๐ ทรัพย์สินของสำนักงานเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี
  • มาตรา ๒๑
  • มาตรา ๒๑ ให้สำนักงานจัดทำงบดุล งบการเงินและบัญชีทำการ ส่งผู้สอบบัญชีภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี
    ให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของสำนักงาน และให้ทำการตรวจสอบรับรองบัญชีและการเงินทุกประเภทของสำนักงาน รวมทั้งประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินของสำนักงาน โดยแสดงให้เห็นด้วยว่าการใช้จ่ายดังกล่าวเป็นไปตามวัตถุประสงค์ ประหยัด และได้ผลตามเป้าหมายเพียงใด แล้วทำรายงานเสนอผลการสอบบัญชีต่อรัฐสภาและคณะรัฐมนตรีโดยไม่ชักช้า
  • มาตรา ๒๒
  • มาตรา ๒๒ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ซึ่งคณะกรรมการจัดทำขึ้นตามมาตรา ๙ (๖) รัฐสภาอาจมีมติให้คณะกรรมการหรือสำนักงานชี้แจงเป็นหนังสือ หรือมาชี้แจงด้วยวาจา หรือส่งเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการพิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีของคณะกรรมการหรือการปฏิบัติงานใดๆ ของคณะกรรมการหรือสำนักงานได้ และในกรณีที่มีเหตุอันควรจะมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการปฏิบัติงานก็ได้
  • มาตรา ๒๓
  • มาตรา ๒๓ ให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ทำหน้าที่คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค แล้วแต่กรณี จนกว่าจะมีคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัตินี้
  • มาตรา ๒๔
  • มาตรา ๒๔ ในวาระเริ่มแรกให้เลือกคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ตามมาตรา ๕ จากบุคคลที่เป็นตัวแทนขององค์กรผู้บริโภคที่มีอยู่ในวันที่ดำเนินการเลือก ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

  • มาตรา ๒๕
  • มาตรา ๒๕ ในวาระเริ่มแรกก่อนที่สำนักงานจะได้รับงบประมาณรายจ่ายประจำปี ให้คณะกรรมการจัดทำแผนการดำเนินการของคณะกรรมการและแผนการจัดตั้งและการบริหารงานของสำนักงานเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อขอรับเงินอุดหนุนเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการและการบริหารงานตามแผนดังกล่าว
    ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาจัดสรรเงินงบประมาณรายจ่ายเป็นเงินอุดหนุนทั่วไปเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามแผนที่คณะกรรมการเสนอตามความจำเป็น
    • มาตรา ๑
    • พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. .
    • มาตรา ๒
    • พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
    • มาตรา ๓
    • ในพระราชบัญญัตินี้
      องค์กรผู้บริโภค หมายความว่า องค์กรที่มีวัตถุประสงค์และมีการดำเนินงานเพื่อ
      การคุ้มครองผู้บริโภคโดยไม่แสวงหากำไร
      คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค
      ประธานกรรมการ หมายความว่า ประธานกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค
      รองประธานกรรมการ หมายความว่า รองประธานกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค
      กรรมการ หมายความว่า กรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค
      สำนักงาน หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค
      ผู้อำนวยการ หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค
      รองผู้อำนวยการ หมายความว่า รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค
    • มาตรา ๔
    • ให้ประธานกรรมการองค์การอิสระเพื่อผู้บริโภครักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และให้มีอำนาจออกระเบียบหรือประกาศโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ระเบียบและประกาศตามวรรคหนึ่งที่มีผลเป็นการทั่วไป เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
    • มาตรา ๕
    • ให้มีคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคขึ้นคณะหนึ่งประกอบด้วยประธานกรรมการคนหนึ่งและกรรมการอื่นอีกสิบสี่คน ซึ่งได้รับเลือกจากบุคคลที่เป็นตัวแทนขององค์กรผู้บริโภคที่ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสองปีและคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภครับรอง
      หลักเกณฑ์ วิธีการเลือก คุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของกรรมการตามวรรคหนึ่ง
      ให้เป็นไปตามประกาศที่คณะกรรมการกำหนด
      เมื่อมีการประชุมคณะกรรมการครั้งแรก ให้กรรมการตามวรรคหนึ่ง เลือกกันเองเป็นประธานกรรมการคนหนึ่ง และรองประธานสองคนให้มีกรรมการซึ่งทำงานเต็มเวลา จำนวนสามคน
      ให้ผู้อำนวยการเป็นเลขานุการของคณะกรรมการ และผู้อำนวยการอาจแต่งตั้งพนักงานหรือลูกจ้างไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการก็ได้
      หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งกรรมการซึ่งทำงานเต็มเวลาให้เป็นไปตามประกาศ ที่คณะกรรมการกำหนด
    • มาตรา ๖
    • กรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับเลือกใหม่ได้แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้
      กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการ ซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่จะเข้ารับหน้าที่ เพื่อให้ได้มาซึ่งกรรมการชุดใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่เมื่อสิ้นสุดวาระของกรรมการชุดเดิม ให้ดำเนินการเลือกกรรมการชุดใหม่ก่อนครบวาระของกรรมการชุดเดิมเป็นระยะเวลาหกสิบวัน
    • มาตรา ๗
    • นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
      (๑) ตาย
      (๒) ลาออก
      (๓) พ้นจากการเป็นตัวแทนขององค์กรผู้บริโภคตามมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง
      (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการกำหนดตามมาตรา ๕ วรรคสอง
      (๕) คณะกรรมการมีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ เพราะเหตุประพฤติเสื่อมเสียหรือหย่อนความสามารถ
      ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้ดำเนินการเลือกกรรมการตามมาตรา ๕ วรรคสอง เป็นกรรมการแทนได้ และให้ผู้ที่ได้รับเลือกอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน เว้นแต่วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการเหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยยี่สิบวันจะไม่ดำเนินการเลือกก็ได้
    • มาตรา ๘
    • การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการที่มีอยู่ จึงเป็นองค์ประชุม ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานเป็นประธานในที่ประชุม ถ้ารองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
      ในการวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมาก ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานใน ที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาดในการประชุม ถ้ามีการพิจารณาเรื่องที่กรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสีย กรรมการผู้นั้นไม่มีสิทธิเข้าประชุม
    • มาตรา ๙
    • คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
      (๑) รับฟังความคิดเห็นจากองค์กรผู้บริโภคเพื่อให้ความเห็นแก่หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ เกี่ยวกับการตรากฎหมาย กฎ และข้อบังคับ และการให้ความเห็นในการกำหนดมาตรการต่าง ๆ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค เว้นแต่มีข้อมูลจากการศึกษาหรือมีผลการวิจัยในเรื่องนั้นแล้ว
      (๒) ส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรผู้บริโภคในการคุ้มครองผู้บริโภค
      (๓) ส่งเสริมความร่วมมือและการประสานงานระหว่างหน่วยราชการ องค์กรเอกชนและองค์กรอื่นในการส่งเสริมผู้บริโภคและการคุ้มครองผู้บริโภค
      (๔) จัดให้มีการประชุมสมัชชาตัวแทนองค์กรผู้บริโภคอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เพื่อประเมินการทำงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภค และเพื่อเสนอแนะแนวทางในการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคแก่หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่นของรัฐเพื่อดำเนินการใด ๆ ในการคุ้มครองผู้บริโภค
      (๕) ส่งเสริมการศึกษา การวิจัย และการเผยแพร่ความรู้ในการคุ้มครองผู้บริโภค
      (๖) จัดทำรายงานเฉพาะกรณี รายงานประจำปี เพื่อประเมินสถานการณ์ผู้บริโภค เสนอต่อคณะรัฐมนตรี รัฐสภาและเผยแพร่ต่อสาธารณชน
      (๗) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการใด ๆ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
      (๘) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่น ซึ่งกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ
      หลักเกณฑ์ และวิธีการ การจัดการประชุมสมัชชาตัวแทนองค์กรผู้บริโภค ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    • มาตรา ๑๐
    • ในกรณีที่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานของรัฐเห็นสมควรมีกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ หรือกำหนดมาตรการเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ให้หน่วยงานดังกล่าวเสนอเรื่องนั้นต่อคณะกรรมการเพื่อให้ความเห็นประกอบการพิจารณา และให้คณะกรรมการให้ความเห็นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่อง หากคณะกรรมการไม่ให้ความเห็นภายในกำหนดเวลาดังกล่าวให้หน่วยงานนั้นดำเนินการต่อไปได้
      ในการให้ความเห็นตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการอาจให้หน่วยงานนั้นรายงานผลต่อคณะกรรมการภายในระยะเวลาอันสมควรก็ได้
    • มาตรา ๑๑
    • ให้มีสำนักงานคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นหน่วยงานของรัฐมีฐานะเป็นนิติบุคคลและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการ โดยมีผู้อำนวยการเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของพนักงานและลูกจ้างของสำนักงานและรับผิดชอบการปฏิบัติงานของสำนักงาน และจะให้มีรองผู้อำนวยการเป็นผู้ช่วยสั่งและปฏิบัติงานรองจากผู้อำนวยการก็ได้
      กิจการของสำนักงาน ไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม และกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน แต่พนักงานและลูกจ้างของสำนักงานต้องได้รับความคุ้มครองและประโยชน์ตอบแทนไม่น้อยกว่า ที่กำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม และกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน
      ให้สำนักงานตามวรรคหนึ่งมีพนักงานและลูกจ้างไม่เกินยี่สิบคน แต่คณะกรรมการ อาจให้มีพนักงานและลูกจ้างเพิ่มขึ้นได้ตามความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงาน ทั้งนี้ โดยความเห็นชอบของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
    • มาตรา ๑๒
    • สำนักงาน มีหน้าที่รับผิดชอบงานธุรการ งานประชุม การศึกษาข้อมูล และกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับงานของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ รวมทั้งปฏิบัติการอื่นตามที่คณะกรรมการและคณะอนุกรรมการมอบหมาย
    • มาตรา ๑๓
    • ในการกำกับดูแลสำนักงาน ให้ประธานกรรมการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการออกระเบียบหรือประกาศเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารสำนักงาน การบริหารงานบุคคล การงบประมาณ การเงินและทรัพย์สิน และการดำเนินการอื่นในเรื่องดังต่อไปนี้
      (๑) การจัดแบ่งส่วนงานของสำนักงาน และขอบเขตหน้าที่ของส่วนงานดังกล่าว
      (๒) แต่งตั้งถอดถอนผู้อำนวยการ และรองผู้อำนวยการ
      (๓) การกำหนดตำแหน่ง อัตราเงินเดือน และค่าตอบแทนอื่นของผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ พนักงานและลูกจ้างของสำนักงาน
      (๔) การคัดเลือก การบรรจุ การแต่งตั้ง การถอดถอน วินัย และการลงโทษทางวินัย การออกจากตำแหน่ง การร้องทุกข์ และการอุทธรณ์การลงโทษ สำหรับผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ และพนักงานของสำนักงาน รวมทั้งวิธีการและเงื่อนไขในการจ้างลูกจ้างของสำนักงาน
      (๕) การคัดเลือก การกำหนดอัตราค่าจ้างหรือค่าตอบแทน
      (๖) การบริหารและจัดการการเงินและทรัพย์สินของสำนักงาน
      (๗) การจัดสวัสดิการหรือการสงเคราะห์อื่นแก่ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ พนักงานหรือลูกจ้างของสำนักงาน
    • มาตรา ๑๔
    • ผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการต้องเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีสัญชาติไทยโดยการเกิด มีอายุไม่เกินหกสิบห้าปีบริบูรณ์ และมีคุณวุฒิ ประสบการณ์และความสำเร็จด้านการบริหารตามที่คณะกรรมการกำหนด
      ผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการมีวาระการดำรงตำแหน่งสี่ปีนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่ได้ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน
    • มาตรา ๑๕
    • ผู้อำนวยการมีหน้าที่ควบคุมดูแลงานโดยทั่วไปของสำนักงานให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ และมติของคณะกรรมการ และให้มีอำนาจ ดังนี้
      (๑) วางระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของพนักงานหรือลูกจ้างในสำนักงาน
      (๒) วางระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของสำนักงาน
      ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด และเท่าที่ไม่ขัดกับระเบียบหรือประกาศ หรือมติของคณะกรรมการ
    • มาตรา ๑๖
    • ในกิจการของสำนักงานที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้แทนของสำนักงาน เพื่อการนี้ผู้อำนวยการจะมอบอำนาจให้บุคคลใดปฏิบัติงานเฉพาะอย่างแทนก็ได้ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    • มาตรา ๑๗
    • ให้สำนักงานเสนองบประมาณรายจ่ายตามมติของคณะกรรมการต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อจัดสรรเป็นเงินอุดหนุนของคณะกรรมการและสำนักงานไว้ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม แล้วแต่กรณี
    • มาตรา ๑๘
    • รายได้และทรัพย์สินในการดำเนินกิจการของสำนักงานประกอบด้วย
      (๑) เงินอุดหนุนตามมาตรา ๑๗
      (๒) รายได้จากค่าธรรมเนียมและดอกผลของเงินหรือรายได้จากทรัพย์สินของสำนักงาน
      (๓) รายได้อื่น
    • มาตรา ๑๙
    • รายได้ของสำนักงานไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หรือกฎหมายอื่น ให้อสังหาริมทรัพย์ซึ่งสำนักงานจัดหาด้วยเงินรายได้ของสำนักงาน เป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงาน
      ให้สำนักงานมีอำนาจในการปกครอง ดูแล บำรุงรักษาทรัพย์สินของสำนักงาน
    • มาตรา ๒๐
    • ทรัพย์สินของสำนักงานเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี
    • มาตรา ๒๑
    • ให้สำนักงานจัดทำงบดุล งบการเงินและบัญชีทำการ ส่งผู้สอบบัญชีภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี
      ให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของสำนักงาน และให้ทำการตรวจสอบรับรองบัญชีและการเงินทุกประเภทของสำนักงาน รวมทั้งประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินของสำนักงาน โดยแสดงให้เห็นด้วยว่าการใช้จ่ายดังกล่าวเป็นไปตามวัตถุประสงค์ ประหยัด และได้ผลตามเป้าหมายเพียงใด แล้วทำรายงานเสนอผลการสอบบัญชีต่อรัฐสภาและคณะรัฐมนตรีโดยไม่ชักช้า
    • มาตรา ๒๒
    • เพื่อประโยชน์ในการพิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ซึ่งคณะกรรมการจัดทำขึ้นตามมาตรา ๙ (๖) รัฐสภาอาจมีมติให้คณะกรรมการหรือสำนักงานชี้แจงเป็นหนังสือ หรือมาชี้แจงด้วยวาจา หรือส่งเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการพิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีของคณะกรรมการหรือการปฏิบัติงานใดๆ ของคณะกรรมการหรือสำนักงานได้ และในกรณีที่มีเหตุอันควรจะมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการปฏิบัติงานก็ได้
    • มาตรา ๒๓
    • ให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ทำหน้าที่คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค แล้วแต่กรณี จนกว่าจะมีคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัตินี้
    • มาตรา ๒๔
    • ในวาระเริ่มแรกให้เลือกคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ตามมาตรา ๕ จากบุคคลที่เป็นตัวแทนขององค์กรผู้บริโภคที่มีอยู่ในวันที่ดำเนินการเลือก ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
    • มาตรา ๒๕
    • ในวาระเริ่มแรกก่อนที่สำนักงานจะได้รับงบประมาณรายจ่ายประจำปี ให้คณะกรรมการจัดทำแผนการดำเนินการของคณะกรรมการและแผนการจัดตั้งและการบริหารงานของสำนักงานเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อขอรับเงินอุดหนุนเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการและการบริหารงานตามแผนดังกล่าว
      ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาจัดสรรเงินงบประมาณรายจ่ายเป็นเงินอุดหนุนทั่วไปเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามแผนที่คณะกรรมการเสนอตามความจำเป็น
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail