Facebook

สรุปผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ ร่างพระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน (ฉบับที่..) พ.ศ. ....

ร่าง

พระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน (ฉบับที่ ..)

พ.ศ. ....

………………………………………………………………….

…………………………………………………………………. 

          .....................................................................................................................................................

..................................................................................................................

          โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการพัฒนาที่ดิน

          พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๓๗ และมาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำการได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

          เหตุผลและความจำเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อให้การพัฒนาที่ดินของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว

          .....................................................................................................................................................

..................................................................................................................

          มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน  (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. ....  

          มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

          มาตรา ๓ ให้เพิ่มบทนิยามต่อไปนี้ ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ. ๒๕๕๑

          "การอนุรักษดินและน้ำหมายความวา การกระทําใด ๆ ที่มุงใหเกิดการระวังปองกันรักษาดินและที่ดิน ไมใหเกิดความเสื่อมโทรม สูญเสีย รวมถึงการรักษา ปรับปรุงความอุดมสมบูรณของดิน การพัฒนาและ
เก็บรักษาน้ำในดินและน้ำบนดินใหคงอยูเพื่อรักษาดุลธรรมชาติใหเหมาะสมในการใชประโยชนที่ดินในทางเกษตรกรรม”

          มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความใน มาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ. ๒๕๕๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

          มาตรา ๕ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการพัฒนาที่ดิน” ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เป็นรองประธานกรรมการ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ อธิบดีกรมชลประทาน อธิบดีกรมที่ดิน อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี อธิบดีกรมธนารักษ์ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ อธิบดีกรมป่าไม้ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง อธิบดีกรมวิชาการเกษตร อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์
อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เลขาธิการ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกินห้าคน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ
และประสบการณ์สูง เป็นที่ประจักษ์ในด้านการอนุรักษ์ดินและน้ำ ด้านการเกษตร หรือด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาที่ดินเป็นกรรมการ

          ให้อธิบดีกรมพัฒนาที่ดินเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้อธิบดีกรมพัฒนาที่ดินแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการได้ตามความจำเป็น

          มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความใน มาตรา ๙(๗) แห่งพระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ. ๒๕๕๑
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

          มาตรา ๙(๗) ออกระเบียบ หลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไขเกี่ยวกับคำขอตามมาตรา ๒๐ และ มาตรา ๒๐/๑

          มาตรา ๖ ให้ยกเลิกมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ. ๒๕๕๑

          มาตรา ๗ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕ และมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ. ๒๕๕๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

          “มาตรา ๑๕ ในการออกประกาศตามมาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ ให้กำหนดมาตรการอย่างใด
อย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ไว้ในประกาศด้วย

(๑) กำหนดมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำ เพื่อลดการชะล้างพังทลายของดิน และป้องกันการเกิด
ดินถล่ม โดยใช้มาตรการวิธีกล มาตรการวิธีพืช หรือมาตรการอื่นใดที่เหมาะสม

(๒) กำหนดมาตรการอื่น ๆ ตามที่เห็นสมควรและเหมาะสมแก่สภาพพื้นที่นั้น

ในการกำหนดมาตรการตาม (๑) และ (๒) ให้ดำเนินการจัดให้มีการรับฟังความเห็นของประชาชน
ที่อาจได้รับผลกระทบจากการกำหนดมาตรการดังกล่าว

          มาตรา ๑๖ ให้กรมพัฒนาที่ดินมีหน้าที่สำรวจและวิเคราะห์ตรวจสอบดินหรือที่ดิน เพื่อให้ทราบถึงความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ ความเหมาะสมแก่การใช้ประโยชน์ที่ดิน หรือภาวะเศรษฐกิจที่ดิน หรือเพื่อประโยชน์ในการจำแนกประเภทที่ดิน รวมทั้งมีหน้าที่ในการพัฒนาที่ดิน การกำหนดบริเวณการใช้ที่ดิน
การกำหนดเขตการอนุรักษ์ดินและน้ำ การทำสำมะโนที่ดิน การพัฒนาและเก็บรักษาน้ำในดินและน้ำบนดิน
เพื่อการเกษตร ตลอดจนการให้บริการ สาธิต ถ่ายทอดเทคโนโลยี ด้านการพัฒนาที่ดิน เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ และปฏิบัติการอื่นใดตามที่ คณะกรรมการมอบหมาย

          ให้กรมพัฒนาที่ดินมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการสถิติตามกฎหมายว่าด้วยสถิติในเรื่องที่เกี่ยวกับการทำ
สำมะโนที่ดิน
เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

          มาตรา ๘ ให้ยกเลิกความใน มาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ. ๒๕๕๑
และให้ใช้ความต่อไปนี้เป็น มาตรา ๒๐ และ  มาตรา ๒๐/๑ แทน

          มาตรา ๒๐ เกษตรกรผู้ใดประสงค์จะให้กรมพัฒนาที่ดินวิเคราะห์ ตรวจสอบตัวอย่างดิน น้ำ พืช ปุ๋ย หรือ สิ่งปรับปรุงดินให้ติดต่อหน่วยงานพัฒนาที่ดินในท้องที่ซึ่งที่ดินนั้นตั้งอยู่

          การวิเคราะห์ตรวจสอบตัวอย่างตามวรรคหนึ่ง เพื่อการจัดการดินและปุ๋ยของเกษตรกรรวมทั้งการนำข้อมูลไปใช้ประกอบการพัฒนาที่ดิน ให้เป็นไปตามหลัก เกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

          มาตรา ๒๐/๑ ผู้ใดประสงค์จะให้กรมพัฒนาที่ดินปรับปรุงดินหรือที่ดิน หรืออนุรักษ์ดินและน้ำ
หรือบริการแผนที่ ข้อมูลทางแผนที่ เว้นแต่ แผนที่หรือข้อมูลทางแผนที่ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง
ของประเทศเป็นการเฉพาะรายให้ยื่นคำขอต่อหน่วยงานพัฒนาที่ดินในท้องที่ซึ่งที่ดินนั้นตั้งอยู่

          การให้บริการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขและเสียค่าใช้จ่ายตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

 

          มาตรา ๙ บรรดากฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศหรือคำสั่งที่ออกตามพระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน
พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้จนกว่าจะมีกฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศหรือคำสั่งที่ออกตามพระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

 

มาตรา ๑๐ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

 

  ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

 

 

..................................................

            นายกรัฐมนตรี