Facebook


เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ พ.ศ .... (ร่าง พ.ร.บ. คณะกรรมการ คนบ.) กำหนดรับฟังความคิดเห็นระหว่างวันที่ 19 พ.ค.2560 ถึงวันที่ 2 มิ.ย.2560 (Fax : 0 2618 3395 E-mail : nattk@fpo.go.th)

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที อ่าน 4408 เวลา ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที ส่งออกข้อมูล XML ไฟล์

ด้วยกระทรวงการคลังได้เสนอร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ พ.ศ .... (ร่าง พ.ร.บ. คณะกรรมการ คนบ.) เนื่องจากปัจจุบันระบบบำเหน็จบำนาญของไทยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหลายหน่วยงาน ได้แก่กระทรวงการคลัง กระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงมหาดไทย โดยที่ผ่านมาแต่ละหน่วยงานได้กำหนดนโยบายแยกต่างหากจากกัน จึงทำให้มีข้อจำกัดในเรื่องความเป็นเอกภาพของนโยบายกำกับและส่งเสริมระบบหลักประกันทางสังคมกรณีชราภาพในภาพรวม และทำให้การใช้งบประมาณภาครัฐไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ดังนั้น เพื่อให้เกิดเอกภาพของนโยบายด้านบำเหน็จบำนาญในภาพรวม สมควรมีคณะกรรมการนโยบายบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ ทำหน้าที่กำหนดนโยบายและทิศทางของระบบบำเหน็จบำนาญในระดับประเทศ เพื่อเชื่อมประสานนโยบายกองทุนการออมเพื่อการชราภาพทุกกองทุน การใช้ฐานข้อมูลร่วมกันเพื่อรองรับการกำกับตรวจสอบ และการย้ายงานของแรงงาน เพื่อให้การออกกฎหมาย   กฎ ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยร่างพระราชบัญญัติมีสาระสำคัญ ดังนี้

ดาวน์โหลดไฟล์แนบ:
  1. ลงทะเบียน
  2. หลักการ
  3. ปัญหาและสาเหตุฯ
  4. ความจำเป็นที่ต้องตรากฎหมายฯ
  5. สาระสำคัญ
  6. ประเด็นความคิดเห็น

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่บัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่รัฐ แก่หน่วยงานของรัฐ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และแก่ประชาชน ในการบริหาร การปกครองประเทศ และการบริการสาธารณะ ซึ่งหลักการ สำคัญของกฎหมายมหาชนนอกจากจะบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติยังสามารถควบคุมตรวจสอบได้ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของกฎหมายมหาชน

    กรุณากรอกข้อมูลพื้นฐานเพื่อประโยชน์และจัดทำรายงานสำหรับการรับฟังความคิดเห็น

    รายละเอียดบัญชีผู้ใช้งาน
    *
    *
    *
    *
    *
    *
    รายละเอียดส่วนตัว
    ช่องที่ทำสัญลักษณ์ดอกจัน (*) จำเป็นต้องกรอก
    ไม่มีหลักการที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง
    • 1. คณะกรรมการนโยบายบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นรองประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวง           การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงแรงงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ซึ่งกรรมการโดยตำแหน่งประชุมร่วมกันเพื่อคัดเลือก จำนวนสามคน โดยในจำนวนนี้ต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย ด้านการออมและการลงทุน และ         ด้านบำเหน็จบำนาญ ด้านละหนึ่งคนเป็นกรรมการ และผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังเป็นกรรมการและเลขานุการ


      2. ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้


      (1)เสนอคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบาย แผนแม่บท และแนวทางการพัฒนาระบบบำเหน็จบำนาญให้มีความครอบคลุม เป็นธรรม และเพียงพอต่อการดำรงชีพของประชาชนในวัยสูงอายุอย่างยั่งยืน โดยไม่เป็นภาระแก่การคลังในอนาคต


      (2)เสนอแนะและให้ความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับระบบบำเหน็จบำนาญ


      และการปรับปรุงนโยบายระบบบำเหน็จบำนาญที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานต่าง ๆ ให้มีความสอดคล้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และไม่เกิดความซ้ำซ้อน


      (3)กำกับดูแลให้มีระบบฐานข้อมูลเกี่ยวกับระบบการจ่ายเงินบำเหน็จบำนาญของทั้งภาครัฐและเอกชน และให้มีการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่กำกับดูแลระบบบำเหน็จบำนาญ เพื่อให้มีความเข้าใจการดำเนินการตามนโยบายด้านบำเหน็จบำนาญไปในทิศทางเดียวกัน


      (4)ติดตามและประเมินผลการดำเนินการตามนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนงาน


      (5)แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติการตามที่คณะกรรมการมอบหมาย


      (6)ปฏิบัติงานอื่นใดเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัตินี้


      3. ให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลังเป็นหน่วยงานรับผิดชอบงานของคณะกรรมการ และมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้


      (1)ดำเนินงานธุรการของคณะกรรมการ


      (2)จัดทำแผนการพัฒนาระบบบำเหน็จบำนาญเสนอต่อคณะกรรมการ


      (3)รับ เก็บรวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับระบบบำเหน็จบำนาญจากกองทุนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


      (4)ประสานกับส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้


      (5)ปฏิบัติงานอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย


      4. เพื่อประโยชน์ในการรวบรวม และจัดทำข้อมูลบำเหน็จบำนาญ ให้กองทุนหรือหน่วยงานที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับระบบบำเหน็จบำนาญให้กับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการ


      5. ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้


      ในการนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลังจึงขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งประชาชนทั่วไป ร่วมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอะแนะต่อร่างกฎหมายดังกล่าว ทั้งนี้ สามารถแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะมาได้ทาง


      โทรสาร หมายเลข 0 2618 3395


      ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ nattk@fpo.go.th


       

ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง
    ไม่มีรายละเอียดของร่างที่เกี่ยวข้อง
         
      ข้อมูลส่วนบุคคล
         
      เพศ
      อายุ ปี
      อาชีพ
      รายได้ บาท
      จังหวัด
      E-mail