Facebook


ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... (เปิดรับฟังความคิดเห็น 8-22 มิถุนายน 2560)

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 3328 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

- ร่าง -

พระราชบัญญัติ

การขนส่งทางราง

พ.ศ. ....

 

  

.................................

ให้ไว้ ณ วันที่  ............................. พ.ศ. ....

เป็นปีที่ .... ในรัชกาลปัจจุบัน

                             

...............................................................................................................................................

.........................................................................................

 

โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางราง

           

พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา...........ประกอบมาตรา .............และมาตรา..............ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

 

มาตรา ๑     พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. ....”

 

มาตรา ๒  พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

มาตรา ๓     ในพระราชบัญญัตินี้

“การขนส่งทางราง” หมายความว่า การขนส่งผู้โดยสารหรือของโดยรถขนส่งทางราง

“รถขนส่งทางราง” หมายความว่า รถที่ใช้ขนส่งผู้โดยสารหรือของและขับเคลื่อนไปตามทางรถขนส่งทางราง

“ทางรถขนส่งทางราง” หมายความว่า ทางหรือรางที่จัดสร้างขึ้นสำหรับเดินรถขนส่งทางรางไม่ว่าจะจัดสร้างอยู่บน เหนือ หรือใต้พื้นดินหรือพื้นน้ำ หรือผ่านไปในอาคาร   หรือสิ่งปลูกสร้างใด ๆ ก็ตาม

“กิจการขนส่งทางราง” หมายความว่า การประกอบธุรกิจระบบการขนส่งทางราง การให้บริการหรือการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยแก่สาธารณชนผู้ใช้หรือจะใช้ระบบการขนส่งทางรางและการดำเนินการอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการดังกล่าว

“ระบบการขนส่งทางราง” หมายความว่า รถขนส่งทางราง ทางรถขนส่งทางราง สถานีรถขนส่งทางรางที่จอดรถขนส่งทางราง ศูนย์ซ่อมบำรุง การเดินรถขนส่งทางราง สถานที่จอดยานพาหนะของผู้โดยสาร สถานที่สำหรับการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างรถขนส่งทางรางกับระบบขนส่งประเภทอื่น ระบบพลังงาน ระบบควบคุม ระบบสัญญาณ ระบบจำหน่าย                   และจัดเก็บค่าโดยสาร ระบบความปลอดภัย ระบบระบายอากาศ ระบบระบายน้ำระบบสื่อสารและระบบโทรคมนาคม ที่ใช้ในกิจการขนส่งทางราง และให้หมายความรวมถึงอาคารอุปกรณ์ของระบบดังกล่าวด้วย

“สถานีรถขนส่งทางราง” หมายความว่า สถานที่ที่ใช้รับส่งผู้โดยสารหรือของในกิจการขนส่งทางราง

“ของ” หมายความว่า สิ่งของ สัตว์มีชีวิต หรือสินค้า

“โครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางราง” หมายความว่า ทางเดินรถขนส่งทางรางและโครงสร้างที่รองรับทางเดินรถขนส่งทางราง  อุโมงค์  สะพานเดินรถขนส่งทางราง ส่วนต่อขยายราง  สถานีเดินรถขนส่งทางราง ศูนย์ซ่อมบำรุง ที่จอดรถขนส่งทางราง หรือยานพาหนะขนส่งทางรางชานชาลา ที่สับหลีก อุปกรณ์สื่อสาร ศูนย์ระบบควบคุม อาณัติสัญญาณ โทรคมนาคม ระบบไฟฟ้าสำหรับระบบขนส่งทางรางและอุปกรณ์อย่างอื่นที่เกี่ยวข้องหรือมีไว้เพื่อใช้เดินรถขนส่งทางราง

“เขตระบบการขนส่งทางราง” หมายความว่าเขตที่กำหนดไว้เพื่อใช้ในกิจการขนส่งทางราง

“เขตปลอดภัยการขนส่งทางราง” หมายความว่าเขตที่กำหนดขึ้นเพื่อรักษาความปลอดภัยแก่ระบบการขนส่งทางรางหรือผู้โดยสารรถขนส่งทางรางและบุคคลอื่นที่อยู่ในเขตระบบการขนส่งทางราง

            “ผู้ตรวจการขนส่งทางราง” หมายความว่า ข้าราชการสังกัดกรมการขนส่งทางรางหรือข้าราชการสังกัดส่วนราชการอื่น ๆ ซึ่งอธิบดีกรมการขนส่งทางรางแต่งตั้งให้มีหน้าที่ตรวจการการขนส่งทางราง

“ผู้รับอนุญาต” หมายความว่า นิติบุคคลที่ได้จดทะเบียนหรือได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการขนส่งทางรางตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้

“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมการขนส่งทางราง

“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

 

มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

 

 

หมวด ๑                            

คณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางราง

 

มาตรา ๕    ให้มีคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางรางคณะหนึ่ง ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ รองนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย            เป็นรองประธานกรรมการ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกินเจ็ดคน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากบุคคล          ผู้มีความรู้และประสบการณ์ด้านการขนส่ง เศรษฐศาสตร์ สิ่งแวดล้อม ผังเมือง การเงินการคลัง กฎหมาย หรือวิศวกรรม เป็นกรรมการ

ให้ปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นกรรมการและเลขานุการ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการคนที่ ๑ และอธิบดีเป็นกรรมการ       และผู้ช่วยเลขานุการคนที่ ๒

ในการประชุมพิจารณาเรื่องใด คณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางรางจะเชิญผู้แทนหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นให้เข้าประชุมในฐานะกรรมการ   เป็นครั้งคราวด้วยก็ได้ ในกรณีเช่นนั้น ให้ผู้แทนหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรภาคเอกชนซึ่งได้รับเชิญและมาประชุมมีฐานะเป็นกรรมการตามวรรคหนึ่งสำหรับการประชุมครั้งที่ได้รับเชิญนั้น

 

มาตรา ๖      ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี

ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการฯ ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบห้าปีแต่ไม่เกินหกสิบห้าปี

(๓) เป็นผู้มีผลงานหรือเคยปฏิบัติงานที่แสดงให้เห็นถึงการเป็นผู้มีความรู้ ความเข้าใจและ
ความเชี่ยวชาญ หรือมีประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ ตามที่ได้รับแต่งตั้ง

          ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการฯ ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นบุคคลล้มละลาย หรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต

(๒) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๓) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๔) เป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจในการบริหารหรือจัดการของนิติบุคคลที่ประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับกิจการขนส่งทางรางทุกด้าน

(๕) เป็นข้าราชการ พนักงานหรือลูกจ้างของส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐหรือของราชการส่วนท้องถิ่น

(๖) เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น เว้นแต่จะได้พ้นจากตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี

(๗) เป็นหรือเคยเป็นกรรมการหรือที่ปรึกษาหรือผู้ดำรงตำแหน่งอื่นในพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง เว้นแต่จะได้พ้นจากตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี

(๘) เคยถูกถอดถอนจากตำแหน่งตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

(๙) เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจหรือจากหน่วยงานของเอกชน เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

(๑๐) เป็นเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างของกรมการขนส่งทางรางหรือที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญที่มีสัญญาจ้างกับกรมการขนส่งทางราง

(๑๑) เป็นผู้มีส่วนได้เสียในกิจการที่กระทำกับกรมการขนส่งทางราง ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม

ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิอื่นเป็นกรรมการแทน และให้ผู้ได้รับแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่ง     เท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งดำรงตำแหน่งครบวาระแล้ว แต่ยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่าจะได้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใหม่

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับการแต่งตั้งใหม่ได้ แต่ต้องไม่เกินสองคราวติดต่อกัน

ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ หรือในกรณีที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่งให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทน หรือเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว

 

มาตรา ๗     นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑)   ตาย

(๒) ลาออก

(๓) คณะรัฐมนตรีให้ออกเพราะไม่สุจริตต่อหน้าที่หรือมีความประพฤติเสื่อมเสีย

(๔) เป็นบุคคลล้มละลาย

(๕) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๖) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ

 

มาตรา ๘     ให้คณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางรางมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)   กำหนดนโยบายด้านการขนส่งทางราง

       (๑.๑) กำหนดแนวทางในการเชื่อมโยงระบบการขนส่งทางรางให้สอดคล้องกัน และเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนรูปแบบอื่น การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น             ที่ได้ประโยชน์จากระบบการขนส่งทางราง ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นการกระทบสิทธิของผู้ประกอบกิจการขนส่งทางรางรายเดิม

       (๑.๒) กำหนดแนวทางเกี่ยวกับการกำกับดูแลด้านมาตรฐานความปลอดภัยและด้านมาตรฐานการประกอบกิจการขนส่งทางราง

       (.๓) กำหนดนโยบายราคาค่าขนส่งและค่าโดยสาร ค่าบริการและค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการขนส่งทางราง

       (๑.๔) กำหนดกลไกในการยุติข้อขัดแย้งระหว่างองค์กรกำกับดูแลกับผู้ประกอบการ หรือระหว่างผู้ประกอบการด้วยกัน

       (๑.๕) กำหนดนโยบายเพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการในเรื่องความปลอดภัยและคุณภาพการให้บริการการขนส่งทางราง

       (๑.๖) กำหนดกรอบนโยบายในการช่วยเหลืออุดหนุนการประกอบกิจการขนส่งทางรางที่มีลักษณะเป็นพันธะในการให้บริการสาธารณะ

       (๑.๗) สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเพื่อให้เกิดนวัตกรรมด้านการขนส่งทางราง

       (๑.๘) กำหนดกรอบแนวทางและเป้าหมายในการเสริมสร้างประสิทธิภาพของการขนส่งทางราง

 (๒)   เสนอความเห็นและให้คำแนะนำต่อคณะรัฐมนตรี

       (๒.๑) ให้มีหรือแก้ไขกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือมติคณะรัฐมนตรีเพื่อการพัฒนาการขนส่งทางรางการเสริมสร้างประสิทธิภาพการขนส่งทางราง การกำกับดูแล                    และการประสานงานเกี่ยวกับการขนส่งทางราง

       (๒.๒) แต่งตั้งองค์กรขึ้นเพื่อติดตาม ตรวจสอบ ประเมินความปลอดภัยหรือมาตรการเพื่อความปลอดภัยของยานพาหนะ สิ่งอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งทางราง การก่อสร้าง
การปฏิบัติการ การบำรุงรักษาหรือซ่อมแซมสิ่งอำนวยความสะดวก
ด้านการขนส่งทางราง รวมถึงกลไกการบังคับใช้มาตรการดังกล่าว และรายงานผลการดำเนินการดังกล่าว

(๓) สั่งให้คณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบกิจการขนส่งทางรางชี้แจงข้อเท็จจริง แสดงข้อคิดเห็น หรือทำรายงาน หรือยับยั้งการกระทำใด ๆ ที่ขัดต่อนโยบายของคณะกรรมการ

(๔) สั่งให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่งโครงการหรือแผนงาน ตลอดจนรายละเอียดทางวิชาการ การเงินและสวัสดิการที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ

(๕) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดแทนคณะกรรมการหรือตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

(๖)  ปฏิบัติการอื่นใดตามที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางรางหรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย

 

มาตรา ๙      การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน
กรรมการทั้งหมด
จึงจะเป็นองค์ประชุม

ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้  ให้รองประธานกรรมการทำหน้าที่แทนถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
ให้
กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

                    

มาตรา ๑๐    ในกรณีที่คณะกรรมการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติการในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใด คณะกรรมการต้องแต่งตั้งผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นเป็นอนุกรรมการในเรื่องดังกล่าวด้วย

ให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๙ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม

 

มาตรา ๑๑    ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 8 หรือมาตรา 10 ให้คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการมีอำนาจเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งเอกสารหลักฐานหรือวัตถุใด ๆ
มาเพื่อประกอบการพิจารณาได้ตามที่เห็นสมควร

 

 

 

หมวด ๒

คณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบกิจการขนส่งทางราง

 

มาตรา ๑๒   ให้มีคณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบกิจการขนส่งทางรางคณะหนึ่ง ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงคมนาคมหรือรองปลัดกระทรวงคมนาคมที่ได้รับมอบหมาย  เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนจากกระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย สำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครอง           ผู้บริโภค สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กรุงเทพมหานครอย่างละหนึ่งคน และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการขนส่งทางราง       จำนวนไม่เกินสามคนเป็นกรรมการ

ให้อธิบดีเป็นกรรมการและเลขานุการ

ให้อธิบดีแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการได้ตามความจำเป็น

 

มาตรา ๑๓   ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งใหม่ได้ แต่ต้องไม่เกินสองคราวติดต่อกัน

ให้นำความตามมาตรา ๖ และมาตรา ๗ มาใช้บังคับแก่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งตามมาตรา ๑๒ โดยอนุโลม

ให้นำความในมาตรา ๙ มาใช้บังคับแก่การประชุมคณะกรรมการโดยอนุโลม

ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ หรือในกรณีที่รัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระ      อยู่ในตำแหน่ง ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทน หรือเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว

 

มาตรา ๑๔   ให้คณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบกิจการขนส่งทางรางมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)   ออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขใช้อำนาจดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๑๘ และมาตรา ๑๙ เพื่อกำกับดูแลการประกอบกิจการขนส่งทางราง

(๒) กำกับดูแลการประกอบการเดินรถขนส่งทางราง

(๓) กำกับดูแลกิจการขนส่งทางราง

(๔) กำหนดโครงสร้างค่าโดยสาร ค่าระวาง ตลอดจนค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจการขนส่งทางราง  

(๕) เสนอแนะคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางรางหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกี่ยวกับกรอบการอุดหนุนการให้บริการขนส่งทางรางที่มีลักษณะเป็นพันธะการให้บริการสาธารณะ  และการติดตาม การตรวจสอบการให้บริการขนส่งทางรางที่มีลักษณะเป็นพันธะการให้บริการ

(๖)   ติดตามและประเมินคุณภาพการให้บริการของผู้ได้รับอนุญาต

(๗)   การจัดทำรายงานผลการดำเนินงานประจำปีเสนอคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางราง

(๘)   ปฏิบัติอื่นใดตามที่คณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางรางหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

 

 

มาตรา ๑๕    ให้อธิบดีมีอำนาจในการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามกลไกกำกับดูแลที่คณะกรรมการกำหนด

 

หมวด ๓

การกำกับดูแลการประกอบกิจการขนส่งทางราง

 

มาตรา ๑๖   การประกอบกิจการขนส่งทางราง ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

 

มาตรา ๑๗ เพื่อให้การประกอบกิจการขนส่งทางรางมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพ รัฐมนตรีโดยข้อเสนอของอธิบดีมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนด

(๑)   มาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางราง

(๒)   มาตรฐานด้านรถขนส่งทางราง

(๓)   มาตรฐานด้านบุคลากร

(๔)    มาตรฐานการประกอบการกิจการขนส่งทางราง มาตรฐานการให้บริการ มาตรฐานความปลอดภัยในการประกอบกิจการขนส่งทางราง การรักษาความปลอดภัยการรักษาความสงบเรียบร้อยในการโดยสารรถขนส่งทางราง ตลอดจนความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในเขตระบบการขนส่งทางราง

(๕)   มาตรการในการส่งเสริมการประกอบกิจการขนส่งทางราง

(๖)   มาตรการในการคุ้มครองผู้ใช้บริการ

(๗)    แนวทางการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการขนส่งทางราง ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นการกระทบสิทธิของผู้ประกอบกิจการขนส่งทางรางรายเดิม

(๘)    แนวทางการจัดให้มีการประกันความเสียหายที่เกิดแก่ชีวิตและร่างกายของผู้ใช้บริการ

(๙)    วิธีการให้อนุญาตการประกอบกิจการขนส่งทางราง

(๑๐)  โครงสร้างอัตราและระบบการจัดเก็บค่าโดยสาร ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการขนส่งทางราง

 

มาตรา ๑๘   นอกจากบทบัญญัติของกฎหมายที่ได้กำหนดไว้ในมาตรา ๑๗ รัฐมนตรีโดยข้อเสนอของอธิบดีมีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข   ในการกำกับดูแลความปลอดภัยการรักษาความปลอดภัย และการรักษาสิ่งแวดล้อมของการขนส่งทางรางครอบคลุมถึงการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้

(๑) การกำหนดคุณลักษณะหรือมาตรฐานของรถขนส่งทางรางที่จะใช้ในการขนส่งทางรางรวมถึงเครื่องยนต์ จำนวนที่นั่ง น้ำหนักบรรทุกหรือวิธีการบรรทุก

(๒) การกำหนดคุณลักษณะหรือมาตรฐานทางวิศวกรรมและเทคนิคอย่างอื่นโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางราง หรือสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งอย่างอื่นที่จำเป็นต่อการขนส่งทางราง

(๓)  การกำหนดให้รถขนส่งทางรางมีคุณสมบัติหรือเอกสารสำคัญประจำรถขนส่งทางรางหรือต้องบำรุงรักษาตามกำหนด

(๔) การกำหนดคุณลักษณะหรือมาตรฐานทางเทคนิคของการขับขี่ การเดินรถทางราง หรือการควบคุมรถขนส่งทางรางตลอดจนการกำหนดให้ผู้ควบคุมหรือคนประจำยานพาหนะมีคุณสมบัติ หรือเอกสารสำคัญรวมทั้งเงื่อนไขในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ควบคุมหรือคนประจำรถขนส่งทางราง

(๕) การกำหนดแนวเส้นทางในการเดินรถขนส่งทางราง  เขตควบคุมรถขนส่งทางรางบริเวณที่จะใช้เป็นที่จอดหรือหยุดรถขนส่งทางราง รวมถึงการจัดการพื้นที่โดยรอบของสถานีเดินรถขนส่งทางราง และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งทางรางอย่างอื่น

(๖) การกำหนดมาตรการในการดูแลผู้โดยสารและของที่ขนส่ง เช่น การบรรทุกขนถ่าย ขนส่ง เก็บรักษา บรรจุหีบห่อ

(๗) การกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมหรือภาระทางการเงินอย่างอื่นที่ผู้ใช้ระบบขนส่งทางรางจะต้องชำระ หรือรับผิดชอบเนื่องจากการใช้ประโยชน์จากสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งทางราง ซึ่งจะมีผลต่อการกระทบต่อการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย การรักษาความปลอดภัย หรือการรักษาสิ่งแวดล้อมของการขนส่งทางราง

(๘) การกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัย การรักษาความปลอดภัย การรักษาสิ่งแวดล้อมด้านการขนส่งทางราง ตามเงื่อนไขหรือหลักเกณฑ์ของสนธิสัญญาที่ประเทศไทย  ร่วมเป็นภาคี

(๙)  การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินมาตรฐานตลอดจนมาตรการอย่างอื่นเพื่อความปลอดภัย การรักษาความปลอดภัย และการรักษาสิ่งแวดล้อมของการขนส่งทางราง

(๑๐)     การจัดทำกลไกในการรายงานหรือสืบสวนสาเหตุเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

 

มาตรา ๑๙   ทรัพย์สินที่ใช้ในระบบการขนส่งทางรางไม่อยู่ในข่ายของความรับผิดของการบังคับคดี

 

มาตรา ๒๐   ในกรณีมีเหตุฉุกเฉินและมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ของสาธารณะ อธิบดีอาจเข้าควบคุมดูแลกิจการขนส่งทางรางของผู้รับอนุญาตเป็นการชั่วคราวได้ และให้สิทธิหน้าที่และอำนาจสั่งการของผู้รับอนุญาตตกมาเป็นของกรมการขนส่งทางรางจนกว่าเหตุจำเป็นจะหมดไป ในการนี้ให้อธิบดีรายงานต่อรัฐมนตรี

 

 

หมวด ๔

การดูแลรักษาความปลอดภัยและคุณภาพการบริการ

 

มาตรา ๒๑    ให้อธิบดีกำหนดเขตระบบการขนส่งทางรางเพื่อประโยชน์ในการบำรุงรักษาและการรักษาความปลอดภัยของระบบการขนส่งทางราง ตลอดจนความปลอดภัยของบุคคล            ที่อยู่ในระบบการขนส่งทางราง

เมื่ออธิบดีได้กำหนดเขตระบบการขนส่งทางรางตามวรรคหนึ่งแล้ว เพื่อประโยชน์ในการรักษาความปลอดภัยที่อาจกระทบต่อระบบการขนส่งทางรางและบุคคลที่อยู่ในระบบการขนส่งทางราง ให้อธิบดีมีอำนาจกำหนดบริเวณใกล้เคียงกับระบบการขนส่งทางรางเป็นเขตปลอดภัยระบบการขนส่งทางราง

ให้อธิบดีประกาศระบบการขนส่งทางรางและเขตระบบปลอดภัยระบบการขนส่งทางราง พร้อมทั้งแผนผังแสดงแนวเขตในราชกิจจานุเบกษา และให้ปิดประกาศดังกล่าว ณ ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอ ที่ทำการกำนัน และที่ทำการผู้ใหญ่บ้านแห่งท้องที่ที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่ กับให้อธิบดีจัดทำเครื่องหมายแสดงแนวเขตตามระเบียบ   ที่อธิบดีกำหนด

 

มาตรา ๒๒    ภายในเขตปลอดภัยระบบการขนส่งทางรางตามมาตรา ๒๑ ให้อธิบดีมีอำนาจประกาศกำหนดเงื่อนไขในการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นที่มีผลกระทบต่อระบบการขนส่งทางราง

ประกาศตามวรรคหนึ่งต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา และให้ปิดประกาศไว้ในบริเวณใกล้เคียงกับเขตปลอดภัยระบบการขนส่งทางราง และแจ้งผู้มีอำนาจอนุญาตตามกฎหมาย         ว่าด้วยการควบคุมอาคารทราบ

ในการอนุญาตให้ก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นที่อยู่ภายในเขตปลอดภัยระบบการขนส่งทางราง ให้ผู้มีอำนาจอนุญาตให้ก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารพิจารณาตรวจสอบให้ถูกต้องตามประกาศตามวรรคหนึ่งก่อนอนุญาต และแจ้งให้อธิบดีทราบด้วย

ในการพิจารณาอนุญาตตามวรรคสาม ให้ผู้มีอำนาจอนุญาตให้ก่อสร้าง ดัดแปลงหรือรื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารแจ้งอธิบดี              เพื่อส่งผู้แทนเข้าร่วมพิจารณาด้วย

 

มาตรา ๒๓    ในกรณีที่มีผู้ก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารในเขตปลอดภัยระบบการขนส่งทางราง โดยมิได้แจ้ง   หรือมิได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร หรือมิได้ปฏิบัติตามประกาศที่ออกตามมาตรา ๒๒ หรือเงื่อนไขที่กำหนดในใบอนุญาต ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิบดีแจ้งให้ผู้มีอำนาจอนุญาตให้ก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอื่นตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารทราบเป็นหนังสือเพื่อให้ดำเนินการแก้ไขตามอำนาจหน้าที่

ถ้ามีกรณีจำเป็นเร่งด่วนเพื่อป้องกันอันตรายแก่ระบบการขนส่งทางราง ให้อธิบดีมีอำนาจออกคำสั่งให้ระงับการกระทำ หรือกระทำการเท่าที่จำเป็นเพื่อการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นกรณีฉุกเฉินในระหว่างการดำเนินการตามวรรคหนึ่งได้

 

มาตรา ๒๔    ในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าภายในเขตปลอดภัยระบบการขนส่งทางรางตามมาตรา ๒๑ มีความจำเป็นต้องประกาศกำหนดให้การกระทำใด ๆ ที่อาจทำให้เกิดอันตราย                    หรือเป็นอุปสรรคแก่ระบบการขนส่งทางรางเป็นการกระทำที่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ให้อธิบดีมีอำนาจออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ได้ ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวต้องแสดง           รายละเอียดและเหตุผลให้ชัดเจนเกี่ยวกับลักษณะการกระทำ และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น

ประกาศตามวรรคหนึ่งต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษาและต้องปิดประกาศไว้ในบริเวณใกล้เคียงกับเขตระบบการขนส่งทางราง

เมื่อมีประกาศตามวรรคหนึ่งให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับการดูแลรักษาระบบการขนส่งมวลชนตามกฎหมายว่าด้วยการจัดหาอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการขนส่งมวลชนมาใช้บังคับ               กับการกระทำในเขตปลอดภัยระบบการขนส่งทางรางด้วยโดยอนุโลม

 

หมวด ๕

ผู้ตรวจการขนส่งทางราง

 

มาตรา ๒๕    อธิบดีมีอำนาจแต่งตั้งผู้ตรวจการขนส่งทางรางคนหนึ่งหรือหลายคน เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบควบคุมการประกอบกิจการการขนส่งทางรางให้เป็นตามพระราชบัญญัตินี้

ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้ตรวจการขนส่งทางรางเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา โดยมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑)   ตรวจสอบระบบการขนส่งทางรางตามมาตรฐานการประกอบกิจการขนส่งทางรางและมาตรฐานความปลอดภัย

(๒)   เข้าไปในอาคารหรือสถานที่ใด ๆ ที่ประกอบกิจการขนส่งทางรางในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกหรือในเวลาทำการของสถานที่นั้นเพื่อดำเนินการตรวจสอบ         ระบบการขนส่งทางราง

(๓)   สั่งให้บุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับระบบการขนส่งทางราง หรือรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดแก่ระบบการขนส่งทางราง

(๔)   ค้นหรือจับกุมผู้กระทำความผิดซึ่งหน้าตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อส่งให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมาย

(๕)   แจ้งให้อธิบดีหรือผู้รับอนุญาตทราบข้อบกพร่องในการรักษาความปลอดภัยของระบบการขนส่งทางรางเพื่อให้อธิบดีหรือผู้รับอนุญาตดำเนินการแก้ไข

(๖)   รายงานผลการตรวจสอบความปลอดภัยต่ออธิบดี

(๗)   ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่อธิบดีมอบหมาย

เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารสถานที่ ผู้รับอนุญาต ผู้ปฏิบัติงานให้แก่ผู้รับอนุญาตตัวแทนและลูกจ้างของผู้รับอนุญาต มีหน้าที่ต้องให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ตรวจการขนส่งทางรางในการปฏิบัติหน้าที่

ในการปฏิบัติหน้าที่ผู้ตรวจการขนส่งทางราง ต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง

บัตรประจำตัวผู้ตรวจการขนส่งทางรางให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ผู้ตรวจการขนส่งทางราง ต้องระวังมิให้เกิดความเสียหาย แต่ถ้าเกิดความเสียหาย เจ้าของหรือผู้ครอบครองอสังหาริมทรัพย์หรือผู้ทรงสิทธิอื่น  มีสิทธิเรียกค่าเสียหายได้

 

มาตรา ๒๖ ในกรณีจำเป็นเพื่อป้องกันอันตรายหรือความเสียหายแก่ระบบการขนส่งทางรางให้ผู้ตรวจการขนส่งทางราง อธิบดีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิบดี มีอำนาจเข้าไป  ในที่ดินหรือสถานที่ของบุคคลใด ๆ ในเวลาใด เพื่อตรวจ ซ่อมแซม หรือแก้ไขระบบการขนส่งทางราง หรือปฏิบัติการป้องกันอันตรายแก่ระบบการขนส่งทางรางหรือสาธารณชนได้ โดยแจ้ง  ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองทราบล่วงหน้าภายในเวลาอันสมควร แต่ต้องไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน เว้นแต่ในกรณีฉุกเฉินและหากเนิ่นช้าจะก่อให้เกิดอันตรายหรือความเสียหายแก่ระบบ          การขนส่งทางราง จะไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าก็ได้แต่ให้มีเจ้าพนักงานตำรวจไปด้วย

ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ผู้ตรวจการขนส่งทางราง อธิบดีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิบดีต้องระวังมิให้เกิดความเสียหาย แต่ถ้าเกิดความเสียหายเจ้าของหรือผู้ครอบครองอสังหาริมทรัพย์หรือผู้ทรงสิทธิอื่นมีสิทธิเรียกค่าเสียหายได้

 

มาตรา ๒๗    เมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นแก่รถขนส่งทางราง  สถานีรถขนส่งทางราง หรือทางรถขนส่งทางราง ให้ผู้ตรวจการขนส่งทางรางรีบดำเนินการสอบสวนอุบัติเหตุแล้วรายงานต่ออธิบดี รายงานดังกล่าวให้แสดงถึงสาเหตุของอุบัติเหตุ  พร้อมทั้งความเห็นและข้อเสนอแนะในการแก้ไขเยียวยาความเสียหายและการป้องกันอุบัติเหตุ

ในกรณีที่เป็นการสมควร อธิบดีอาจแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นจากข้าราชการสังกัดกรมการขนส่งทางรางทำหน้าที่สอบสวนอุบัติเหตุแทนผู้ตรวจการขนส่งทางรางได้           ในการนี้ ให้คณะกรรมการเฉพาะกิจมีอำนาจหน้าที่และฐานะเช่นเดียวกับผู้ตรวจการขนส่งทางราง

 

หมวด ๖

การควบคุมกำกับการให้บริการและการคุ้มครองผู้โดยสาร

 

มาตรา ๒๘    ผู้รับอนุญาตจะเรียกเก็บค่าโดยสาร ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมในการใช้ทรัพย์สินและบริการต่าง ๆ เกินกว่าอัตราที่ประกาศกำหนดมิได้

การกำหนดอัตราค่าโดยสาร ค่าบริการ และค่าธรรมเนียม และระบบการจัดเก็บค่าโดยสาร ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมตามวรรคหนึ่ง ผู้รับอนุญาตต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๑๗ (๑๐)

 

มาตรา ๒๙    ผู้รับอนุญาตต้องจัดให้มีการประกันความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ชีวิตและร่างกายของผู้โดยสารตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๑๗ (๘)

การจัดให้มีการประกันความเสียหายตามวรรคหนึ่งต้องมีผู้รับประกันภัยตั้งแต่สองรายขึ้นไป

 

มาตรา ๓๐    ผู้รับอนุญาตมีหน้าที่จัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร โดยเฉพาะผู้ทุพพลภาพ ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ และเด็ก ให้มีความเหมาะสมแก่การใช้บริการของการประกอบกิจการขนส่งทางราง

 

มาตรา ๓๑    ในกรณีที่ผู้ใช้บริการหรือบุคคลอื่นที่อยู่ในเขตระบบการขนส่งทางรางได้รับความเดือดร้อนจากการประกอบกิจการขนส่งทางรางของผู้รับอนุญาตใด ให้มีสิทธิร้องเรียนต่ออธิบดี

ให้อธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงในกรณีที่มีการร้องเรียนตามวรรคหนึ่งและมีคำสั่งโดยเร็ว แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่องร้องเรียน และให้สั่งผู้รับอนุญาตแก้ไขความเดือดร้อนของผู้ร้องเรียนตามระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด ในการนี้ อธิบดีอาจกำหนดหลักเกณฑ์ใด ๆ ให้ผู้รับอนุญาตมีหน้าที่ต้องปฏิบัติด้วยก็ได้

 

มาตรา ๓๒    ผู้ใช้บริการหรือบุคคลอื่นที่อยู่ในเขตระบบการขนส่งทางรางต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ว่าด้วยความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน การรักษาความสะอาด     และความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในระบบการขนส่งทางราง ตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๑๗ (๔)

ให้อธิบดีปิดประกาศกฎกระทรวงตามวรรคหนึ่งไว้ในเขตระบบขนส่งทางรางในบริเวณที่เหมาะสมกับการใช้กฎกระทรวงนั้น เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถมองเห็นได้ชัดเจน

 

หมวด ๗

การให้อนุญาตและวางหลักเกณฑ์การประกอบกิจการขนส่งทางราง

                      

มาตรา ๓๓    เพื่อประโยชน์ในการประกอบกิจการขนส่งทางราง อธิบดีอาจมอบให้เอกชนรายใดหรือหลายรายเป็นผู้รับอนุญาตเพื่อประกอบกิจการการขนส่งทางรางได้ ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นการกระทบสิทธิของผู้ประกอบกิจการขนส่งทางรางรายเดิม

การให้อนุญาตให้เป็นตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๑๗ (๙)

 

มาตรา ๓๔    การโอนอนุญาตให้เป็นไปตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๑๗ (๙)

ในกรณีที่มีการโอนอนุญาตจะมีผลกระทบต่อการให้บริการการขนส่งทางรางโดยรวมให้อธิบดีพิจารณาให้ความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของรัฐมนตรี

ผู้รับโอนอนุญาตต้องรับไปซึ่งสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบทั้งหมดของผู้รับอนุญาตรายเดิม

ในกรณีที่อธิบดีไม่อนุญาตให้โอนอนุญาต ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับอนุญาตทราบพร้อมด้วยเหตุผลภายในสามสิบวันนับแต่วันที่อธิบดีมีคำสั่ง

 

มาตรา ๓๕    ในกรณีที่ผู้รับอนุญาตสิ้นสภาพการเป็นนิติบุคคลหรือตกเป็นบุคคลล้มละลายให้ผู้ชำระบัญชีหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ แล้วแต่กรณี เป็นผู้แสดงเจตนา                         ในการโอนอนุญาตตามมาตรา ๓๔

 

มาตรา ๓๖    ในกรณีที่สภาพการดำเนินงานของผู้รับอนุญาตอาจก่อให้เกิดความไม่สะดวก หรืออันตรายแก่ผู้ใช้บริการหรือสาธารณชนให้อธิบดีมีอำนาจสั่งการให้ผู้รับอนุญาตแก้ไขได้ และในกรณีจำเป็นจะสั่งให้ระงับการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นการชั่วคราวก็ได้จนกว่าผู้รับอนุญาตจะแก้ไขตามคำสั่งของอธิบดี และในกรณีนี้ให้อธิบดีรายงานให้รัฐมนตรีทราบ

ถ้าผู้รับอนุญาตไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของอธิบดีตามวรรคหนึ่ง ให้กรมการขนส่งทางรางหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายเข้าดำเนินการแก้ไขโดยผู้รับอนุญาตเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการพร้อมด้วยเงินเพิ่มในอัตราร้อยละยี่สิบห้าของจำนวนค่าใช้จ่ายดังกล่าว

 

มาตรา ๓๗    อธิบดีอาจเพิกถอนอนุญาตได้ เมื่อผู้รับอนุญาต

(๑)     ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานวิธีการประกอบกิจการที่ดีจนเป็นเหตุให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน

(๒)   ดำเนินกิจการหรือให้บริการที่อาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนอย่างร้ายแรง

เมื่ออธิบดีสั่งเพิกถอนอนุญาตแล้ว ให้สิ่งก่อสร้างและอุปกรณ์ทั้งหมดตกเป็นของรัฐ

 

มาตรา ๓๘    เมื่อมีเหตุที่จะเพิกถอนอนุญาตตามมาตรา 37 เกิดขึ้น ก่อนที่จะดำเนินการเพิกถอนอนุญาตถ้าอธิบดีเห็นว่าเหตุนั้นอาจแก้ไขได้ ให้อธิบดีแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับอนุญาต       ทราบถึงเหตุนั้น และกำหนดให้ผู้รับอนุญาตแก้ไขภายในเวลาที่เห็นสมควร ถ้าผู้รับอนุญาตไม่สามารถแก้ไขได้ภายในเวลาที่กำหนด โดยมีเหตุอันสมควร ให้ผู้รับอนุญาตขอขยายเวลาออกไปได้เท่าที่จำเป็นและให้ขอขยายเวลาก่อนครบกำหนดเวลานั้นไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน หากอธิบดีเห็นว่าเหตุดังกล่าวเป็นเหตุอันสมควรให้ขยายเวลาออกไปอีกได้ไม่เกินระยะเวลาที่ผู้รับอนุญาตขอขยาย ถ้าผู้รับอนุญาตไม่แก้ไขภายในเวลาที่กำหนดหรือไม่สามารถแก้ไขได้ภายในเวลาที่ขยายออกไป ให้อธิบดีมีคำสั่งเพิกถอนอนุญาตโดยไม่ชักช้า

 

มาตรา ๓๙    ก่อนการเพิกถอนอนุญาตตามมาตรา ๓๗ หรือมาตรา ๓๘ ให้อธิบดีรายงานต่อรัฐมนตรี

 

มาตรา ๔๐    เพื่อประโยชน์ในการป้องปัดภัยพิบัติอันมีมาเป็นการฉุกเฉิน และในกรณีที่มีเหตุจำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของอธิบดีมีอำนาจยกเลิกอนุญาต และอาจมอบหมายให้กรมการขนส่งทางรางเข้าครอบครองกิจการที่ได้รับอนุญาตเป็นการชั่วคราวได้

 

หมวด ๘

บทกำหนดโทษ

 

มาตรา ๔๑    ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ประกาศตามมาตรา ๒๒หรือหลักเกณฑ์ที่ประกาศกำหนดตามมาตรา ๒๔ วรรคแรกต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกิน สี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

 

มาตรา ๔๒    ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของอธิบดีตามมาตรา ๒๓ วรรคสอง  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

มาตรา ๔๓    ผู้ใดขัดขวางผู้ตรวจการขนส่งทางรางอธิบดีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิบดีซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๒๕ หรือมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ       ตามคำสั่งของผู้ตรวจการการขนส่งทางรางซึ่งสั่งตามมาตรา ๒๕(๓) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

มาตรา ๔๔    เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารหรือสถานที่หรือผู้รับอนุญาต ผู้ปฏิบัติงานให้แก่ผู้รับอนุญาต ตัวแทน หรือลูกจ้างของผู้รับอนุญาตผู้ใดขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกแก่ผู้ตรวจการขนส่งทางราง หรืออธิบดีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิบดีซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๒๕ หรือมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่งต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท

 

มาตรา ๔๕    ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ว่าด้วยความปลอดภัย การรักษาความสงบเรียบร้อย ความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อย ในเขตระบบการขนส่งทางรางตามมาตรา ๓๒ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

มาตรา ๔๖    ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการกีดขวางแก่การขนส่งทางราง หรือก่อให้เกิดความเสียหาย หรือความไม่สะดวกแก่การขนส่งทางราง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

มาตรา ๔๗    ผู้ใดทำลาย หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันทำให้เกิดความเสียหายหรือไร้ประโยชน์แก่ระบบการขนส่งทางราง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกิน         หนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าการกระทำผิดตามวรรคหนึ่งน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคลอื่นผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าการกระทำผิดตามวรรคหนึ่งเป็นเหตุให้บุคคลอื่นได้รับอันตราย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นเหตุให้บุคคลอื่นได้รับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสองแสนบาท                หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาท                ถึงสี่แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

มาตรา ๔๘    ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำให้ไร้ประโยชน์ ทำลาย เปลี่ยนแปลง เคลื่อนย้าย หรือรื้อถอนเครื่องหมายแสดงแนวเขต หลักสำรวจ รั้ว เครื่องหมายแสดงระยะ หรือเครื่องอำนวยความสะดวก หรือความปลอดภัย ซึ่งได้ติดตั้งหรือทำให้ปรากฏในเขตระบบการขนส่งทางราง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นเหตุให้ระบบการขนส่งทางรางถูกทำลาย เสียหาย เสื่อมค่า หรือไร้ประโยชน์ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

มาตรา ๔๙    ผู้ใดแกล้งบอกเล่าความอันเป็นเท็จให้เลื่องลือหรือส่งข่าวอันเป็นเท็จจนเป็นเหตุให้การเดินรถการขนส่งทางรางไม่อาจกระทำได้ตามปกติ หรือเกิดความล่าช้า                   ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่งทำให้เข้าใจว่าอาจเกิดอันตรายจากอุปกรณ์ วัตถุระเบิด แก็สพิษ หรือด้วยวิธีใด ๆ ต่อความปลอดภัยของรถขนส่งทางรางในระหว่างเดินรถขนส่งทางราง    ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

มาตรา ๕๐    บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ที่มีโทษปรับสถานเดียวหรือเป็นความผิดที่มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่อธิบดีแต่งตั้งมีอำนาจเปรียบเทียบปรับได้

เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระเงินค่าปรับตามจำนวนที่เปรียบเทียบภายในเวลาที่กำหนดแล้วให้ถือว่าคดีเลิกกันตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ถ้าผู้ต้องหาไม่ยินยอมตามที่เปรียบเทียบ หรือเมื่อยินยอมแล้วไม่ชำระค่าปรับภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ดำเนินคดีต่อไป

 

 

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๕๑    การใดที่เคยดำเนินการได้ตามกฎหมายว่าด้วยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยหรือกฎหมายว่าด้วยการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและมิได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ให้ดำเนินการต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้

 

มาตรา ๕๒    ในระหว่างที่ยังมิได้ออกกฎกระทรวง ข้อบังคับ ระเบียบหรือประกาศ เพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นำกฎกระทรวง ข้อบังคับ ระเบียบหรือประกาศที่ออกตาม      พระราชบัญญัติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๓ และตามพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔ มาใช้บังคับจนกว่าจะมีกฎกระทรวง ข้อบังคับ ระเบียบหรือประกาศที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

 

 

                                                                                                                  ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

          

                                           พลเอก

                                                                                                                                                      (ประยุทธ์  จันทร์โอชา)

                                                                                                    นายกรัฐมนตรี

 

 

 

 

ไอเท็มน่าสนใจ
ดาวน์โหลดไฟล์แนบ:
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก

    หลักการอันเป็นสาระสำคัญของกฎหมายที่จะตราขึ้น


     


     โดยปัจจุบันจะมีการจัดตั้งกรมการขนส่งทางรางขึ้นในกระทรวงคมนาคม แต่ยังไม่มีบทบัญญัติสำหรับการกำกับดูแลมาตรฐานและความปลอดภัยการกำกับการประกอบกิจการ การวิจัยและการพัฒนาเพื่อให้เกิดนวัตกรรมขึ้นในระดับประเทศและระดับภูมิภาคและการส่งเสริมกิจการขนส่งทางรางให้สามารถสนับสนุนและสอดคล้องกับการพัฒนาการขนส่งรูปแบบอื่นๆ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้



    สภาพปัญหาและสาเหตุของปัญหา


          ปัจจุบันประเทศไทยใช้วิธีการขนส่งทางถนนมากกว่าร้อยละ 80 ของปริมาณการขนส่งสินค้าโดยรวมของประเทศ เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานระบบการขนส่งในประเทศ เอื้ออำนวยให้สามารถขนส่งถึงที่หมายปลายทาง (Door-to-door) ขณะที่การขนส่งทางรางมีข้อจำกัดอยู่มาก อย่างไรก็ตาม การขนส่งทางระบบรางเป็นการขนส่งทางบก ที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากสามารถขนส่งสินค้าได้ครั้งละจำนวนมาก ค่าใช้จ่ายในการขนส่งต่อหน่วยต่ำ ก่อให้เกิดมลภาวะน้อยกว่าทางถนน ประหยัดพลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยลดปัญหาการจราจร ดังนั้นรัฐบาลจึงมีนโยบายส่งเสริมการพัฒนาระบบขนส่งทางรางดังที่แถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2557 โดยนโยบายระยะเร่งด่วน ข้อ 6.13  “ปรับโครงสร้างการบริหารจัดการในสาขาขนส่งที่มีการแยกบทบาทและภารกิจของหน่วยงานระดับนโยบาย หน่วยงานกำกับดูแล และหน่วยปฏิบัติที่ชัดเจน และจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแลระบบราง เพื่อทำหน้าที่กำหนดมาตรฐาน           การให้บริการและความปลอดภัย โครงสร้างอัตราค่าบริการที่เป็นธรรม การลงทุน การบำรุงรักษาและการบริหารจัดการ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาระบบรางให้เป็นโครงข่ายหลักของประเทศ รวมทั้งพิจารณาปรับปรุงกฎหมายและระเบียบ  ที่เกี่ยวข้องกับสาขาขนส่งและการประกอบกิจการโลจิสติกส์ให้ทันสมัยสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันและมีความชัดเจนในทางปฏิบัติ รวมทั้งสนับสนุนให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในภาคขนส่งเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เพื่อให้ระบบรางเป็นระบบ    การขนส่งหลักที่มีความเป็นสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ กล่าวคือ การมีเส้นทางรถไฟที่ครอบคลุมพื้นที่ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างเหมาะสม เป็นการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากพื้นที่อย่างคุ้มค่า นำไปสู่การตั้งถิ่นฐานอย่างเป็นระบบ ช่วยเพิ่มระดับคุณภาพชีวิต ประหยัดพลังงาน มีความปลอดภัยสูง ประการสำคัญคือ เป็นการปรับโครงสร้างพื้นฐานระบบ  โลจิสติกส์ของประเทศเชื่อมโยงกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาค รองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะด้านการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขนส่งที่จะส่งผลให้ประเทศมีขีดความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น


     กระทรวงคมนาคมในฐานะหน่วยงานหลักของประเทศที่รับผิดชอบด้านการคมนาคม ในการพัฒนาระบบการขนส่งให้ได้มาตรฐานความปลอดภัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ลดความสูญเปล่าในการเดินทางและการขนส่งช่วยแก้ปัญหาการจราจรให้มีความคล่องตัว เชื่อมโยงโครงข่ายระบบขนส่งภายในประเทศและพัฒนาจุดเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคอย่างยั่งยืน ได้กำหนดนโยบายและแผนงานด้านการพัฒนาระบบการขนส่งทางรางตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลอย่างชัดเจนในการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญที่ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ และการลงทุนในโครงการพื้นฐานทางรางที่มีมูลค่าสูง จึงเล็งเห็นความจำเป็นที่ต้องจัดตั้งหน่วยงานใหม่            ที่มีบทบาทหน้าที่ในการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญดังกล่าวนี้ให้บรรลุผลตามเป้าหมาย โดยการปรับโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการให้เหมาะสมยิ่งขึ้น คล่องตัว และมีการแบ่งแยกอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของแต่ละองค์กรไว้ชัดเจน     และครอบคลุม ทั้งนี้ การจัดตั้งหน่วยงานใหม่ต้องมีบทบาท ภารกิจ ไม่ซ้ำซ้อนกันหน่วยงานเดิม มีโครงสร้างการบริหารจัดการทั้งระบบที่ทันสมัย ก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินงานโดยอาจเป็นส่วนราชการหรือรูปแบบอื่นตามความเหมาะสม


    กระทรวงคมนาคมได้ทำการศึกษาและพิจารณาแล้วว่า มีความจำเป็นต้องจัดตั้งหน่วยงานในรูปแบบราชการ คือการจัดตั้งกรมการขนส่งทางรางเพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบด้านนโยบาย (Policy Advisor)  ได้แก่ งานเสนอแนะนโยบาย กำหนดยุทธศาสตร์  แนวทางการพัฒนารูปแบบการลงทุนและการบริหารจัดการโครงข่ายการขนส่งทางรางของประเทศและจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาการขนส่งทางราง ด้านกำกับดูแล (Regulator) มาตรฐานด้านต่างๆ ประกอบด้วย มาตรฐานความปลอดภัย มาตรฐานการซ่อมบำรุงทาง  มาตรฐานการประกอบการ (Level of Service) กำหนดมาตรฐานการให้บริการด้านต่างๆ เช่น อัตราค่าบริการ คุณภาพการให้บริการ มาตรการในการส่งเสริมการแข่งขันของผู้ประกอบการ   เป็นต้น และด้านการพัฒนาและลงทุนโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางราง  ซึ่งปัจจุบันหน่วยงานด้านการรถไฟจะทำหน้าที่ทั้งด้านกำกับดูแล (Regulation) ด้านปฏิบัติงาน (Operation) และด้านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ทำให้ด้านการกำกับดูแลไม่เป็นไปในมาตรฐานเดียวกัน ประกอบกับยังไม่มีกฎหมายด้านการขนส่ง    ทางรางที่ชัดเจนในการกำกับมาตรฐานด้านการขนส่งทางรางให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันทั้งประเทศ รวมถึงความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน นอกจากนี้ การแยกบทบาทด้านกำกับดูแล (Regulation) ด้านปฏิบัติงาน (Operation) ออกจากกัน ยังแสดงถึงความเป็นธรรมมาภิบาลที่จะส่งผลให้เกิดการพัฒนาประสิทธิภาพในการพัฒนาระบบการขนส่ง  ทางรางได้ดียิ่งขึ้นด้วย



    • ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมาย


       


       ตามที่จะมีการจัดตั้งกรมการขนส่งทางรางขึ้นในกระทรวงคมนาคม เพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบด้านนโยบาย (Policy Advisor) ได้แก่ งานเสนอแนะนโยบาย กำหนดยุทธศาสตร์ แนวทางการพัฒนารูปแบบการลงทุนและการบริหารจัดการโครงข่ายการขนส่งทางรางของประเทศและจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาการขนส่งทางราง  และด้านกำกับดูแล (Regulator) มาตรฐานด้านต่างๆ ประกอบด้วยมาตรฐานความปลอดภัย มาตรฐานการซ่อมบำรุงทาง มาตรฐานการประกอบการ (Level of Service) การกำหนดการใช้บริการด้านต่างๆ เช่น อัตราค่าบริการ คุณภาพการให้บริการ มาตรการในการส่งเสริม           การแข่งขันของผู้ประกอบการ ประกอบกับยังไม่มีกฎหมายด้านการขนส่งทางรางที่ชัดเจนและที่มีบทบัญญัติสำหรับการกำกับดูแลมาตรฐานและความปลอดภัยการกำกับการประกอบกิจการ การวิจัยและพัฒนาเพื่อให้เกิดนวัตกรรมขึ้นในระดับประเทศและระดับภูมิภาค และการส่งเสริมกิจการขนส่งทางรางให้สามารถสนับสนุนและสอดคล้องการพัฒนาการขนส่งรูปแบบอื่นๆ

  •       กฎหมายฉบับนี้ แบ่งออกเป็น 8 หมวด ได้แก่


    หมวด 1 ว่าด้วยเรื่องคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางราง


    หมวด 2 ว่าด้วยเรื่องคณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบกิจการขนส่งทางราง


    หมวด 3 การกำกับดูแลการประกอบกิจการขนส่งทางราง


    หมวด 4 การดูแลรักษาความปลอดภัยและคุณภาพการบริการ


    หมวด 5 ผู้ตรวจการขนส่งทางราง


    หมวด 6 การควบคุมกำกับการให้บริการและการคุ้มครองผู้โดยสาร


    หมวด 7 การให้อนุญาตและวางหลักเกณฑ์การประกอบกิจการขนส่งทางราง


    หมวด 8 บทกำหนดโทษ


     

    ไม่มีรายละเอียดของร่างที่เกี่ยวข้อง
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail