Facebook


ร่างพระราชกำหนดการเดินเรือ พ.ศ. .... (ระหว่างวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๐ - ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๐)

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 105 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

     ด้วยพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช ๒๔๕๖ ได้ใช้บังคับเป็นเวลานานกว่า ๑๐๐ ปี แล้ว  แม้ว่าจะได้มีการแก้ไขปรับปรุงมาโดยตลอดก็เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมเฉพาะเรื่องเฉพาะประเด็นในบางบทบัญญัติมาตราตามสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้น มิได้มีการแก้ไขปัญหาการกำกับดูแลการเดินเรือและการบริหารจัดการเรือทั้งระบบ ส่งผลให้การกำกับดูแลการเดินเรือและการบริหารจัดการเรือไม่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

    ประเทศไทยในฐานะสมาชิกขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization: IMO) จำเป็นต้องเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศซึ่งกำหนดมาตรฐานสากลความปลอดภัยในเรื่องเกี่ยวกับเรือ คนประจำเรือ ท่าเรือ ร่องน้ำทางเรือเดิน และสิ่งแวดล้อมทางน้ำ รวมถึง เพื่อให้เรือไทยสามารถเข้าไปรับส่งสินค้ายังประเทศต่าง ๆ รวมทั้งประเทศไทยได้รับการยอมรับในเวทีการค้าระหว่างประเทศด้านพาณิชยนาวี ที่ผ่านมาการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศแต่ละฉบับ จำเป็นต้องมีการออกกฎหมายภายในระดับพระราชบัญญัติ ซึ่งมีขั้นตอนและใช้เวลามากในการเข้าเป็นภาคี ดังนั้น เพียงการบัญญัติไว้ในพระราชกำหนดให้มีอำนาจในการออกอนุบัญญัติเพื่อรองรับการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศไม่ว่าจะเป็นเรือโดยสาร เรือสินค้า หรือเรือประมง จะส่งผลให้เกิดความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพทัดเทียมประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเดียวกัน อีกทั้งประเทศไทยจะต้องได้รับการตรวจประเมินภาคบังคับจากองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization: IMO) ใน พ.ศ. ๒๕๖๔ โดยประมาณ จำเป็นต้องมีการออกกฎหมายให้อำนาจในการออกอนุบัญญัติเฉพาะเรื่องเฉพาะประเด็น เพื่อรองรับพันธกรณีตามอนุสัญญาระหว่างประเทศที่ประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีแล้ว และที่จะเข้าเป็นภาคีในอนาคต ซึ่งหากไม่มีการดำเนินการเร่งแก้ปัญหาแล้ว ย่อมส่งผลต่อความปลอดภัยสาธารณะและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ

 

      จากการที่ประเทศไทยได้รับการประกาศเตือนจากสหภาพยุโรปถึงการจัดให้มีมาตรการในการป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการกระทำประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (Illegal, Unreported and Unregulated Fishing: IUU Fishing) ซึ่งหากไม่มีการดำเนินการแก้ปัญหาแล้ว ย่อมส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม เพื่อให้การกำกับดูแลการเดินเรือและการบริหารจัดการในภาพรวมทั้งระบบสำหรับเรือ ท่าเรือและคนประจำเรือ ซึ่งรวมถึงเรือประมง เรือที่สนับสนุนการทำการประมง คนประจำเรือประมง และท่าเรือประมง เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้สามารถเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาในการทำการประมงสามารถดำเนินการได้อย่างยั่งยืนและเป็นระบบ และยกระดับมาตรฐานการประมงของประเทศไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล รวมทั้งเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการประมง อุตสาหกรรมต่อเนื่อง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หากมิได้มีการป้องกันและแก้ไขโดยเร่งด่วน จะมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศได้ 

      โดยที่ต้องมีการประกาศใช้บังคับกฎหมายให้ประชาชนและบุคคลที่เกี่ยวข้องทราบเป็นการล่วงหน้าก่อนการบังคับใช้กฎหมาย ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นตามหลักนิติธรรมอันเป็นหลักประกันในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้เพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยสาธารณะและความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้

DOWNLOAD เอกสาร ร่างพระราชกำหนดการเดินเรือ พ.ศ. .... 

ไอเท็มน่าสนใจ
ดาวน์โหลดไฟล์แนบ:
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

     หลักการ


    แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย ดังนี้


    ๑. ยกเลิกพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช ๒๔๕๖ และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม


    ๒. ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทยทั้งระบบ โดยมีการปรับปรุงโครงสร้างของกฎหมายตามหลักการเรื่องรัฐชายฝั่ง (Coastal State Jurisdiction) และรัฐเมืองท่า (Port StateJurisdiction) ให้มีความทันสมัย เป็นไปตามมาตรฐานสากลและสอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน


    ๓. ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือให้รองรับอนุสัญญาต่าง ๆ ที่ประเทศไทยเป็นภาคีหรือที่ต้องเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าเป็นภาคี


    ๔. ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือให้เป็นไปตามอนุสัญญาต่าง ๆ ขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization: IMO) ซึ่งประเทศไทยในฐานะรัฐภาคีสมาชิก ต้องรับการตรวจประเมินในเวลาอันใกล้นี้


    ๕. ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือทั้งระบบ เพื่อให้สอดรับกับการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (Illegal, 


    Unreported and UnregulatedFishing : IUU Fishing) ตามข้อเสนอแนะของผู้แทนสหภาพยุโรป ควรเร่งดำเนินการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเพื่อมิให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงต่อความมั่งคงในทางเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม


     



               เหตุผล


    ๑. เนื่องจากพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช ๒๔๕๖ ได้ใช้บังคับเป็นเวลานานกว่า ๑๐๐ ปี แล้ว แม้ว่าจะได้มีการแก้ไขปรับปรุงมาโดยตลอดก็เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมเฉพาะเรื่องเฉพาะประเด็นในบางบทบัญญัติมาตราตามสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้น มิได้มีการแก้ไขปัญหาการกำกับดูแล การเดินเรือและการบริหารจัดการเรือทั้งระบบ ส่งผลให้การกำกับดูแลการเดินเรือและการบริหารจัดการเรือ ไม่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด


    ๒. ประเทศไทยในฐานะสมาชิกขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ


    (International Maritime Organization: IMO) จำเป็นต้องเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศซึ่งกำหนดมาตรฐานสากลความปลอดภัยในเรื่องเกี่ยวกับเรือ คนประจำเรือท่าเรือ ร่องน้ำทางเรือเดิน และสิ่งแวดล้อมทางน้ำ รวมถึง เพื่อให้เรือไทยสามารถเข้าไปรับ


    ส่งสินค้ายังประเทศต่าง ๆ รวมทั้งประเทศไทยได้รับการยอมรับในเวทีการค้าระหว่างประเทศ


    ด้านพาณิชยนาวี ที่ผ่านมาการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศแต่ละฉบับ จำเป็นต้องมี


    การออกกฎหมายภายในระดับพระราชบัญญัติ ซึ่งมีขั้นตอนและใช้เวลามากในการเข้าเป็นภาคี


    ดังนั้น เพียงการบัญญัติไว้ในพระราชกำหนดให้มีอำนาจในการออกอนุบัญญัติเพื่อรองรับการ


    เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศไม่ว่าจะเป็นเรือโดยสาร เรือสินค้า หรือเรือประมง


    จะส่งผลให้เกิดความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพทัดเทียมประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเดียวกัน


    ๓. ประเทศไทยจะต้องได้รับการตรวจประเมินภาคบังคับจากองค์การ


    ทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization: IMO) ใน พ.ศ. ๒๕๖๔ โดยประมาณ  จำเป็นต้องมีการออกกฎหมายให้อำนาจในการออกอนุบัญญัติเฉพาะเรื่องเฉพาะประเด็น  เพื่อรองรับพันธกรณีตามอนุสัญญาระหว่างประเทศที่ประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีแล้ว และที่จะเข้าเป็นภาคีในอนาคตซึ่งหากไม่มีการดำเนินการเร่งแก้


    ปัญหาแล้ว ย่อมส่งผลต่อความปลอดภัยสาธารณะและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ


    ๔. จากการที่ประเทศไทยได้รับการประกาศเตือนจากสหภาพยุโรปถึง


    การจัดให้มีมาตรการในการป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการกระทำประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย


    ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (Illegal, Unreported and Unregulated Fishing:IUU Fishing) ซึ่งหากไม่มีการดำเนินการแก้ปัญหาแล้ว ย่อมส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม เพื่อให้การกำกับดูแลการเดินเรือและการบริหารจัดการ


    ในภาพรวมทั้งระบบสำหรับเรือ ท่าเรือและคนประจำเรือ ซึ่งรวมถึงเรือประมง เรือที่


    สนับสนุนการทำการประมงคนประจำเรือประมง และท่าเรือประมง เป็นไปอย่างมี


    ประสิทธิภาพ และเพื่อให้สามารถเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาในการทำการประมง


    สามารถดำเนินการได้อย่างยั่งยืนและเป็นระบบ และยกระดับมาตรฐานการประมง


    ของประเทศไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล รวมทั้งเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน


    ของผู้ประกอบการประมง อุตสาหกรรมต่อเนื่อง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หากมิได้มีการ


    ป้องกันและแก้ไขโดยเร่งด่วน จะมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศได้ 


    ดังนั้น จึงเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีก


    เลี่ยงได้ เพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยสาธารณะและความมั่นคงในทาง


     


    เศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้



    • เพื่อแก้ไขปัญหาโครงสร้างกฎหมายทั้งระบบ ตามมาตราฐานสากล รองรับการตรวจประเมินของ IMO และสนับสนุนการแก้ไขปัญหา IUU
    • ๑. เนื่องจากพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช ๒๔๕๖ ได้ใช้บังคับเป็นเวลานานกว่า ๑๐๐ ปี แล้ว แม้ว่าจะได้มีการแก้ไขปรับปรุงมาโดยตลอดก็เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมเฉพาะเรื่องเฉพาะประเด็นในบางบทบัญญัติมาตราตามสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้น มิได้มีการแก้ไขปัญหาการกำกับดูแล การเดินเรือและการบริหารจัดการเรือทั้งระบบ ส่งผลให้การกำกับดูแลการเดินเรือและการบริหารจัดการเรือ ไม่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด


      ๒. ประเทศไทยในฐานะสมาชิกขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ


      (International Maritime Organization: IMO) จำเป็นต้องเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศซึ่งกำหนดมาตรฐานสากลความปลอดภัยในเรื่องเกี่ยวกับเรือ คนประจำเรือท่าเรือ ร่องน้ำทางเรือเดิน และสิ่งแวดล้อมทางน้ำ รวมถึง เพื่อให้เรือไทยสามารถเข้าไปรับ


      ส่งสินค้ายังประเทศต่าง ๆ รวมทั้งประเทศไทยได้รับการยอมรับในเวทีการค้าระหว่างประเทศ


      ด้านพาณิชยนาวี ที่ผ่านมาการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศแต่ละฉบับ จำเป็นต้องมี


      การออกกฎหมายภายในระดับพระราชบัญญัติ ซึ่งมีขั้นตอนและใช้เวลามากในการเข้าเป็นภาคี


      ดังนั้น เพียงการบัญญัติไว้ในพระราชกำหนดให้มีอำนาจในการออกอนุบัญญัติเพื่อรองรับการ


      เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศไม่ว่าจะเป็นเรือโดยสาร เรือสินค้า หรือเรือประมง


      จะส่งผลให้เกิดความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพทัดเทียมประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเดียวกัน


      ๓. ประเทศไทยจะต้องได้รับการตรวจประเมินภาคบังคับจากองค์การ


      ทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization: IMO) ใน พ.ศ. ๒๕๖๔ โดยประมาณ  จำเป็นต้องมีการออกกฎหมายให้อำนาจในการออกอนุบัญญัติเฉพาะเรื่องเฉพาะประเด็น  เพื่อรองรับพันธกรณีตามอนุสัญญาระหว่างประเทศที่ประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีแล้ว และที่จะเข้าเป็นภาคีในอนาคตซึ่งหากไม่มีการดำเนินการเร่งแก้


      ปัญหาแล้ว ย่อมส่งผลต่อความปลอดภัยสาธารณะและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ


      ๔. จากการที่ประเทศไทยได้รับการประกาศเตือนจากสหภาพยุโรปถึง


      การจัดให้มีมาตรการในการป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการกระทำประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย


      ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (Illegal, Unreported and Unregulated Fishing:IUU Fishing) ซึ่งหากไม่มีการดำเนินการแก้ปัญหาแล้ว ย่อมส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม เพื่อให้การกำกับดูแลการเดินเรือและการบริหารจัดการ


      ในภาพรวมทั้งระบบสำหรับเรือ ท่าเรือและคนประจำเรือ ซึ่งรวมถึงเรือประมง เรือที่


      สนับสนุนการทำการประมงคนประจำเรือประมง และท่าเรือประมง เป็นไปอย่างมี


      ประสิทธิภาพ และเพื่อให้สามารถเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาในการทำการประมง


      สามารถดำเนินการได้อย่างยั่งยืนและเป็นระบบ และยกระดับมาตรฐานการประมง


      ของประเทศไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล รวมทั้งเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน


      ของผู้ประกอบการประมง อุตสาหกรรมต่อเนื่อง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หากมิได้มีการ


      ป้องกันและแก้ไขโดยเร่งด่วน จะมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศได้ 


      ดังนั้น จึงเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีก


      เลี่ยงได้ เพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยสาธารณะและความมั่นคงในทาง


       


      เศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้

  • เพื่อแก้ไขปัญหาโครงสร้างกฎหมายทั้งระบบ ตามมาตราฐานสากล รองรับการตรวจประเมินของ IMO และสนับสนุนการแก้ไขปัญหา IUU
  • ๑. เนื่องจากพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช ๒๔๕๖ ได้ใช้บังคับเป็นเวลานานกว่า ๑๐๐ ปี แล้ว แม้ว่าจะได้มีการแก้ไขปรับปรุงมาโดยตลอดก็เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมเฉพาะเรื่องเฉพาะประเด็นในบางบทบัญญัติมาตราตามสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้น มิได้มีการแก้ไขปัญหาการกำกับดูแล การเดินเรือและการบริหารจัดการเรือทั้งระบบ ส่งผลให้การกำกับดูแลการเดินเรือและการบริหารจัดการเรือ ไม่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด


    ๒. ประเทศไทยในฐานะสมาชิกขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ


    (International Maritime Organization: IMO) จำเป็นต้องเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศซึ่งกำหนดมาตรฐานสากลความปลอดภัยในเรื่องเกี่ยวกับเรือ คนประจำเรือท่าเรือ ร่องน้ำทางเรือเดิน และสิ่งแวดล้อมทางน้ำ รวมถึง เพื่อให้เรือไทยสามารถเข้าไปรับ


    ส่งสินค้ายังประเทศต่าง ๆ รวมทั้งประเทศไทยได้รับการยอมรับในเวทีการค้าระหว่างประเทศ


    ด้านพาณิชยนาวี ที่ผ่านมาการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศแต่ละฉบับ จำเป็นต้องมี


    การออกกฎหมายภายในระดับพระราชบัญญัติ ซึ่งมีขั้นตอนและใช้เวลามากในการเข้าเป็นภาคี


    ดังนั้น เพียงการบัญญัติไว้ในพระราชกำหนดให้มีอำนาจในการออกอนุบัญญัติเพื่อรองรับการ


    เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศไม่ว่าจะเป็นเรือโดยสาร เรือสินค้า หรือเรือประมง


    จะส่งผลให้เกิดความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพทัดเทียมประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเดียวกัน


    ๓. ประเทศไทยจะต้องได้รับการตรวจประเมินภาคบังคับจากองค์การ


    ทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization: IMO) ใน พ.ศ. ๒๕๖๔ โดยประมาณ  จำเป็นต้องมีการออกกฎหมายให้อำนาจในการออกอนุบัญญัติเฉพาะเรื่องเฉพาะประเด็น  เพื่อรองรับพันธกรณีตามอนุสัญญาระหว่างประเทศที่ประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีแล้ว และที่จะเข้าเป็นภาคีในอนาคตซึ่งหากไม่มีการดำเนินการเร่งแก้


    ปัญหาแล้ว ย่อมส่งผลต่อความปลอดภัยสาธารณะและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ


    ๔. จากการที่ประเทศไทยได้รับการประกาศเตือนจากสหภาพยุโรปถึง


    การจัดให้มีมาตรการในการป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการกระทำประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย


    ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (Illegal, Unreported and Unregulated Fishing:IUU Fishing) ซึ่งหากไม่มีการดำเนินการแก้ปัญหาแล้ว ย่อมส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม เพื่อให้การกำกับดูแลการเดินเรือและการบริหารจัดการ


    ในภาพรวมทั้งระบบสำหรับเรือ ท่าเรือและคนประจำเรือ ซึ่งรวมถึงเรือประมง เรือที่


    สนับสนุนการทำการประมงคนประจำเรือประมง และท่าเรือประมง เป็นไปอย่างมี


    ประสิทธิภาพ และเพื่อให้สามารถเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาในการทำการประมง


    สามารถดำเนินการได้อย่างยั่งยืนและเป็นระบบ และยกระดับมาตรฐานการประมง


    ของประเทศไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล รวมทั้งเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน


    ของผู้ประกอบการประมง อุตสาหกรรมต่อเนื่อง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หากมิได้มีการ


    ป้องกันและแก้ไขโดยเร่งด่วน จะมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศได้ 


    ดังนั้น จึงเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีก


    เลี่ยงได้ เพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยสาธารณะและความมั่นคงในทาง


     


    เศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้

    ไม่มีรายละเอียดของร่างที่เกี่ยวข้อง
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail