Facebook


ร่างพระราชบัญญัติอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ พ.ศ. ....

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 7173 เวลา ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

ร่าง

 พระราชบัญญัติ  

 

อนุสาวรีย์แห่งชาติ  อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ

 

.. ....

 

                  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                               &

  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    หลักการ
    ให้มีกฎหมายว่าด้วยอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ
    เหตุผล
    เนื่องด้วยปัจจุบันมีการก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ เป็นจำนวนมาก เพื่อเชิดชูพระมหากษัตริย์และบุคคลสำคัญ หรือเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติ อนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพดังกล่าวเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ตลอดชีวิตของประชาชนในชาติ แต่การดำเนินการก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ ยังขาดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ส่งผลให้การก่อสร้างดังกล่าวไม่ถูกต้องสอดคล้องกับหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ศาสนา และคติความเชื่อ และขาดหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลการอนุญาตและการควบคุมโดยตรง และมีรูปลักษณ์ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจเสื่อมเสียพระเกียรติขององค์พระมหากษัตริย์ หรือเสื่อมเสียพระเกียรติยศของบุคคลสำคัญของชาติ และบางกรณีอาจเป็นการบิดเบือนประวัติศาสตร์ของชาติ ผิดเพื้ยนจากหลักศาสนาและคติความเชื่อ ดังนั้น เพื่อให้การก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ เป็นไปโดยถูกต้องสอดคล้องกับหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของชาติ หลักศาสนา และคติความเชื่อ รวมทั้งมีรูปลักษณ์สิ่งก่อสร้างที่ถูกต้องตามหลักวิชาการด้านศิลปกรรม วิศวกรรม สถาปัตยกรรม และภูมิสถาปัตยกรรม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้


    บทนิยาม (มาตรา ๓)
    หมวด ๑ การขออนุญาตและการอนุญาตสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ (มาตรา ๕ - มาตรา ๑๔)
    หมวด ๒ คณะกรรมการพิจารณาการก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ (มาตรา ๑๕ - มาตรา ๒๑)
    หมวด ๓ กองทุนอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ (มาตรา ๒๒ - มาตรา ๒๕)
    หมวด ๔ การดูแลรักษาอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ (มาตรา ๒๖ - มาตรา ๒๙)
    หมวด ๕ มาตรการบังคับทางปกครอง (มาตรา ๓๐ - มาตรา ๓๒)
    หมวด ๖ บทกำหนดโทษ (มาตรา ๓๓ - มาตรา ๓๗)

    • กำหนดนิยาม (มาตรา ๓)
    • กำหนดบทนิยามของคำว่า “อนุสาวรีย์” “อนุสาวรีย์แห่งชาติ” “อนุสรณ์สถาน” “พระบรมรูป” “รูปเคารพ” “คณะกรรมการ” “อธิบดี” และ “รัฐมนตรี”
    • กำหนดผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ (มาตรา ๔)
    • กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
    • การขออนุญาตและการอนุญาตสร้างอนุสารีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ (มาตรา ๕ - มาตรา ๑๔)
    • ๑.กำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ ต้องยื่นคำขอเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมระบุวัตถุประสงค์การก่อสร้างต่ออธิบดีกรมศิลปากร โดยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้สถานที่ที่จะขออนุญาตก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ จะต้องเป็นสาธารณสถาน มีบริเวณและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเชิดชูเกียรติยศและสง่างาม ลักษณะของบริเวณและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมประกาศกำหนด
      ๒.กรณีของการขออนุญาตก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติในส่วนพระบรมราชานุสาวรีย์ พระราชานุสาวรีย์ พระบวรราชานุสาวรีย์ พระอนุสาวรีย์ พระบรมรูป และพระรูปของพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งต้องมีการนำความขึ้นกราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาตก่อสร้างก่อนดำเนินการนั้น หากมีหรือไม่มีพระบรมราชานุญาต กรมศิลปากรจะต้องแจ้งผลให้ผู้ขออนุญาตทราบ และห้ามมิให้ก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติในส่วนพระบรมราชานุสาวรีย์ พระราชานุสาวรีย์ พระบวรราชานุสาวรีย์ พระอนุสาวรีย์ พระบรมรูป และพระรูปของพระบรมวงศานุวงศ์ ก่อนได้รับพระบรมราชานุญาต
      ๓.เมื่อผู้ขออนุญาตดำเนินการจัดสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพแล้ว กำหนดให้ผู้ขออนุญาตต้องแจ้งให้อธิบดีกรมศิลปากรทราบ เพื่ออธิบดีกรมศิลปากรจักได้ดำเนินการประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป
      ๔.ผู้ได้รับอนุญาตต้องจัดสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพตามแบบและเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต โดยค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง รวมทั้งค่าดูแลรักษา ให้อยู่ในความรับผิดชอบของผู้ได้รับอนุญาต
      ๕.ในกรณีที่มีการก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ หรือก่อสร้างผิดไปจากแบบหรือเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต กำหนดให้อธิบดีกรมศิลปากรมีอำนาจสั่งให้ระงับการก่อสร้างและรื้อถอนอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือส่วนของอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพที่ก่อสร้างผิดแบบหรือเงื่อนไข ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากอธิบดีกรมศิลปากร หากผู้ก่อสร้างขัดขืนไม่ระงับการก่อสร้างหรือรื้อถอนตามที่ได้รับแจ้ง ให้อธิบดีดำเนินการรื้อถอน โดยเจ้าของหรือผู้ครอบครองหรือผู้ปลูกสร้างต้องเป็นผู้จ่ายค่ารื้อถอน และไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายหรือดำเนินคดีแก่ผู้รื้อถอน ไม่ว่าด้วยประการใดทั้งสิ้น
    • คณะกรรมการพิจารณาการก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ (มาตรา ๑๕ - มาตรา ๒๑)
    • กำหนดให้มี “คณะกรรมการพิจารณาการก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ” ประกอบด้วย
      (๑) อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานกรรมการ
      (๒) รองอธิบดีกรมศิลปากร เป็นรองประธานกรรมการ
      (๓) ผู้แทนสำนักราชเลขาธิการ
      (๔) ผู้แทนกรมการศาสนา เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
      (๕) ผู้แทนสำนักงานพระพุทธศาสนา เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
      แห่งชาติ
      (๖) ผู้แทนสำนักงานนโยบายและ เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
      แผนทรัพยากรธรรมชาติ
      และสิ่งแวดล้อม
      (๗) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกิน ๘ คน
      (๘) ผู้อำนวยการสำนักช่างสิบหมู่ เป็นกรรมการและเลขานุการ
      กรมศิลปากร
      รวมทั้งกำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ หลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ รวมทั้งการประชุมคณะกรรมการ
    • กองทุนอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ (มาตรา ๒๒ - มาตรา ๒๕)
    • กำหนดให้จัดตั้ง “กองทุนอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้จ่ายในกิจการอันเป็นประโยชน์แก่อนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ โดยกองทุนดังกล่าวมีที่มาจากเงินและทรัพย์สิน ดังนี้
      (๑) เงินอุดหนุนจากรัฐบาล
      (๒) เงินค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเกี่ยวกับอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ ของกรมศิลปากรหรือเงินที่ได้มาตามระเบียบนี้
      (๓) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้
      (๔) เงิน ดอกเบี้ย หรือผลประโยชน์อื่นใดที่เกิดจากกองทุน
      (๕) เงินและทรัพย์สินอื่นที่ตกเป็นของกองทุน
      (๖) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับจากภาคเอกชนทั้งภายในและภายนอกประเทศ รัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์กรต่างประเทศ
      นอกจากนี้ยังกำหนดมาตรการส่งเสริมด้วยการให้ผู้บริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่กองทุนอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ มีสิทธินำไปลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ หรือได้รับยกเว้นภาษีสำหรับเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาคแล้วแต่กรณี ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในประมวลรัษฎากร
      การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการจัดหาผลประโยชน์ และการบริหารกองทุน ให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกรมศิลปากรกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
    • การดูแลรักษาอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ (มาตรา ๒๖ - มาตรา ๒๙)
    • กำหนดให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงาน องค์กรของรัฐ เจ้าของ หรือผู้ครอบครองอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ ต้องดูแลรักษาให้มีสภาพสมบูรณ์ สง่างามทั้งตัวอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ รวมทั้งสภาพภูมิทัศน์โดยรอบสถานที่ตั้ง ทั้งนี้ห้ามมิให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองแก้ไข ต่อเติม เปลี่ยนแปลง เคลื่อนย้าย รื้อถอน หรือทำลายอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ หรือดำเนินการใดๆ ในบริเวณที่เป็นสถานที่ตั้ง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากอธิบดีกรมศิลปากร โดยการดำเนินการดังกล่าวจะต้องได้รับอนุญาตก่อนจึงจะกระทำได้
      ในกรณีที่เกิดการชำรุด เสียหาย หรือสูญหายแก่อนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน หรือรูปเคารพ กำหนดให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงาน องค์กรของรัฐ เจ้าของหรือผู้ครอบครอง ต้องรายงานเป็นลายลักษณ์อักษรโดยละเอียดให้กรมศิลปากรทราบ เพื่อกรมศิลปากรจะได้ดำเนินการตามความเหมาะสม
      หากมีกรณีที่จะต้องตกแต่งผิดหรือซ่อมแซมอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน หรือรูปเคารพ ซึ่งชำรุดหรือเสียหาย กำหนดให้กรมศิลปากรจะต้องให้คำแนะนำ รวมทั้งควบคุมดูแล หรือดำเนินการให้ โดยเจ้าของหรือผู้ครอบครองเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
    • มาตรการบังคับทางปกครอง (มาตรา ๓๐ - มาตรา ๓๒)
    • ๑.ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้กำหนดมาตรการบังคับทางปกครอง โดยกำหนดให้อธิบดีกรมศิลปากรมีอำนาจสั่งให้บุคคลที่ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมายในเรื่องดังต่อไปนี้ ปฏิบัติให้ถูกต้องหรือเหมาะสมภายในระยะเวลาที่กำหนด
      (๑) ไม่ขออนุญาตก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ
      (๒) ไม่ก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพตามแบบและเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต
      (๓) ก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติในส่วนพระบรมราชานุสาวรีย์ พระราชานุสาวรีย์ พระบวรราชานุสาวรีย์ พระอนุสาวรีย์ พระบรมรูป และพระรูปของพระบรมศานุวงศ์ ก่อนได้รับพระบรมราชานุญาต
      (๔) ไม่ดูแลรักษาอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ ให้มีสภาพสมบูรณ์ สง่างามทั้งตัวอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ รวมทั้งสภาพภูมิทัศน์โดยรอบสถานที่ตั้ง
      (๕) ทำการแก้ไข ต่อเติม เปลี่ยนแปลง เคลื่อนย้าย รื้อถอน หรือทำลายอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ หรือดำเนินการใดๆ ในบริเวณที่เป็นสถานที่ตั้ง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากอธิบดีกรมศิลปากร
      ๒.ในกรณีที่อธิบดีกรมศิลปากรมีคำสั่งให้บุคคลที่ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมาย ปฏิบัติให้ถูกต้องหรือเหมาะสมภายในกำหนดระยะเวลาแล้ว หากบุคคลนั้นไม่พอใจในคำสั่งของอธิบดีกรมศิลปากร ก็สามารถอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่ง
      ๓.หากบุคคลที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของอธิบดีกรมศิลปากร และพ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์แล้ว หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมมีคำสั่งยืนตามคำสั่งของอธิบดีกรมศิลปากร อธิบดีกรมศิลปากรจะมีหนังสือเตือนไปยังบุคคลดังกล่าวอีกครั้งเพื่อให้ปฏิบัติตามคำสั่ง และหากบุคคลดังกล่าวยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวอีก ก็ให้อธิบดีกรมศิลปากรมีอำนาจพิจารณากำหนดค่าปรับทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
    • บทกำหนดโทษ (มาตรา ๓๓ - มาตรา ๓๗)
    • ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีบทกำหนดโทษในกรณีดังต่อไปนี้
      ๑.ก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน หรือรูปเคารพ โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือไม่ได้ขออนุญาตตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
      ๒.ก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน หรือรูปเคารพ โดยไม่ทำตามแบบหรือเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
      ๓.ก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติในส่วนพระบรมราชานุสาวรีย์ พระราชานุสาวรีย์ พระบวรราชานุสาวรีย์ พระอนุสาวรีย์ พระบรมรูป และพระรูปของพระบรมวงศานุวงศ์ โดยไม่ได้รับพระบรมราชานุญาต ตลอดจนทำการแก้ไข ต่อเติม เปลี่ยนแปลง เคลื่อนย้าย รื้อถอน หรือทำลายอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ หรือดำเนินการใดๆ ในบริเวณที่เป็นสถานที่ตั้ง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากอธิบดีกรมศิลปากร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
      ๔.ไม่แจ้งการชำรุด เสียหาย หรือสูญหายของอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ ให้กรมศิลปากรทราบภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
      ๕.ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง
    • มาตรา ๑
    • พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ พ.ศ. ....
    • มาตรา ๒
    • พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
    • มาตรา ๓
    • ในพระราชบัญญัตินี้
      อนุสาวรีย์ หมายความว่า ประติมากรรมรูปเหมือนบุคคล หรือสัญลักษณ์ ที่สร้างไว้ในสาธารณสถาน รวมถึงแท่นฐาน ส่วนประกอบอื่นๆ และอาณาบริเวณ เพื่อเป็นที่ระลึกถึงบุคคลสำคัญ เหตุการณ์หรือวีรกรรมที่สำคัญในประวัติศาสตร์
      อนุสาวรีย์แห่งชาติ หมายความว่า พระบรมราชานุสาวรีย์ พระราชานุสาวรีย์
      พระบวรราชานุสาวรีย์ พระอนุสาวรีย์ อนุสาวรีย์บุคคลสำคัญของชาติ และอนุสาวรีย์เหตุการณ์สำคัญระดับชาติ
      อนุสรณ์สถาน หมายความว่า สิ่งก่อสร้างทางสถาปัตยกรรมที่ทำขึ้นในบริเวณพื้นที่เมืองหรือท้องที่ เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์หรือวีรกรรมที่สำคัญในประวัติศาสตร์ ซึ่งมีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าได้เกิดขึ้นจริงในบริเวณเมืองหรือท้องที่นั้น
      พระบรมรูป หมายความว่า ประติมากรรมรูปพระมหากษัตริย์
      รูปเคารพ หมายความว่า พระพุทธรูป เทวรูป หรือประติมากรรมในศาสนา รวมถึงประติมากรรมซึ่งตั้งอยู่ในสถานที่สาธารณะตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
      คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการพิจารณาการก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ
      อธิบดี หมายความว่า อธิบดีกรมศิลปากร
      รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
    • มาตรา ๔
    • ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
      กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
    • มาตรา ๕
    • ผู้ใดประสงค์จะก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ ให้ยื่นคำขอเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมระบุวัตถุประสงค์การก่อสร้างโดยละเอียดต่ออธิบดี
      การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
    • มาตรา ๖
    • สถานที่ที่จะขออนุญาตก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ ตามมาตรา ๕ ต้องเป็นสาธารณสถาน มีบริเวณและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเชิดชูเกียรติยศและสง่างาม
      บริเวณและสภาพแวดล้อมตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
    • มาตรา ๗
    • เมื่อคณะกรรมการเห็นชอบให้นำเสนอรัฐมนตรีเพื่อนำความกราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาตสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติในส่วนพระบรมราชานุสาวรีย์ พระราชานุสาวรีย์ พระบวรราชานุสาวรีย์ พระอนุสาวรีย์ พระบรมรูป และพระรูปของพระบรมวงศานุวงศ์ ถ้ามีหรือไม่มีพระบรมราชานุญาตแล้ว ให้กรมศิลปากรแจ้งผลการพิจารณาดังกล่าวให้ผู้ขออนุญาตทราบ
    • มาตรา ๘
    • เมื่อผู้ขออนุญาตดำเนินการจัดสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ และ อนุสรณ์สถานแล้ว ให้แจ้งอธิบดีทราบเพื่อดำเนินการประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    • มาตรา ๙
    • ให้ผู้ขออนุญาตดำเนินการจัดสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพตามแบบและเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต
      ให้กรมศิลปากรแนะนำการสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ ให้ถูกต้องสง่างามและเหมาะสม
    • มาตรา ๑๐
    • ห้ามมิให้ผู้ใดทำการก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติในส่วนพระบรมราชานุสาวรีย์ พระราชานุสาวรีย์ พระบวรราชานุสาวรีย์ พระอนุสาวรีย์ พระบรมรูป และพระรูปของพระบรมวงศานุวงศ์ ก่อนได้รับพระบรมราชานุญาต
    • มาตรา ๑๑
    • ให้กรมศิลปากรทำหน้าที่เป็นสำนักทะเบียนกลาง และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการก่อสร้างและดูแลรักษาอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ
    • มาตรา ๑๒
    • ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง และค่าดูแลรักษาอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ ให้อยู่ในความรับผิดชอบของผู้ขออนุญาต
    • มาตรา ๑๓
    • ในกรณีที่มีการก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ หรือก่อสร้างผิดไปจากแบบหรือเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งระงับการก่อสร้าง และรื้อถอนอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน หรือรูปเคารพที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือส่วนของอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน หรือรูปเคารพที่ก่อสร้างผิดแบบและหรือเงื่อนไขภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากอธิบดี
      ผู้ใดขัดขืนไม่ระงับการก่อสร้างหรือรื้อถอนตามที่ได้รับแจ้งในวรรคหนึ่ง ให้อธิบดีดำเนินการรื้อถอนอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน หรือรูปเคารพที่ไม่รับอนุญาตให้ก่อสร้าง รวมทั้งส่วนของอนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน หรือรูปเคารพที่ก่อสร้างผิดแบบหรือเงื่อนไข โดยเจ้าของหรือผู้ครอบครองหรือผู้ปลูกสร้าง ต้องเป็นผู้จ่ายค่ารื้อถอน และไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายหรือดำเนินคดีแก่ ผู้รื้อถอน ไม่ว่าด้วยประการใดทั้งสิ้น
      สัมภาระที่รื้อถอนถ้าเจ้าของไม่ขนย้ายออกไปจากบริเวณสถานที่ก่อสร้างภายในกำหนด สิบห้าวันนับแต่วันที่รื้อถอนเสร็จ ให้อธิบดีจัดการขายทอดตลาดสัมภาระนั้น เงินที่ได้จากการขายเมื่อหักค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนและการขายทอดตลาดเหลือเท่าใด ให้คืนให้เจ้าของสัมภาระนั้น
    • มาตรา ๑๔
    • ในกรณีที่ปัญหาเกี่ยวกับพิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต หรือปัญหาอื่นใดซึ่งไม่อาจยุติได้ ให้เสนอคณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด
    • มาตรา ๑๕
    • ให้มีคณะกรรมการพิจารณาการก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ เรียกโดยย่อว่า กอร. ประกอบด้วย
      (๑) อธิบดี เป็นประธานกรรมการ
      (๒) รองอธิบดี เป็นรองประธาน
      (๓) ผู้แทนสำนักราชเลขาธิการ ผู้แทนกรมการศาสนา ผู้แทนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และผู้แทนสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
      (๔) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนไม่เกินแปดคน
      ให้ผู้อำนวยการสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร เป็นกรรมการและเลขานุการ
    • มาตรา ๑๖
    • กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๑๕ (๔) ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
      (๑) มีสัญชาติไทย
      (๒) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
      (๓) เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรม ศิลปกรรม วิศวกรรม กฎหมาย สถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และอักษรศาสตร์ ซึ่งมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในความสามารถมาแล้ว
      (๔) เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มีคุณธรรม จริยธรรม และสถานภาพเป็นที่ยอมรับนับถือในสังคม
      (๕) เป็นผู้มีความสนใจและเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ ปกป้อง คุ้มครอง สืบทอดและสืบสานการดำเนินงานด้านศิลปกรรม วิศวกรรม สถาปัตยกรรม อักษรศาสตร์ และประวัติศาสตร์
      (๖) สามารถอุทิศเวลาให้แก่งานของกรมศิลปากรได้อย่างเต็มที่
      (๗) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรรมการบริหารพรรคการเมือง และสมาชิกพรรคการเมือง
      หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาซึ่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง
    • มาตรา ๑๗
    • ให้ กอร. มีอำนาจหน้าที่ดังนี้
      (๑) ให้คำปรึกษา และกำหนดแนวทางเกี่ยวกับการก่อสร้างและการดูแลรักษาอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ
      (๒) พิจารณาให้ความเห็นชอบในการก่อสร้าง แก้ไข ต่อเติม เปลี่ยนแปลง เคลื่อนย้าย หรือรื้อถอนอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ
      (๓) ดำเนินการอื่นใดตามที่ได้รับมอบหมาย
    • มาตรา ๑๘
    • กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตำแหน่ง คราวละสองปีนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้
      ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่
      ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ หรือในกรณีที่มีการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้น ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการสรรหาเพิ่มขึ้นมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปีนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง
    • มาตรา ๑๙
    • นอกจากการพ้นตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๘ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
      (๑) ตาย
      (๒) ลาออก
      (๓) เป็นบุคคลล้มละลาย
      (๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
      (๕) อธิบดีให้ออกเพราะบกพร่อง หรือไม่สุจริตต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถ
      (๖) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
      (๗) ไม่สามารถอุทิศเวลาให้ได้เต็มที่
    • มาตรา ๒๐
    • การประชุมของ กอร. ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม
      ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุมสำหรับการประชุมคราวนั้น
      การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
      ให้มีการประชุม กอร. ไม่น้อยกว่าปีละสี่ครั้ง
    • มาตรา ๒๑
    • กอร. มีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณา หรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
      ให้นำมาตรา ๒๐ มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม
    • มาตรา ๒๒
    • ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่ง เรียกว่า กองทุนอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ ในกรมศิลปากร มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้จ่ายในกิจการอันเป็นประโยชน์แก่อนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ
    • มาตรา ๒๓
    • กองทุนอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ ประกอบด้วยเงินและทรัพย์สินดังต่อไปนี้
      (๑) เงินอุดหนุนจากรัฐบาล
      (๒) เงินค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเกี่ยวกับอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ ของกรมศิลปากรหรือเงินที่ได้มาตามระเบียบนี้
      (๓) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้
      (๔) เงิน ดอกเบี้ย หรือผลประโยชน์อื่นใดที่เกิดจากกองทุน
      (๕) เงินและทรัพย์สินอื่นที่ตกเป็นของกองทุน
      (๖) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับจากภาคเอกชนทั้งภายในและภายนอกประเทศ รัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์กรต่างประเทศ
      เงินหรือทรัพย์สินตามวรรคหนึ่ง ให้ส่งเข้ากองทุนอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ โดยไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน
    • มาตรา ๒๔
    • ผู้บริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่กองทุนอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ มีสิทธินำไปลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ หรือได้รับยกเว้นภาษีสำหรับเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาคแล้วแต่กรณี ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในประมวลรัษฎากร
    • มาตรา ๒๕
    • การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน การจัดหาผลประโยชน์ และการบริหารกองทุนอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ ให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
    • มาตรา ๒๖
    • โดยที่อนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ เป็นสถานที่เชิดชูเกียรติภูมิของชาติหรือท้องถิ่น ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงาน องค์กรของรัฐ เจ้าของหรือผู้ครอบครอง ต้องดูแลรักษาให้มีสภาพสมบูรณ์ สง่างามทั้งตัวอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ และสภาพภูมิทัศน์โดยรอบสถานที่ตั้ง
    • มาตรา ๒๗
    • ห้ามมิให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองแก้ไข ต่อเติม เปลี่ยนแปลง เคลื่อนย้าย รื้อถอน หรือทำลายอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน และรูปเคารพ หรือดำเนินการใดๆ ในบริเวณที่เป็นสถานที่ตั้งอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน หรือรูปเคารพ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากอธิบดี
      หากต้องการจะดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรต่ออธิบดี พร้อมแนบรูปแบบและรายละเอียดในการดำเนินการ และเมื่อได้รับอนุญาตจากอธิบดีแล้วจึงจะดำเนินการได้
    • มาตรา ๒๘
    • ในกรณีอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน หรือรูปเคารพ ชำรุด
      เสียหาย หรือสูญหาย ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงาน องค์กรของรัฐ เจ้าของหรือผู้
      ครอบครอง ต้องรายงานเป็นลายลักษณ์อักษรโดยละเอียดให้กรมศิลปากรทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ทราบ เพื่อกรมศิลปากรจะได้ดำเนินการตามความเหมาะสม
    • มาตรา ๒๙
    • ในกรณีที่จะต้องตกแต่งผิว หรือซ่อมแซมอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน หรือรูปเคารพ ซึ่งชำรุด เสียหาย กรมศิลปากรจะเป็นผู้แนะนำ ควบคุมดูแล หรือดำเนินการให้ โดยเจ้าของหรือผู้ครอบครองเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
    • มาตรา ๓๐
    • เพื่อประโยชน์ในการควบคุมการก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์อนุสรณ์สถาน หรือรูปเคารพ ในกรณีที่ปรากฏว่าบุคคลใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๖ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๗ ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งให้บุคคลดังกล่าวปฏิบัติให้ถูกต้องหรือเหมาะสมภายในระยะเวลาที่กำหนดก็ได้
    • มาตรา ๓๑
    • ในกรณีที่บุคคลซึ่งได้รับคำสั่งจากอธิบดีตามมาตรา ๓๐ ไม่พอใจในคำสั่งดังกล่าว ให้มีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง
    • มาตรา ๓๒
    • ในกรณีที่บุคคลไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของอธิบดีตามมาตรา ๓๐ และพ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ตามมาตรา ๓๑ หรือรัฐมนตรียืนตามคำสั่งอธิบดี เมื่ออธิบดีได้มีหนังสือเตือนแล้ว ยังไม่มีการปฏิบัติตามคำสั่งนั้น ให้อธิบดีพิจารณากำหนดค่าปรับทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
    • มาตรา ๓๓
    • ผู้ใดก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน หรือรูปเคารพ โดยฝ่าฝืนมาตรา ๖ หรือกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๖ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    • มาตรา ๓๔
    • ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาตต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    • มาตรา ๓๕
    • ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๐ และมาตรา ๒๗ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    • มาตรา ๓๖
    • ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๘ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    • มาตรา ๓๗
    • ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งอนุสาวรีย์แห่งชาติ อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน หรือรูปเคารพ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail